"ผัก-ผลไม้" ควรล้างก่อนแช่ตู้เย็นหรือไม่? เฉลยชัดๆ ทำแบบไหนไม่เสี่ยงเน่า เสียเงินฟรี!

"ผัก-ผลไม้" ควรล้างก่อนแช่ตู้เย็นหรือไม่? เฉลยชัดๆ ทำแบบไหนไม่เสี่ยงเน่า เสียเงินฟรี!

"ผัก-ผลไม้" ควรล้างก่อนแช่ตู้เย็นหรือไม่? เฉลยชัดๆ ทำแบบไหนไม่เสี่ยงเน่า เสียเงินฟรี!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ล้าง vs ไม่ล้าง "ผักผลไม้" ก่อนแช่ตู้เย็น ทำแบบไหนเสี่ยงเน่าง่ายกว่า?

ซื้อผักผลไม้มาแล้วล้างเลยดีไหม? ความจริงที่คุณอาจเข้าใจผิด ที่ทำให้เสียเงินทิ้งกับของเน่าคาตู้เย็น

ควรล้างผักและผลไม้ทันทีที่ซื้อกลับมาแล้วค่อยเก็บเข้าตู้เย็นเลยดีไหม? คำตอบคือขึ้นอยู่กับชนิดของอาหารแต่ละประเภท เพราะหากทำผิดวิธีอาจทำให้ผักเน่าเสียง่าย ผลไม้ขึ้นราเร็ว และกลายเป็นการสิ้นเปลืองอาหารโดยใช่เหตุ

หลายคนมีนิสัยชอบล้างผัก หัว และผลไม้ให้สะอาดทันทีที่ซื้อกลับมา แล้วค่อยเก็บเข้าตู้เย็นด้วยความคิดที่ว่าวิธีนี้จะสะดวกและสะอาดกว่า อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยด้านอาหารกลับมองว่านี่ไม่ใช่ทางเลือกที่ถูกต้องเสมอไป

ผักใบ: ไม่ควรล้างก่อนเก็บหากยังไม่นำมาประกอบอาหารทันที

ผักหลายชนิด เช่น ผักกาด ผักสลัด ผักบุ้ง ผักสมุนไพร ผักโขม... มีผิวใบบางและไวต่อความชื้นเป็นอย่างมาก หลังจากล้างแล้ว ต่อให้สะเด็ดน้ำดีแค่ไหน แต่บนใบก็ยังคงมีละอองน้ำหลงเหลืออยู่ ละอองน้ำนี่เองที่เป็นตัวเร่งให้แบคทีเรียและเชื้อราเจริญเติบโตได้รวดเร็วยิ่งขึ้นในสภาพแวดล้อมของตู้เย็น

นอกเหนือจากความเสี่ยงที่จะเน่าเสียง่ายแล้ว ผักยังอาจช้ำ นิ่ม สูญเสียความกรอบ และคุณภาพลดลงได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน หลายคนคิดว่าความเย็นของตู้เย็นมากพอที่จะหยุดยั้งจุลินทรีย์ทุกชนิดได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว อุณหภูมิต่ำทำได้เพียงแค่ชะลอการเจริญเติบโตเท่านั้น ไม่ได้หยุดยั้งได้ทั้งหมด

วิธีเก็บรักษาที่แนะนำคือ ให้คัดใบที่ช้ำและเศษดินโคลนชิ้นใหญ่ออก จากนั้นนำผักใส่ถุงหรือกล่องที่รองด้วยกระดาษทิชชูเพื่อช่วยดูดซับความชื้นส่วนเกิน การล้างทำความสะอาดอย่างทั่วถึงเฉพาะในขั้นตอนก่อนปรุงอาหารจะช่วยให้ผักคงความสดได้ยาวนานขึ้นและสะอาดปลอดภัยเช่นกัน

ผลไม้: ขึ้นอยู่กับแต่ละชนิด ไม่ใช่ผลไม้ทุกชนิดที่ควรล้างทันที

ผลไม้จำพวกสตรอว์เบอร์รี องุ่น บลูเบอร์รี ราสเบอร์รี เป็นผลไม้ที่ดูดซับน้ำได้ง่ายและขึ้นราได้รวดเร็วหากถูกล้างก่อนนำไปเก็บ ความชื้นที่ตกค้างอยู่บนผิวจะกระตุ้นให้เชื้อราเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ผลไม้ทั้งกล่องเสียหายได้ในเวลาอันสั้น

ในทางตรงกันข้าม ผลไม้ที่มีเปลือกหนา เช่น ส้ม ส้มโอ กล้วย มะม่วง อะโวคาโด... สามารถเก็บรักษาในสภาพเดิมได้โดยยังไม่ต้องล้าง เมื่อถึงเวลาจะรับประทานค่อยนำมาล้างผ่านน้ำสะอาดเพื่อกำจัดฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกบนเปลือก

สำหรับผลไม้ที่หั่นหรือปอกเปลือกแล้ว จำเป็นต้องเก็บไว้ในกล่องสุญญากาศและรับประทานให้หมดโดยเร็วที่สุด ไม่ควรทิ้งไว้เป็นเวลานานเพราะจะทำให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน สูญเสียรสชาติ และเพิ่มความเสี่ยงในการปนเปื้อนแบคทีเรีย

โดยเฉพาะผลไม้หลายชนิดที่มีสารเคลือบผิวป้องกันตามธรรมชาติ หากไม่มีคราบดินโคลนและแห้งดีอยู่แล้ว ควรเก็บไว้ในสภาพเดิมและล้างเฉพาะตอนที่จะกินเท่านั้น

เมื่อไหร่ถึงควรล้างก่อนเก็บเข้าตู้เย็น?

อย่างไรก็ตาม ยังมีบางกรณีที่การล้างก่อนเก็บเป็นเรื่องที่เหมาะสม หากผักหรือผลไม้มีดินโคลนติดอยู่หนาแน่น การทำความสะอาดเบื้องต้นจะช่วยป้องกันไม่ให้เศษดินแพร่กระจายไปปเปื้อนอาหารชนิดอื่น แต่หลังจากล้างแล้ว จำเป็นต้องผึ่งให้แห้งสนิทหรือใช้กระดาษทิชชูซับน้ำให้แห้งก่อนนำไปเก็บรักษา

หากคุณมีนิสัยชอบเตรียมวัตถุดิบหั่นล่วงหน้าเพื่อประหยัดเวลา ให้แบ่งเป็นสัดส่วนพอดีมื้อ ทำให้แห้งสนิทแล้วเก็บใส่กล่องสุญญากาศ วิธีนี้จะช่วยลดปริมาณความชื้นและจำกัดไม่ให้ผักผลไม้เน่าเสียเร็ว

สิ่งสำคัญคือ อย่าเก็บผักหรือผลไม้ที่ยังเปียกชุ่มน้ำเข้าตู้เย็นเด็ดขาด นี่คือข้อผิดพลาดทั่วไปที่ทำให้หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าตู้เย็นความเย็นไม่พอ ทั้งที่จริงแล้วต้นตอมาจากปริมาณน้ำที่ยังติดอยู่บนตัวอาหารต่างหาก

4. เคล็ดลับช่วยให้ผักและผลไม้สดนานขึ้นในตู้เย็น

  • อย่าอัดอาหารแน่นเกินไปในช่องแช่ เนื่องจากอากาศเย็นจำเป็นต้องหมุนเวียนเพื่อรักษาอุณหภูมิให้คงที่ นอกจากนี้ควรแยกประเภทผัก หัว และผลไม้ ออกจากอาหารดิบอย่างเนื้อสัตว์และปลา

  • ใช้กล่องหรือถุงเฉพาะที่มีรูระบายอากาศ จะช่วยลดปัญหาการเกิดหยดน้ำสะสม สำหรับผักใบ การรองด้วยกระดาษทิชชูแห้งเป็นเคล็ดลับง่ายๆ แต่ได้ผลดีเยี่ยมในการยืดอายุการเก็บรักษา

  • หมั่นตรวจสอบและคัดแยกใบไม้หรือผลไม้ที่ช้ำ เน่า หรือขึ้นราทิ้งทันที เพราะเพียงแค่ส่วนที่เน่าเสียหายจุดเดียว ก็สามารถทำให้อาหารทั้งถุงหรือกล่องนั้นเสื่อมสภาพเร็วขึ้นได้

สรุปแล้ว ผักและผลไม้ไม่จำเป็นต้องล้างก่อนเก็บเข้าตู้เย็นทุกชนิด โดยเฉพาะผักใบและผลไม้เนื้อนิ่มที่ไวต่อความชื้น เพราะอาจทำให้เน่าเสียหรือขึ้นราเร็วกว่าเดิม วิธีที่เหมาะสมคือเก็บในสภาพแห้ง คัดส่วนที่ช้ำออก และล้างให้สะอาดก่อนนำมาปรุงหรือรับประทาน หากจำเป็นต้องล้างก่อนเก็บ ต้องผึ่งหรือซับให้แห้งสนิท พร้อมแยกเก็บในภาชนะที่เหมาะสม เพื่อช่วยรักษาความสดและลดการปนเปื้อน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล