รวม 30 คำไทยที่มักเขียนผิด! เช็กให้ชัวร์ เขียนแบบไหนถึงจะถูกตามราชบัณฑิตยสภา

รวม 30 คำไทยที่มักเขียนผิด! เช็กให้ชัวร์ เขียนแบบไหนถึงจะถูกตามราชบัณฑิตยสภา

รวม 30 คำไทยที่มักเขียนผิด! เช็กให้ชัวร์ เขียนแบบไหนถึงจะถูกตามราชบัณฑิตยสภา
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

รวมคำไทยที่มักเขียนผิด เช็กให้ชัวร์ 30 คำนี้ เขียนแบบไหนถึงจะถูกต้องตามราชบัณฑิตยสภา

เคยสงสัยไหมว่าคำนี้สะกดอย่างไร? รวม 30 คำไทยที่มักเขียนผิดบ่อยที่สุด พร้อมเฉลยวิธีเขียนที่ถูกต้องตามหลักสำนักงานราชบัณฑิตยสภา เช็กด่วนก่อนเขียนข่าวหรือเอกสารทางการ!

ภาษาไทยมีคำจำนวนไม่น้อยที่เราเห็นและใช้กันอยู่ทุกวัน แต่พอถึงเวลาต้องเขียนจริงกลับเกิดความลังเลว่า ต้องมี “ร” หรือไม่ ใช้ “ฎ” หรือ “ฏ” มีการันต์หรือเปล่า หรือคำที่เห็นผ่านตาบ่อย ๆ นั้นแท้จริงแล้วสะกดถูกหรือผิดกันแน่

สำนักงานราชบัณฑิตยสภามีทั้งพจนานุกรมออนไลน์ หนังสือ “เขียนอย่างไร” และชุดความรู้เกี่ยวกับคำที่มักเขียนผิด เพื่อใช้ตรวจสอบรูปคำมาตรฐานโดยตรง โดยคำบางคำที่เขียนผิดกันมากเกิดจากเสียงอ่านที่ใกล้เคียงกัน หรือการจำรูปคำจากคำอื่นมาปะปนกัน เช่น “อนุญาต” ที่มักถูกเขียนเป็น “อนุญาติ” หรือ “กะเพรา” ที่หลายคนเผลอเติม ร กลายเป็น “กระเพรา” 

30 คำไทยที่มักเขียนผิด เขียนแบบไหนถึงจะถูก?

คำที่ถูกต้อง คำที่มักเขียนผิด
กะทันหัน กระทันหัน
กระทะ กะทะ
กะเพรา กระเพรา / กระเพา
ขึ้นฉ่าย คึ่นช่าย / ขึ้นช่าย
คำนวณ คำนวน
อนุญาต อนุญาติ
โอกาส โอกาศ
สังเกต สังเกตุ
รสชาติ รสชาด
ทะเลสาบ ทะเลสาป
ปรากฏ ปรากฎ
ปรากฏการณ์ ปรากฎการณ์
ปฏิเสธ ปฎิเสธ
ปฏิกิริยา ปฎิกิริยา
ปฏิบัติ ปฎิบัติ
กฎหมาย กฏหมาย
ประณีต ปราณีต
ประสบการณ์ ประสพการณ์
สัมภาษณ์ สัมภาษ
สัมมนา สัมนา
สังสรรค์ สังสรร
ศีรษะ ศรีษะ
สัญลักษณ์ สัญลักษ์
อัศจรรย์ อัศจรร
ธุรกิจ ธุระกิจ
บันได บรรได
บันเทิง บรรเทิง
มาตรฐาน มาตราฐาน
คลินิก คลินิค
ผัดไทย ผัดไท

“กะทันหัน” ไม่ใช่ “กระทันหัน”

คำที่ถูกต้องคือ “กะทันหัน” ใช้ในความหมายว่า เกิดขึ้นทันทีทันใดโดยไม่ได้เตรียมตัว เช่น “ฝนตกกะทันหัน” หรือ “เสียชีวิตกะทันหัน” ส่วน “กระทันหัน” เป็นรูปที่พบเห็นบ่อย แต่ไม่ใช่รูปมาตรฐาน

จำให้ดี “กระทะ” แต่ “กะเพรา”

สองคำนี้ทำให้หลายคนสับสน เพราะคำหนึ่งใช้ “กระ” แต่อีกคำใช้ “กะ” ภาชนะที่ใช้ทอดหรือผัดอาหารเขียนว่า “กระทะ” ส่วนพืชที่ใช้ทำเมนูยอดนิยมต้องเขียนว่า “กะเพรา” ไม่ใช่ “กระเพรา” หรือ “กระเพา”

สำนักงานราชบัณฑิตยสภามีคำอธิบายเรื่อง “กระ” และ “กะ” โดยยก “กะเพรา” เป็นตัวอย่างโดยตรงว่ารูปที่ถูกต้องต้องเขียนเช่นนี้ 

“ขึ้นฉ่าย” ไม่ใช่ “คึ่นช่าย”

ชื่อผักที่มีกลิ่นเฉพาะและนิยมใส่ในอาหารหลายชนิด เขียนว่า “ขึ้นฉ่าย” สำนักงานราชบัณฑิตยสภาเคยยกคำนี้เป็นตัวอย่างคำที่มักเขียนผิด โดยระบุว่ารูป “คึ่นช่าย” ไม่ถูกต้อง 

“อนุญาต” ไม่มีสระอิท้ายคำ

หนึ่งในคำที่ผิดกันบ่อยมากคือ “อนุญาต” ซึ่งมักถูกเขียนเป็น “อนุญาติ” เพราะไปจำสลับกับคำว่า “ญาติ” แต่รูปที่ถูกต้องต้องไม่มีสระอิหลังตัว ต

สำนักงานราชบัณฑิตยสภาอธิบายว่า “อนุญาต” เป็นคำกริยา หมายถึง ยินยอม ยอมให้ หรือตกลง ดังนั้นประโยคอย่าง “ได้รับอนุญาตแล้ว” ต้องใช้รูปนี้เท่านั้น 

“คำนวณ” ต้องลงท้ายด้วย ณ

คำว่า “คำนวณ” หมายถึงการคิดหาผลลัพธ์โดยวิธีทางตัวเลข เช่น คำนวณค่าใช้จ่าย คำนวณระยะทาง หรือเครื่องคำนวณ รูป “คำนวน” ที่ไม่มี ณ ท้ายคำเป็นรูปที่สะกดผิด

“สังเกต” ไม่มีสระอุ

รูปที่ถูกต้องคือ “สังเกต” เช่น “สังเกตอาการ” “ข้อสังเกต” หรือ “ผู้สังเกตการณ์” ไม่ใช่ “สังเกตุ” แม้เวลาออกเสียงอาจทำให้หลายคนเผลอเติมสระอุเข้าไปก็ตาม

“โอกาส” ใช้ ส ไม่ใช่ ศ

คำว่า “โอกาส” ต้องลงท้ายด้วย ส เช่น “มีโอกาสได้งาน” “เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็น” หรือ “โอกาสสำคัญ” ส่วน “โอกาศ” เป็นการสะกดที่ผิด

“รสชาติ” ไม่ใช่ “รสชาด”

คำที่ใช้พูดถึงลักษณะของรสอาหารต้องเขียนว่า “รสชาติ” เช่น “อาหารมีรสชาติดี” หรือ “รสชาติกลมกล่อม” ไม่ใช่ “รสชาด” ซึ่งเป็นรูปที่พบได้บ่อยในรีวิวอาหารและโพสต์บนโซเชียล

“ทะเลสาบ” ต้องลงท้ายด้วย บ

แหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่มีแผ่นดินล้อมรอบเรียกว่า “ทะเลสาบ” ไม่ใช่ “ทะเลสาป” แม้เสียงท้ายเมื่อพูดจะทำให้หลายคนสับสนระหว่าง บ กับ ป ก็ตาม

“ปรากฏ” ใช้ ฏ แต่ “กฎหมาย” ใช้ ฎ

หนึ่งในคู่ที่ทำให้หลายคนจำสับสนคือ “ปรากฏ” ซึ่งต้องใช้ ฏ ปฏัก เช่น ปรากฏตัว ปรากฏหลักฐาน และปรากฏการณ์ ส่วนรูป “ปรากฎ” หรือ “ปรากฎการณ์” ไม่ถูกต้อง

แต่คำว่า “กฎหมาย” กลับใช้ ฎ ชฎา ไม่ใช่ “กฏหมาย” จึงเป็นสองคำที่ควรจำแยกกันให้ชัด เพราะออกเสียงใกล้เคียงกันแต่ใช้พยัญชนะต่างกัน

คำขึ้นต้น “ปฏิ-” ระวังอย่าใช้ ฎ

คำว่า “ปฏิเสธ” “ปฏิกิริยา” และ “ปฏิบัติ” ต้องใช้ ฏ ปฏัก ไม่ใช่ ฎ ชฎา ดังนั้น “ปฎิเสธ” “ปฎิกิริยา” และ “ปฎิบัติ” จึงเป็นรูปที่ผิด

การจำกลุ่มคำที่ขึ้นต้นด้วย “ปฏิ-” ไว้ด้วยกัน เช่น ปฏิรูป ปฏิวัติ ปฏิเสธ และปฏิกิริยา จะช่วยลดความสับสนได้มาก

“ศีรษะ” ไม่ใช่ “ศรีษะ”

คำว่า “ศีรษะ” เป็นคำที่เขียนผิดบ่อย เพราะเวลาออกเสียงว่า “สี-สะ” ทำให้บางคนจำเป็น “ศรีษะ” แต่รูปที่ถูกต้องต้องเขียน ศี-ร-ษะ เช่น ปวดศีรษะ ก้มศีรษะ หรือบาดเจ็บที่ศีรษะ

“ประสบการณ์” ไม่ใช่ “ประสพการณ์”

คำนี้พบได้บ่อยในเรซูเม่ ใบสมัครงาน และบทความ รูปที่ถูกต้องคือ “ประสบการณ์” เช่น “มีประสบการณ์ทำงาน 5 ปี” ไม่ใช่ “ประสพการณ์”

“สัมมนา” ต้องมี ม สองตัว

คำว่า “สัมมนา” ใช้เรียกการประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้หรือความคิดเห็น จึงต้องเขียน “สัม-มนา” ไม่ใช่ “สัมนา”

ส่วน “สัมภาษณ์” ต้องมี ณ์ ท้ายคำ เช่น “สัมภาษณ์งาน” และ “สังสรรค์” ต้องมี ค์ ท้ายคำ เช่น “งานเลี้ยงสังสรรค์”

ธุรกิจ” ไม่ใช่ “ธุระกิจ”

คำว่า “ธุรกิจ” หมายถึงกิจการหรือการประกอบการทางการค้า แม้จะมีคำว่า “ธุระ” อยู่ในภาษาไทย แต่เมื่อนำมาใช้ในความหมายเรื่องกิจการต้องเขียนว่า “ธุรกิจ” ไม่ใช่ “ธุระกิจ”

“บันได-บันเทิง” ใช้ บัน ไม่ใช่ บรร

คำว่า “บันได” และ “บันเทิง” ต้องขึ้นต้นด้วย “บัน” ขณะที่คำอื่นบางคำใช้ “บรร” เช่น บรรยาย บรรทุก บรรจุ และบรรยากาศ จึงไม่สามารถใช้เสียง “บัน” เป็นหลักในการเดาตัวสะกดได้ทุกคำ

“มาตรฐาน” ไม่มีสระอาหลัง ร

คำที่ถูกต้องคือ “มาตรฐาน” ไม่ใช่ “มาตราฐาน” ตัวอย่างเช่น “ได้มาตรฐาน” “มาตรฐานความปลอดภัย” และ “มาตรฐานสากล”

“คลินิก” ไม่ใช่ “คลินิค”

คำว่า “คลินิก” เป็นรูปที่สำนักงานราชบัณฑิตยสภาใช้เป็นมาตรฐาน ขณะที่ “คลินิค” เป็นรูปที่มักพบเห็นตามป้ายหรือการเขียนทั่วไป แต่ไม่ใช่รูปที่ควรใช้ในงานเขียนมาตรฐาน 

อาหารจานดังต้องเขียน “ผัดไทย”

ชื่ออาหารยอดนิยมของไทยต้องเขียนว่า “ผัดไทย” ไม่ใช่ “ผัดไท” สำนักงานราชบัณฑิตยสภาเคยเผยแพร่เนื้อหาในชุด “คำที่มักจะเขียนผิด” เกี่ยวกับคำนี้โดยตรง 

คำยุคดิจิทัลก็มีรูปมาตรฐานที่ควรรู้

คำว่า Internet สำนักงานราชบัณฑิตยสภาใช้รูป “อินเทอร์เน็ต” ขณะที่คำว่า Application ใช้รูป “แอปพลิเคชัน” ในเอกสารและบริการของสำนักงานเอง รูปอย่าง “อินเตอร์เน็ต” หรือ “แอพพลิเคชั่น” จึงไม่ใช่รูปที่ควรใช้เมื่อเขียนตามหลักการทับศัพท์มาตรฐาน

ไม่ใช่ทุกคำที่เขียนต่างกันแล้วจะมีคำหนึ่งผิดเสมอ

ภาษาไทยมีบางคำที่พจนานุกรมยอมรับให้เขียนได้มากกว่าหนึ่งรูปจริง เช่น “ดรรชนี” และ “ดัชนี” โดยสำนักงานราชบัณฑิตยสภาระบุว่าทั้งสองรูปมีการใช้ได้ตามความหมายที่พจนานุกรมกำหนด จึงไม่ควรใช้หลักว่า หากพบคำสะกดต่างกันต้องมีรูปหนึ่งผิดเสมอไป 

ด้วยเหตุนี้ หากพบคำที่ไม่แน่ใจ วิธีที่ปลอดภัยกว่าการเลือกคำที่ “เห็นคนใช้บ่อย” คือค้นจากพจนานุกรมหรือฐานข้อมูลของสำนักงานราชบัณฑิตยสภาโดยตรง

ไม่แน่ใจว่าสะกดอย่างไร เช็กได้ที่ไหน?

สำนักงานราชบัณฑิตยสภามี พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ในรูปแบบออนไลน์ รวมถึงฐานข้อมูลศัพท์บัญญัติ คำทับศัพท์ และชุดความรู้เกี่ยวกับภาษาไทยให้ประชาชนค้นหาได้โดยตรง

นอกจากนี้ ยังมีหนังสือ “เขียนอย่างไร ฉบับราชบัณฑิตยสถาน” ซึ่งรวบรวมคำที่คนมักอ่านหรือเขียนผิด พร้อมระบุรูปที่ถูกต้องไว้โดยเฉพาะ จึงเหมาะสำหรับใช้ตรวจสอบก่อนเขียนข่าว เอกสาร หรือเนื้อหาที่ต้องการความเป็นทางการ 

สรุป คำไทยที่มักเขียนผิด จำให้ถูกไว้ใช้ได้ทุกวัน

คำอย่าง “กะทันหัน” “กะเพรา” “อนุญาต” “สังเกต” “ปรากฏ” “กฎหมาย” “ศีรษะ” และ “ประสบการณ์” เป็นตัวอย่างของคำที่ใช้กันบ่อย แต่มีรูปสะกดที่ทำให้สับสนได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อเสียงพูดไม่ได้บอกตัวสะกดอย่างชัดเจน

การเขียนให้ถูกไม่จำเป็นต้องท่องทุกคำในภาษาไทย แต่สำหรับคำที่ต้องใช้บ่อย การจำรูปมาตรฐานไว้จะช่วยลดข้อผิดพลาดได้มาก และหากไม่แน่ใจ เพียงตรวจสอบกับพจนานุกรมของสำนักงานราชบัณฑิตยสภาก่อนเผยแพร่ ก็ช่วยให้ทั้งงานเขียนและการสื่อสารมีความถูกต้องมากขึ้น

แหล่งอ้างอิง

  1. พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554
  2. สำนักงานราชบัณฑิตยสภา
  3. เขียนอย่างไร ฉบับราชบัณฑิตยสถาน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล