เทรนเนอร์หนุ่มดื่มนมถั่วเหลือง วันละ 2.5 ลิตร สร้างกล้ามเนื้อ 1 เดือนผ่านไป ผลตรวจทำตกใจ!

เทรนเนอร์หนุ่มดื่มนมถั่วเหลือง วันละ 2.5 ลิตร สร้างกล้ามเนื้อ 1 เดือนผ่านไป ผลตรวจทำตกใจ!

เทรนเนอร์หนุ่มดื่มนมถั่วเหลือง วันละ 2.5 ลิตร สร้างกล้ามเนื้อ 1 เดือนผ่านไป ผลตรวจทำตกใจ!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เทรนเนอร์หนุ่มดื่มนมถั่วเหลืองไม่หวานวันละ 2.5 ลิตร หวังเพิ่มกล้าม ลดไขมัน แต่ 1 เดือนน้ำหนักกลับพุ่ง พบค่าตับและไตผิดปกติ

เพราะเชื่อว่า “ไม่เติมน้ำตาล” เท่ากับดื่มได้แบบไม่ต้องกังวล เทรนเนอร์ฟิตเนสวัยประมาณ 30 ปีในไต้หวันจึงเลือกนมถั่วเหลืองเป็นตัวช่วยสร้างกล้ามเนื้อ เขาดื่มมากถึงวันละ 2.5 ลิตรแทนน้ำเปล่า แต่เพียงหนึ่งเดือน น้ำหนักกลับเพิ่มขึ้น 3 กิโลกรัม พร้อมพบความผิดปกติของค่าตับและไต

เรื่องราวดังกล่าวถูกนำมาเปิดเผยโดย หลิว อี๋หลี่ (Liu Yili) นักโภชนาการชาวไต้หวัน ในรายการสุขภาพ Doctor Is So Hot ก่อนถูกเผยแพร่ต่อในสื่อต่างประเทศ กลายเป็นกรณีเตือนใจคนรักสุขภาพว่า แม้อาหารจะมีประโยชน์ แต่เมื่อกินมากเกินความต้องการก็อาจให้ผลตรงกันข้ามได้

จากเครื่องดื่มสร้างกล้าม กลายเป็นแคลอรีส่วนเกินวันละเกือบ 900 กิโลแคลอรี

เทรนเนอร์รายนี้ต้องดูแลรูปร่างให้แข็งแรงและมีกล้ามเนื้ออยู่เสมอ เขาจึงมองหาวิธีเพิ่มโปรตีนหลังออกกำลังกาย และเลือกนมถั่วเหลืองไม่เติมน้ำตาล เพราะเห็นว่าเป็นแหล่งโปรตีนจากพืช ไม่มีน้ำตาลเพิ่ม และดูเป็นตัวเลือกที่ดีต่อสุขภาพ

จากการดื่มเพื่อเสริมอาหาร เขาค่อย ๆ เพิ่มปริมาณจนเลิกดื่มน้ำเปล่า และใช้นมถั่วเหลืองเป็นเครื่องดื่มหลักถึงวันละ 2.5 ลิตร เจ้าตัวเชื่อว่ายิ่งดื่มมากก็จะยิ่งช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อ พร้อมลดไขมันได้เร็วขึ้น โดยไม่ได้คำนึงถึงพลังงานสะสมจากปริมาณที่ดื่มตลอดทั้งวัน

นักโภชนาการคำนวณว่า นมถั่วเหลืองในปริมาณดังกล่าวอาจให้พลังงานรวมเกือบ 900 กิโลแคลอรีต่อวัน แม้ไม่ได้เติมน้ำตาลก็ตาม หากพลังงานที่ได้รับสูงกว่าปริมาณที่ร่างกายใช้ ส่วนเกินก็ยังสามารถสะสมเป็นไขมันและทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้

หนึ่งเดือนน้ำหนักขึ้น 3 กิโลกรัม ท้องอืดและอ่อนเพลียผิดปกติ

หลังดื่มนมถั่วเหลืองด้วยวิธีนี้ต่อเนื่องประมาณหนึ่งเดือน สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่เป็นไปตามคาด น้ำหนักของเขาเพิ่มขึ้นราว 3 กิโลกรัม กล้ามท้องที่เคยเห็นชัดเริ่มถูกปกคลุมด้วยไขมัน ขณะเดียวกันยังมีอาการท้องอืด เหนื่อยล้า และรู้สึกสมองไม่ปลอดโปร่ง

เมื่อไปตรวจร่างกาย รายงานจากรายการระบุว่า พบไขมันสะสมในตับ ระดับเอนไซม์ตับสูง และค่าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของไตผิดปกติ อย่างไรก็ตาม กรณีนี้เป็นข้อมูลที่นักโภชนาการเล่าผ่านรายการโทรทัศน์ ไม่ใช่รายงานผู้ป่วยหรือผลการศึกษาทางการแพทย์ที่เปิดเผยรายละเอียดครบถ้วน จึงไม่อาจสรุปได้ว่านมถั่วเหลืองเพียงอย่างเดียวเป็นสาเหตุโดยตรงของความผิดปกติทั้งหมด

สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ การดื่มเครื่องดื่มที่มีทั้งพลังงานและโปรตีนในปริมาณสูงมากทุกวัน สามารถทำให้ได้รับพลังงานเกินโดยไม่รู้ตัว ส่วนผู้ที่มีโรคไตหรือมีการทำงานของไตลดลงอยู่แล้ว ยิ่งต้องระวังปริมาณโปรตีนและปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารเป็นรายบุคคล

นมถั่วเหลืองไม่หวานมีประโยชน์ แต่ไม่ใช่น้ำเปล่า

นมถั่วเหลืองยังถือเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เพราะให้โปรตีนคุณภาพดีและมีกรดอะมิโนจำเป็นครบทั้ง 9 ชนิด นอกจากนี้ยังมีวิตามินบี โพแทสเซียม แมกนีเซียม และสารไอโซฟลาโวนจากถั่วเหลือง ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ตัวนมถั่วเหลืองเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ปริมาณและรูปแบบการบริโภค

คำว่า “ไม่เติมน้ำตาล” หมายความว่าไม่มีการเติมน้ำตาลเพิ่มลงไป ไม่ได้หมายความว่าเครื่องดื่มนั้นไม่มีแคลอรี นมถั่วเหลืองยังมีโปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรตตามธรรมชาติ ผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนักจึงควรอ่านฉลากโภชนาการและนับรวมไว้ในพลังงานที่ได้รับตลอดวันด้วย

4 เรื่องต้องรู้ ก่อนดื่มนมถั่วเหลืองเป็นประจำ

1. ไม่ควรใช้นมถั่วเหลืองแทนน้ำเปล่า

นมถั่วเหลืองเป็นอาหารในรูปแบบเครื่องดื่ม ไม่ใช่น้ำสำหรับชดเชยของเหลวทั้งหมดในแต่ละวัน การดื่มปริมาณมากอาจทำให้ได้รับพลังงานและโปรตีนเกิน อีกทั้งคาร์โบไฮเดรตบางชนิดในถั่วเหลืองอาจถูกแบคทีเรียในลำไส้หมักจนเกิดแก๊ส ทำให้ท้องอืดหรือไม่สบายท้องในบางคน

ไม่มีเกณฑ์ตายตัวว่าทุกคนต้องจำกัดนมถั่วเหลืองไม่เกิน 500 มิลลิลิตรต่อวัน เพราะความเหมาะสมขึ้นอยู่กับอาหารทั้งหมด ความต้องการพลังงาน และสุขภาพของแต่ละคน ทางที่ดีควรดื่มในปริมาณพอเหมาะเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหาร และใช้น้ำสะอาดเป็นเครื่องดื่มหลักเมื่อกระหาย

2. ดื่มตอนท้องว่างได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับแต่ละคน

ความเชื่อที่ว่าการดื่มนมถั่วเหลืองขณะท้องว่างจะทำให้โปรตีนสูญเปล่าหรือเป็นอันตรายต่อกระเพาะ ไม่ใช่ข้อสรุปที่ใช้ได้กับทุกคน ร่างกายสามารถย่อยและใช้โปรตีนได้ แม้ดื่มโดยไม่ได้กินคาร์โบไฮเดรตพร้อมกัน ผู้ที่ไม่มีอาการผิดปกติจึงสามารถดื่มได้ตามความสะดวก

อย่างไรก็ตาม บางคนอาจรู้สึกแน่นท้อง คลื่นไส้ หรือท้องอืดเมื่อดื่มตอนท้องว่าง หากมีอาการลักษณะนี้ควรลดปริมาณ หรือดื่มพร้อมอาหาร เช่น ขนมปังโฮลวีต ข้าวโอ๊ต หรือมันเทศ เพื่อให้มื้ออาหารสมดุลและอิ่มนานขึ้น

3. นมถั่วเหลืองทดแทนนมวัวได้ แต่ต้องดูว่าเสริมแคลเซียมหรือไม่

นมถั่วเหลืองธรรมชาติอาจมีแคลเซียมน้อยกว่านมวัว แต่ผลิตภัณฑ์หลายยี่ห้อมีการเสริมแคลเซียมและวิตามินดีจนมีปริมาณใกล้เคียงกัน สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ ระบุว่า เครื่องดื่มจากพืชที่เสริมแคลเซียมสามารถเป็นหนึ่งในแหล่งแคลเซียมสำหรับผู้ที่ไม่ดื่มนมวัวได้

ผู้ที่เลือกนมถั่วเหลืองแทนนมวัวจึงควรดูคำว่า “เสริมแคลเซียม” และตรวจปริมาณแคลเซียมบนฉลาก รวมถึงเขย่ากล่องก่อนดื่มตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ เพราะแร่ธาตุที่เติมลงไปอาจตกตะกอนอยู่ด้านล่าง ทั้งนี้ นมถั่วเหลืองอาจมีไอโอดีนน้อยกว่านมวัว จึงควรรับประทานอาหารให้หลากหลายเพื่อไม่ให้ขาดสารอาหารบางชนิด

4. นมถั่วเหลืองทำเองต้องต้มให้สุก

ถั่วเหลืองดิบมีสารยับยั้งเอนไซม์ย่อยโปรตีนและเลกติน ซึ่งความร้อนจากกระบวนการผลิตหรือต้มอย่างเหมาะสมช่วยลดสารเหล่านี้ได้ หากซื้อนมถั่วเหลืองบรรจุกล่องที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว สามารถดื่มได้ตามวิธีที่ระบุบนฉลาก ไม่จำเป็นต้องต้มใหม่

สำหรับนมถั่วเหลืองทำเอง ควรใช้ถั่วที่ผ่านการเตรียมอย่างถูกสุขลักษณะและต้มจนสุกทั่วถึง ไม่ควรชิมในขณะที่ยังดิบหรืออุ่นไม่ถึงขั้นสุก ส่วนภาชนะและอุปกรณ์ต้องสะอาด รวมถึงเก็บรักษาที่อุณหภูมิเหมาะสมเพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโรค

อยากสร้างกล้าม ควรกินโปรตีนอย่างไรให้ไม่เกินพอดี?

การสร้างกล้ามเนื้อไม่ได้ขึ้นอยู่กับการดื่มนมถั่วเหลืองหรือกินโปรตีนชนิดใดชนิดหนึ่งให้มากที่สุด แต่ต้องอาศัยการฝึกแรงต้าน พลังงานที่เพียงพอ การพักผ่อน และโปรตีนในปริมาณเหมาะสมตลอดวัน ควรกระจายโปรตีนในแต่ละมื้อ และเลือกจากหลายแหล่ง เช่น ถั่ว เต้าหู้ ไข่ ปลา เนื้อไม่ติดมัน และผลิตภัณฑ์นมตามความเหมาะสม

ผู้ที่ออกกำลังกายหนัก นักกีฬา หรือผู้ที่ต้องการเพิ่มกล้ามเนื้อ อาจต้องการโปรตีนมากกว่าคนทั่วไป แต่ปริมาณควรคำนวณจากน้ำหนักตัว ความเข้มข้นของการฝึก และสุขภาพประจำตัว ไม่ควรใช้วิธีเพิ่มเครื่องดื่มโปรตีนแบบไม่จำกัด โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคไต โรคตับ เบาหวาน หรือได้รับคำแนะนำให้ควบคุมโปรตีนและโพแทสเซียม

หลังหยุดดื่มแทนน้ำ ค่าตับและไตค่อย ๆ ดีขึ้น

รายงานระบุว่า หลังได้รับคำแนะนำ เทรนเนอร์หนุ่มหยุดดื่มนมถั่วเหลืองแทนน้ำทันที พร้อมปรับอาหารให้มีโปรตีนจากทั้งพืชและสัตว์ ลดพลังงานส่วนเกิน และกลับมาดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอ ภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์นานกว่าสองเดือน ค่าตับและไตจึงค่อย ๆ กลับเข้าสู่ระดับปลอดภัย ขณะที่รอบเอวและรูปร่างเริ่มกลับมาใกล้เคียงเดิม

สรุป ดื่มนมถั่วเหลืองได้ แต่อย่าหลงคำว่า “ไม่หวาน” จนลืมดูปริมาณ

นมถั่วเหลืองไม่เติมน้ำตาลเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์และเป็นแหล่งโปรตีนจากพืชที่ดี แต่ไม่ใช่เครื่องดื่มไร้พลังงาน และไม่ควรนำมาแทนน้ำเปล่าทั้งหมด การดื่มมากถึงวันละหลายลิตรอาจทำให้พลังงานรวมเกิน เกิดอาการท้องอืด และรบกวนสมดุลของอาหารในแต่ละวัน

บทเรียนสำคัญจากกรณีนี้จึงไม่ใช่การกล่าวว่านมถั่วเหลืองเป็นอันตราย แต่คือการเตือนว่า ไม่มีอาหารชนิดใดเป็น “อาหารมหัศจรรย์” และคำว่าเพื่อสุขภาพไม่ได้แปลว่ายิ่งกินมากยิ่งดี หากต้องการเพิ่มกล้าม ลดน้ำหนัก หรือกำลังมีโรคประจำตัว ควรวางแผนอาหารจากภาพรวมร่วมกับแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร แทนการเพิ่มอาหารชนิดเดียวแบบสุดโต่ง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล