"แผลร้อนใน" เกิดจากอะไร? รวมวิธีป้องกัน-รักษาให้หายไว ไม่กลับมาเป็นซ้ำ!

"แผลร้อนใน" เกิดจากอะไร? รวมวิธีป้องกัน-รักษาให้หายไว ไม่กลับมาเป็นซ้ำ!

"แผลร้อนใน" เกิดจากอะไร? รวมวิธีป้องกัน-รักษาให้หายไว ไม่กลับมาเป็นซ้ำ!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เจ็บจนไม่อยากกินอะไร! "แผลร้อนใน" เกิดจากอะไร? รวมวิธีรักษาและป้องกันให้หายไว ไม่กลับมาเป็นซ้ำ

ใครที่เคยเป็น "แผลร้อนใน" (Mouth Ulcers) คงรู้ดีว่า แผลเล็กๆ เท่าปลายเข็มในช่องปากสามารถสร้างความทรมานและรบกวนชีวิตประจำวันได้มากขนาดไหน ไม่ว่าจะกลืนน้ำ กินข้าว หรือแม้แต่พูดคุย ก็ทำให้รู้สึกเจ็บแป๊บขึ้นมาได้ตลอดเวลา

ข่าวดีก็คือ แผลร้อนในส่วนใหญ่สามารถหายได้เองตามธรรมชาติภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่การเข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริง พร้อมรู้วิธีบรรเทาอาการและป้องกันอย่างถูกต้อง จะช่วยให้แผลหายไวขึ้น และลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำได้อย่างมาก

แผลร้อนในพบได้มากถึง 1 ใน 4 ของประชากร โดยเฉพาะในวัยรุ่นและวัยทำงาน แม้จะไม่ใช่โรคติดต่อและไม่อันตรายร้ายแรง แต่มักสร้างความรำคาญใจให้ผู้ที่เป็นอย่างมาก


แผลร้อนใน เกิดจากอะไรได้บ้าง?

แผลร้อนในเกิดได้จากหลากหลายปัจจัยผสมผสานกัน ตั้งแต่พฤติกรรมในชีวิตประจำวันไปจนถึงระบบภายในร่างกาย ดังนี้

  • การบาดเจ็บในช่องปาก (Trauma): เกิดจากการกัดโดนกระพุ้งแก้มตัวเอง แปรงฟันแรงจนกระแทกเหงือก หรือการระคายเคืองจากเหล็กดัดฟันและฟันยาง
  • อาหารและเครื่องดื่ม: อาหารรสจัด เผ็ดจัด เค็มจัด หรืออาหารที่มีกรดสูง เช่น มะเขือเทศ ช็อกโกแลต กาแฟ และถั่วชนิดต่างๆ
  • ความเครียดและการพักผ่อน: ความเครียดสะสม การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน (เช่น ช่วงมีประจำเดือน)
  • การขาดสารอาหาร: ร่างกายขาดวิตามินและแร่ธาตุสำคัญ เช่น ธาตุเหล็ก, สังกะสี (Zinc), โฟเลต, วิตามินบี หรือวิตามินดี
  • การเลิกบุหรี่: ผู้ที่เพิ่งเลิกบุหรี่ช่วง 1-2 สัปดาห์แรก มักพบแผลร้อนในได้ถึง 40% ซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากการถอนนิโคติน
  • พันธุกรรมและโรคประจำตัว: หากคนในครอบครัวเป็นบ่อย หรือมีภาวะภูมิคุ้มกันไวเกินไป รวมถึงโรคเกี่ยวกับระบบลำไส้ เช่น โรคแพ้กลูเตน (Coeliac) หรือโรคโครห์น (Crohn's Disease)

รวมวิธีรักษาและบรรเทาอาการร้อนในให้หายไว

วิธีรักษา / บรรเทา รายละเอียดและข้อแนะนำ
ใช้น้ำเกลือบ้วนปาก บ้วนปากด้วยน้ำอุ่นผสมเกลือ จะช่วยลดการอักเสบ บรรเทาความเจ็บปวด และช่วยทำความสะอาดแผลได้ดี
ยาทาและสเปรย์ระงับปวด ใช้เจลทาแผลในปากหรือสเปรย์ที่มีส่วนผสมของยาชาเฉพาะที่ (เช่น ลิโดเคน) ทาเสน่ห์ก่อนรับประทานอาหารเพื่อลดความเจ็บปวด
ใช้น้ำยาบ้วนปากฆ่าเชื้อ เลือกใช้น้ำยาบ้วนปากกลุ่มฆ่าเชื้อและลดอักเสบ (เช่น Chlorhexidine หรือ Benzydamine) ช่วยให้แผลสมานตัวไวขึ้น
เปลี่ยนมาใช้ยาสีฟันไร้สาร SLS สาร Sodium Lauryl Sulfate (SLS) ที่ทำให้เกิดฟองในยาสีฟัน อาจกระตุ้นให้เกิดแผลร้อนในได้ การเปลี่ยนมาใช้ยาสีฟันสูตรไร้สาร SLS จะช่วยลดการระคายเคือง
ปรับพฤติกรรมการกิน ทานอาหารอ่อนๆ รสอ่อน หลีกเลี่ยงของทอด กรอบ เผ็ด หรือกรดสูง และใช้หลอดดื่มน้ำเย็นเพื่อลดการสัมผัสแผลโดยตรง

เทคนิคป้องกันไม่ให้ "แผลร้อนใน" กลับมาเป็นซ้ำ

การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ เพียงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน ดังนี้

  • ใช้แปรงสีฟันขนนุ่ม เพื่อป้องกันการขูดขีดเหงือกและเยื่อบุช่องปาก
  • จดบันทึกอาหารที่รับประทาน หากสงสัยว่าอาหารชนิดใดเป็นตัวกระตุ้น (เช่น มะเขือเทศ ช็อกโกแลต) ให้พยายามเลี่ยง
  • ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หรือตรวจเลือดเพื่อทานวิตามินเสริมหากพบว่าร่างกายขาดสารอาหาร
  • จัดการความเครียดและนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอวันละ 7-8 ชั่วโมง

 ข้อควรระวังเมื่อไหร่ที่ต้องไปพบแพทย์?
หากแผลร้อนในของคุณ มีอาการนานเกินกว่า 3 สัปดาห์, เกิดขึ้นซ้ำๆ ไม่หยุด, มีขนาดใหญ่ผิดปกติ หรือมีลักษณะแปลกไป ควรไปพบแพทย์หรือทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียด เพราะแผลที่เรื้อรังยาวนานอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรง เช่น มะเร็งช่องปาก ได้

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล