"แผลร้อนใน" เกิดจากอะไร? รวมวิธีป้องกัน-รักษาให้หายไว ไม่กลับมาเป็นซ้ำ!

เจ็บจนไม่อยากกินอะไร! "แผลร้อนใน" เกิดจากอะไร? รวมวิธีรักษาและป้องกันให้หายไว ไม่กลับมาเป็นซ้ำ
ใครที่เคยเป็น "แผลร้อนใน" (Mouth Ulcers) คงรู้ดีว่า แผลเล็กๆ เท่าปลายเข็มในช่องปากสามารถสร้างความทรมานและรบกวนชีวิตประจำวันได้มากขนาดไหน ไม่ว่าจะกลืนน้ำ กินข้าว หรือแม้แต่พูดคุย ก็ทำให้รู้สึกเจ็บแป๊บขึ้นมาได้ตลอดเวลา
ข่าวดีก็คือ แผลร้อนในส่วนใหญ่สามารถหายได้เองตามธรรมชาติภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่การเข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริง พร้อมรู้วิธีบรรเทาอาการและป้องกันอย่างถูกต้อง จะช่วยให้แผลหายไวขึ้น และลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำได้อย่างมาก
แผลร้อนในพบได้มากถึง 1 ใน 4 ของประชากร โดยเฉพาะในวัยรุ่นและวัยทำงาน แม้จะไม่ใช่โรคติดต่อและไม่อันตรายร้ายแรง แต่มักสร้างความรำคาญใจให้ผู้ที่เป็นอย่างมาก
แผลร้อนใน เกิดจากอะไรได้บ้าง?
แผลร้อนในเกิดได้จากหลากหลายปัจจัยผสมผสานกัน ตั้งแต่พฤติกรรมในชีวิตประจำวันไปจนถึงระบบภายในร่างกาย ดังนี้
- การบาดเจ็บในช่องปาก (Trauma): เกิดจากการกัดโดนกระพุ้งแก้มตัวเอง แปรงฟันแรงจนกระแทกเหงือก หรือการระคายเคืองจากเหล็กดัดฟันและฟันยาง
- อาหารและเครื่องดื่ม: อาหารรสจัด เผ็ดจัด เค็มจัด หรืออาหารที่มีกรดสูง เช่น มะเขือเทศ ช็อกโกแลต กาแฟ และถั่วชนิดต่างๆ
- ความเครียดและการพักผ่อน: ความเครียดสะสม การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน (เช่น ช่วงมีประจำเดือน)
- การขาดสารอาหาร: ร่างกายขาดวิตามินและแร่ธาตุสำคัญ เช่น ธาตุเหล็ก, สังกะสี (Zinc), โฟเลต, วิตามินบี หรือวิตามินดี
- การเลิกบุหรี่: ผู้ที่เพิ่งเลิกบุหรี่ช่วง 1-2 สัปดาห์แรก มักพบแผลร้อนในได้ถึง 40% ซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากการถอนนิโคติน
- พันธุกรรมและโรคประจำตัว: หากคนในครอบครัวเป็นบ่อย หรือมีภาวะภูมิคุ้มกันไวเกินไป รวมถึงโรคเกี่ยวกับระบบลำไส้ เช่น โรคแพ้กลูเตน (Coeliac) หรือโรคโครห์น (Crohn's Disease)
รวมวิธีรักษาและบรรเทาอาการร้อนในให้หายไว
| วิธีรักษา / บรรเทา | รายละเอียดและข้อแนะนำ |
|---|---|
| ใช้น้ำเกลือบ้วนปาก | บ้วนปากด้วยน้ำอุ่นผสมเกลือ จะช่วยลดการอักเสบ บรรเทาความเจ็บปวด และช่วยทำความสะอาดแผลได้ดี |
| ยาทาและสเปรย์ระงับปวด | ใช้เจลทาแผลในปากหรือสเปรย์ที่มีส่วนผสมของยาชาเฉพาะที่ (เช่น ลิโดเคน) ทาเสน่ห์ก่อนรับประทานอาหารเพื่อลดความเจ็บปวด |
| ใช้น้ำยาบ้วนปากฆ่าเชื้อ | เลือกใช้น้ำยาบ้วนปากกลุ่มฆ่าเชื้อและลดอักเสบ (เช่น Chlorhexidine หรือ Benzydamine) ช่วยให้แผลสมานตัวไวขึ้น |
| เปลี่ยนมาใช้ยาสีฟันไร้สาร SLS | สาร Sodium Lauryl Sulfate (SLS) ที่ทำให้เกิดฟองในยาสีฟัน อาจกระตุ้นให้เกิดแผลร้อนในได้ การเปลี่ยนมาใช้ยาสีฟันสูตรไร้สาร SLS จะช่วยลดการระคายเคือง |
| ปรับพฤติกรรมการกิน | ทานอาหารอ่อนๆ รสอ่อน หลีกเลี่ยงของทอด กรอบ เผ็ด หรือกรดสูง และใช้หลอดดื่มน้ำเย็นเพื่อลดการสัมผัสแผลโดยตรง |
เทคนิคป้องกันไม่ให้ "แผลร้อนใน" กลับมาเป็นซ้ำ
การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ เพียงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน ดังนี้
- ใช้แปรงสีฟันขนนุ่ม เพื่อป้องกันการขูดขีดเหงือกและเยื่อบุช่องปาก
- จดบันทึกอาหารที่รับประทาน หากสงสัยว่าอาหารชนิดใดเป็นตัวกระตุ้น (เช่น มะเขือเทศ ช็อกโกแลต) ให้พยายามเลี่ยง
- ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หรือตรวจเลือดเพื่อทานวิตามินเสริมหากพบว่าร่างกายขาดสารอาหาร
- จัดการความเครียดและนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอวันละ 7-8 ชั่วโมง
ข้อควรระวังเมื่อไหร่ที่ต้องไปพบแพทย์?
หากแผลร้อนในของคุณ มีอาการนานเกินกว่า 3 สัปดาห์, เกิดขึ้นซ้ำๆ ไม่หยุด, มีขนาดใหญ่ผิดปกติ หรือมีลักษณะแปลกไป ควรไปพบแพทย์หรือทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียด เพราะแผลที่เรื้อรังยาวนานอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรง เช่น มะเร็งช่องปาก ได้

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี