เช็กให้ชัวร์! 4 สิ่งของในโรงแรม ที่เอากลับบ้านได้ บางข้อเห็นแล้วเสียดายคนไม่ค่อยรู้

เช็กก่อนหยิบ! 4 ของในโรงแรมที่มักให้นำกลับบ้านได้ฟรี และของชิ้นไหนห้ามเอากลับ
ก่อนเช็กเอาต์จากโรงแรม หลายคนอาจลังเลกับขวดแชมพู รองเท้าแตะ หรือปากกาที่วางอยู่ในห้องว่า สามารถหยิบกลับบ้านได้หรือไม่ เพราะกลัวถูกเรียกเก็บเงินเพิ่มภายหลัง ขณะเดียวกัน บางคนกลับเข้าใจว่าของทุกอย่างที่จัดไว้ให้ใช้ในห้องรวมอยู่ในค่าที่พักแล้ว จึงสามารถนำกลับไปได้ทั้งหมด
ความจริงอยู่ตรงกลางระหว่างสองความเข้าใจนี้ เพราะสิ่งของบางประเภทจัดเตรียมไว้สำหรับแขกแต่ละคนและมักนำกลับได้ ขณะที่ของอีกหลายชิ้นเป็นทรัพย์สินที่โรงแรมเก็บไปทำความสะอาด ก่อนนำมาให้แขกคนถัดไปใช้งาน
เมห์เม็ต เออร์เดม ศาสตราจารย์ด้านการดำเนินงานและเทคโนโลยีโรงแรม มหาวิทยาลัยเนวาดา ลาสเวกัส ให้ข้อมูลกับ Travel + Leisure ว่า ของใช้ส่วนตัวแบบสิ้นเปลือง รองเท้าแตะแบบใช้ครั้งเดียว ตลอดจนเครื่องเขียนขนาดเล็ก มักเป็นสิ่งที่แขกสามารถนำติดตัวไปได้ อย่างไรก็ตาม โรงแรมแต่ละแห่งอาจกำหนดนโยบายไม่เหมือนกัน จึงควรตรวจสอบรายละเอียดก่อนทุกครั้ง
4 ของในโรงแรมที่โดยทั่วไปนำกลับบ้านได้
1. ของใช้ส่วนตัวขนาดเล็กแบบใช้แล้วทิ้ง
ขวดแชมพู ครีมนวดผม และเจลอาบน้ำขนาดเล็ก รวมถึงสบู่ก้อน แปรงสีฟัน ยาสีฟัน หวี หมวกคลุมผมอาบน้ำ และชุดเย็บผ้าที่บรรจุแยกชิ้น โดยทั่วไปเป็นของใช้ที่โรงแรมเตรียมไว้สำหรับแขกแต่ละคน
ของเหล่านี้มักไม่นำไปแจกต่อให้แขกคนถัดไป โดยเฉพาะเมื่อเปิดใช้แล้ว จึงสามารถใช้ระหว่างเข้าพักหรือนำของที่เหลือกลับบ้านได้ การนำกลับไปใช้ต่อยังช่วยลดการทิ้งของที่เปิดแล้วโดยไม่จำเป็นอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ต้องแยกให้ออกจากขวดแชมพูหรือสบู่เหลวแบบเติมที่ยึดติดอยู่กับผนังห้องน้ำ ภาชนะชนิดนี้ออกแบบมาให้โรงแรมเติมใหม่และใช้กับแขกหลายคน จึงเป็นทรัพย์สินของที่พัก ไม่ควรถอดหรือยกออกจากห้อง

2. รองเท้าแตะแบบใช้ครั้งเดียว
รองเท้าแตะผ้าหรือรองเท้าแตะแบบบางที่บรรจุไว้เป็นคู่ มักเป็นของใช้ส่วนบุคคลที่โรงแรมไม่ได้นำกลับมาแจกให้แขกคนต่อไป หากเป็นรองเท้าแตะแบบใช้แล้วทิ้ง แขกจึงมักสามารถนำกลับบ้านได้แม้จะยังไม่ได้แกะใช้
แต่ไม่ได้หมายความว่ารองเท้าแตะทุกคู่ในห้องจะหยิบกลับได้ รองเท้าแตะยาง รองเท้าแตะพลาสติก หรือรองเท้าคุณภาพสูงที่ออกแบบมาให้ซักและนำกลับมาใช้ใหม่ อาจยังเป็นทรัพย์สินของโรงแรม หากลักษณะไม่ชัดเจนหรือมีป้ายราคา ควรตรวจสอบกับพนักงานก่อน

3. ปากกา ดินสอ และกระดาษโน้ตขนาดเล็ก
ปากกา ดินสอ หรือกระดาษโน้ตที่พิมพ์ชื่อและโลโก้ของโรงแรม มักจัดอยู่ในกลุ่มของชิ้นเล็กที่แขกสามารถนำติดตัวไปได้ สิ่งของเหล่านี้มีต้นทุนไม่สูงและยังช่วยประชาสัมพันธ์ชื่อโรงแรมเมื่อถูกนำออกไปใช้งานภายนอก
ถึงอย่างนั้น ไม่ควรตีความว่าของทุกชิ้นบนโต๊ะทำงานเป็นของที่ระลึก หนังสือ นิตยสาร สมุดปกแข็ง แฟ้ม เมนู หรือของตกแต่งบางชนิดอาจมีไว้ให้ใช้เฉพาะภายในห้องพัก หากไม่มีข้อความระบุว่าเป็นของขวัญก็ควรวางไว้ตามเดิม
4. ชา กาแฟ และของต้อนรับที่ระบุว่าฟรี
ชา กาแฟ ซองน้ำตาล และครีมเทียมที่จัดไว้ข้างกาต้มน้ำ มักรวมอยู่ในค่าห้องพักแล้ว แขกสามารถชงดื่มระหว่างเข้าพัก และในโรงแรมหลายแห่งสามารถนำซองที่เหลือกลับได้ เช่นเดียวกับขนม ผลไม้ หรือของต้อนรับที่มีข้อความระบุชัดเจนว่าให้ฟรี
จุดที่ต้องระวังคือของในมินิบาร์ เพราะแม้จะวางอยู่ในห้องเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม บางโรงแรมยังใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับการยกสินค้าออกจากตำแหน่ง และอาจบันทึกค่าใช้จ่ายโดยอัตโนมัติ จึงควรอ่านรายการราคาและเงื่อนไขก่อนหยิบเสมอ
ขวดไวน์ ของที่ระลึก ถุงผ้า หรือกล่องของขวัญต้อนรับก็ไม่ควรสรุปว่าให้ฟรีจากรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว หากไม่มีข้อความว่า “Complimentary” หรือพนักงานไม่ได้แจ้งว่าเป็นของขวัญ ควรสอบถามให้แน่ใจก่อนนำออกจากห้อง
ใช้ได้ฟรี ไม่ได้แปลว่านำกลับบ้านได้ฟรี
หลักสังเกตง่าย ๆ คือ ของที่ใช้หมดไปหรือจัดไว้ให้แขกคนเดียว มักนำกลับได้ ส่วนของที่โรงแรมนำไปซัก ทำความสะอาด และหมุนเวียนให้แขกคนอื่นใช้ ต้องทิ้งไว้ในห้อง
ตัวอย่างของที่ใช้ได้ระหว่างเข้าพักแต่ไม่ควรนำกลับ ได้แก่ ผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดเท้า ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม และเสื้อคลุมอาบน้ำ ของเหล่านี้เป็นทรัพย์สินที่โรงแรมต้องนำกลับไปซักและนำมาใช้ใหม่
เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ประจำห้อง เช่น ไดร์เป่าผม เตารีด กาต้มน้ำ เครื่องชงกาแฟ รีโมตคอนโทรล โคมไฟ นาฬิกา และสายชาร์จของโรงแรม ก็ไม่ใช่ของแถม แม้แขกจะสามารถใช้งานได้ตลอดการเข้าพักก็ตาม
หากนำของเหล่านี้ออกจากโรงแรม ที่พักอาจเรียกเก็บเงินจากบัตรเครดิตที่ใช้ค้ำประกัน ติดต่อกลับเพื่อขอคืน หรือดำเนินการตามนโยบายของโรงแรมได้
เสื้อคลุมอาบน้ำและถุงผ้า นำกลับได้หรือไม่?
เสื้อคลุมอาบน้ำเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้เข้าพักสับสนบ่อย เพราะโรงแรมบางแห่งมีเสื้อคลุมจำหน่าย หรือจัดเป็นของขวัญในแพ็กเกจพิเศษ แต่โดยทั่วไปเสื้อคลุมที่แขวนอยู่ในตู้เสื้อผ้าจะเป็นทรัพย์สินของโรงแรมและต้องทิ้งไว้ในห้อง
ถุงผ้าหรือกระเป๋าที่วางไว้สำหรับใส่ของก็เช่นเดียวกัน บางใบเป็นของที่ระลึกสำหรับแขก ขณะที่บางใบมีราคาจำหน่ายแยก หรือมีไว้ให้ยืมใช้ระหว่างเข้าพัก วิธีที่แน่นอนที่สุดคือดูป้ายกำกับ รายการราคา หรือสอบถามพนักงานโดยตรง
โรงแรมแต่ละแห่งอาจมีกฎไม่เหมือนกัน
แม้ของใช้แบบเดียวกันจะนำกลับได้ในโรงแรมหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะใช้กฎเดียวกันกับทุกแห่ง โดยเฉพาะโรงแรมระดับหรู รีสอร์ต ที่พักแบบรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือที่พักซึ่งเปลี่ยนจากของใช้แบบใช้ครั้งเดียวมาเป็นภาชนะหมุนเวียน
ปัจจุบันโรงแรมหลายแห่งลดการใช้ขวดพลาสติกขนาดเล็กและเปลี่ยนเป็นขวดแบบเติม บางแห่งจัดรองเท้าแตะชนิดซักใช้ซ้ำ หรือวางผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นไว้ให้ทดลองโดยมีราคาจำหน่าย ดังนั้น การพิจารณาจากขนาดหรือหน้าตาของสิ่งของเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ
ไม่แน่ใจว่าหยิบได้หรือไม่ ให้เช็ก 3 จุดนี้
ตรวจฉลากและบรรจุภัณฑ์ มองหาคำว่า “Complimentary” “With Compliments” หรือข้อความภาษาไทยที่ระบุว่าเป็นของสมนาคุณ หากมีป้ายราคา แสดงว่าอาจเป็นสินค้าสำหรับจำหน่าย
ดูรายการมินิบาร์และคู่มือภายในห้อง โรงแรมบางแห่งรวบรวมราคาของเครื่องดื่ม ขนม ของใช้ และของที่ระลึกไว้ในเอกสารเดียวกัน การเปิดอ่านก่อนเช็กเอาต์ช่วยป้องกันค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดได้
ถามแผนกต้อนรับ หากยังไม่แน่ใจ คำถามสั้น ๆ ว่า “ของชิ้นนี้สามารถนำกลับได้หรือไม่” เป็นวิธีที่ตรงและปลอดภัยที่สุด เพราะพนักงานสามารถยืนยันนโยบายของโรงแรมนั้นได้ทันที
สรุป ของอะไรในโรงแรมนำกลับบ้านได้บ้าง?
โดยทั่วไป ของใช้ส่วนตัวขนาดเล็กแบบใช้ครั้งเดียว รองเท้าแตะแบบใช้แล้วทิ้ง ปากกาหรือกระดาษโน้ต และชา กาแฟ หรือของต้อนรับที่ระบุชัดเจนว่าให้ฟรี มักเป็นสิ่งที่แขกสามารถนำกลับบ้านได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ส่วนผ้าเช็ดตัว เสื้อคลุมอาบน้ำ ชุดเครื่องนอน เครื่องใช้ไฟฟ้า กาต้มน้ำ ขวดสบู่แบบเติม และของที่โรงแรมสามารถทำความสะอาดเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ ต้องทิ้งไว้ในห้อง เพราะค่าที่พักเป็นค่าบริการและสิทธิในการใช้งานระหว่างเข้าพัก ไม่ใช่ราคาซื้อทรัพย์สินทุกชิ้นในห้อง
กฎที่ปลอดภัยที่สุดคือ หากไม่มีข้อความยืนยันว่าเป็นของฟรีและยังรู้สึกลังเล อย่าเพิ่งหยิบใส่กระเป๋า แต่ควรสอบถามพนักงานก่อนเช็กเอาต์ เพียงเท่านี้ก็ช่วยเลี่ยงทั้งความเข้าใจผิดและค่าใช้จ่ายที่อาจตามมาได้
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี