อย่าพึ่งยานอนหลับ! วิจัยพบ "ผลไม้ชนิดนี้" คือตัวช่วยธรรมชาติ กินแค่ 2 ผลรู้เรื่อง

อย่าพึ่งยานอนหลับ! วิจัยพบ "ผลไม้ชนิดนี้" คือตัวช่วยธรรมชาติ กินแค่ 2 ผลรู้เรื่อง

อย่าพึ่งยานอนหลับ! วิจัยพบ "ผลไม้ชนิดนี้" คือตัวช่วยธรรมชาติ กินแค่ 2 ผลรู้เรื่อง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

  นอนไม่หลับลองกินสิ่งนี้! งานวิจัยเผย “กีวี 2 ผลก่อนนอน” อาจช่วยให้หลับดีขึ้น

กีวี ผลไม้ลูกเล็กที่อาจช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น เผยงานวิจัยพบการกินกีวี 2 ผลก่อนนอนอาจช่วยเพิ่มคุณภาพการนอน พร้อมประโยชน์ต่อระบบขับถ่ายและสุขภาพโดยรวม

หลายคนเคยเจอปัญหาแบบนี้... ถึงเวลานอนแล้วแต่สมองยังทำงานไม่หยุด ความคิดวนไปมา จนกว่าจะหลับก็ผ่านไปหลายชั่วโมง

ก่อนจะเลือกใช้อาหารเสริมช่วยนอนหลับ เมลาโทนิน หรือเครื่องดื่มต่าง ๆ มาลองแก้ปัญหา อาจมีอีกหนึ่งทางเลือกจากธรรมชาติที่น่าสนใจ นั่นคือ “กีวี” (Kiwi) ผลไม้รสหวานอมเปรี้ยวที่อุดมไปด้วยสารอาหารหลายชนิด

งานวิจัยบางส่วนพบว่า การรับประทานกีวีประมาณ 2 ผลก่อนเข้านอน 1 ชั่วโมง อาจมีส่วนช่วยให้หลับง่ายขึ้น หลับได้นานขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพของการนอนหลับ แต่ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า หลักฐานในปัจจุบันยังอยู่ในระยะเริ่มต้น และกีวีไม่ได้เป็นยานอนหลับหรือยารักษาโรคนอนไม่หลับโดยตรง

ทำไม “กีวี” อาจช่วยให้สมองผ่อนคลายก่อนนอน?

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้กีวีได้รับความสนใจในฐานะอาหารที่อาจช่วยเรื่องการนอน คือ กีวีมีสารอาหารสำคัญหลายชนิด เช่น เซโรโทนิน (Serotonin) สารต้านอนุมูลอิสระ และโฟเลต

เซโรโทนินเป็นสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์และวงจรการนอนหลับ โดยมีบทบาทเป็นสารตั้งต้นในการสร้าง เมลาโทนิน (Melatonin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมจังหวะการหลับและตื่นของร่างกาย

ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการจาก Cleveland Clinic ระบุว่า กีวีมีปริมาณเซโรโทนินค่อนข้างสูง ซึ่งอาจช่วยสนับสนุนกระบวนการที่ร่างกายใช้เตรียมเข้าสู่ภาวะพักผ่อน

นอกจากนี้ กีวียังมีวิตามินซีและวิตามินอี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่อาจช่วยลดความเครียดจากอนุมูลอิสระในร่างกาย ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับคุณภาพการนอนในบางกรณี

อย่างไรก็ตาม นักโภชนาการเตือนว่า กีวีไม่ได้มีฤทธิ์กล่อมประสาท และยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะระบุว่ากีวีสามารถรักษาอาการนอนไม่หลับได้

กีวีไม่ได้ช่วยแค่เรื่องนอน แต่ยังดีต่อระบบย่อยอาหาร

อีกหนึ่งจุดเด่นของกีวีคือ ปริมาณใยอาหารสูง ซึ่งช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบขับถ่าย

การรับประทานกีวีเป็นประจำอาจช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติ ลดอาการท้องอืด และสนับสนุนสุขภาพของลำไส้ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับสุขภาพโดยรวม รวมถึงคุณภาพการนอนหลับด้วย

เพราะระบบทางเดินอาหารและสมองมีความสัมพันธ์กันผ่านกลไกที่เรียกว่า Gut-Brain Axis เมื่อระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น อาจช่วยให้ร่างกายรู้สึกสบายและพร้อมเข้าสู่ช่วงพักผ่อนมากขึ้น

งานวิจัยพบอะไรเกี่ยวกับ “กีวีก่อนนอน”?

ความสนใจเรื่องกีวีกับการนอนหลับเริ่มมาจากงานวิจัยในวารสาร Asia Pacific Journal of Clinical Nutrition ซึ่งศึกษาผลของการรับประทานกีวีก่อนนอน

ผลการศึกษาพบว่า ผู้เข้าร่วมที่รับประทานกีวี 2 ผลก่อนนอนประมาณ 1 ชั่วโมง มีแนวโน้มว่าใช้เวลาหลับน้อยลง ระยะเวลาการนอนเพิ่มขึ้น และคุณภาพการนอนดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยดังกล่าวยังมีข้อจำกัด เนื่องจากจำนวนผู้เข้าร่วมไม่มาก และบางส่วนอาศัยการประเมินจากความรู้สึกของผู้เข้าร่วมเอง มากกว่าการตรวจวัดการนอนหลับในห้องทดลอง

ดังนั้น ผู้เชี่ยวชาญจึงมองว่า กีวีเป็น “อาหารที่น่าลอง” มากกว่า “วิธีรักษาอาการนอนไม่หลับที่พิสูจน์แล้ว”

กินกีวีก่อนนอนอย่างไรให้เหมาะสม?

  • รับประทานกีวีประมาณ 2 ผล ก่อนนอน 60–90 นาที
  • ผู้ที่มีระบบย่อยอาหารไว อาจรับประทานก่อนนอนประมาณ 2 ชั่วโมง
  • ล้างเปลือกให้สะอาดก่อนรับประทาน
  • สามารถรับประทานคู่กับโปรตีน เช่น โยเกิร์ตกรีก หรือคอตเทจชีส เพื่อให้อิ่มนานขึ้น

ผลไม้ลูกเล็ก แต่สารอาหารไม่เล็ก

นอกจากประเด็นเรื่องการนอนหลับแล้ว กีวียังเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ให้พลังงานต่ำ และมีสารอาหารสำคัญหลายชนิด เช่น

  • วิตามินซี
  • โพแทสเซียม
  • แมกนีเซียม
  • ใยอาหาร
  • สารพฤกษเคมีที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

กีวี 2 ผลสามารถให้วิตามินซีในปริมาณสูง พร้อมใยอาหารประมาณ 4 กรัม โดยไม่มีน้ำตาลเติมเพิ่ม จึงเป็นของว่างช่วงเย็นที่เหมาะกับคนที่ต้องการดูแลสุขภาพ

สรุป: กีวีช่วยให้นอนหลับได้จริงไหม?

ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานยืนยัน 100% ว่ากีวีสามารถรักษาอาการนอนไม่หลับได้ แต่ข้อมูลเบื้องต้นพบว่า การรับประทานกีวี 2 ผลก่อนนอนอาจช่วยสนับสนุนคุณภาพการนอนในบางคน

ข้อดีของกีวีคือ นอกจากอาจช่วยเรื่องการพักผ่อนแล้ว ยังให้ประโยชน์ด้านอื่น ทั้งการดูแลระบบขับถ่าย เสริมวิตามิน และเพิ่มสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย

ดังนั้น สำหรับผู้ที่มีปัญหานอนหลับเล็กน้อยและชื่นชอบกีวี การเพิ่มผลไม้ชนิดนี้ในช่วงเย็นหรือก่อนนอน อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ง่ายและปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม หากมีอาการนอนไม่หลับเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ไม่ควรพึ่งอาหารเพียงอย่างเดียว

แหล่งอ้างอิง:

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล