ปิดพัดลมแล้ว จำเป็นต้อง 'ถอดปลั๊ก' ทุกครั้งไหม? EVN เผยคำตอบที่หลายคนเข้าใจผิด!

ปิดพัดลมแล้ว จำเป็นต้อง 'ถอดปลั๊ก' ทุกครั้งไหม? EVN เผยคำตอบที่หลายคนเข้าใจผิด!

ปิดพัดลมแล้ว จำเป็นต้อง 'ถอดปลั๊ก' ทุกครั้งไหม? EVN เผยคำตอบที่หลายคนเข้าใจผิด!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

อย่าหาทำบ่อย! ไขความจริงเรื่องถอดปลั๊กพัดลมหลังใช้งาน EVN เตือน ดึงเข้าดึงออกบ่อยๆ เสี่ยงทำระบบไฟช็อ

ข้อถกเถียงเรื่องงานบ้าน: ปิดพัดลมแล้วต้องถอดปลั๊กทุกครั้งจริงหรือ?

ในช่วงที่สภาพอากาศร้อนจัด พัดลมแทบจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทำงานหนักที่สุดและเปิดใช้งานแทบจะตลอดเวลาในหลายๆ บ้าน ทำให้เกิดกระแสความเชื่อและพฤติกรรมที่แชร์ต่อกันมาว่า "หลังจากกดปิดพัดลมแล้ว ควรถอดปลั๊กออกทันที" เพื่อช่วยเซฟค่าไฟและป้องกันเหตุกระแสไฟฟ้าลัดวงจร อย่างไรก็ตาม ข้อมูลคำแนะนำจากการไฟฟ้าและผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานระบุว่า พฤติกรรมนี้อาจไม่ได้จำเป็นในทุกสถานการณ์อย่างที่คิด

ไขความจริงเรื่อง "กระแสไฟแฝง": พัดลมที่ปิดแล้วกินไฟแค่ไหน?

จากการอ้างอิงรายงานการศึกษาของกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ (DOE) และองค์กรกลยุทธ์ประสิทธิภาพพลังงานแห่งออสเตรเลีย พบข้อมูลทางสถิติว่า พัดลมไฟฟ้าทั่วไปเกือบทั้งหมด แทบจะไม่มีการใช้กระแสไฟฟ้าเลยหรือกินไฟในระดับที่ต่ำมากๆ จนใกล้เคียงกับศูนย์เมื่อกดปิดสวิตช์แล้ว มีพัดลมเพียงแค่ 3% จากการสำรวจเท่านั้นที่มีอัตราการกินไฟช่วงสแตนด์บาย (Standby Power) ในระดับที่สังเกตได้

เหตุผลสำคัญเป็นเพราะพัดลมระบบกลไก (พัดลมแบบปุ่มกดธรรมดา) ไม่มีแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ซับซ้อนเหมือนกับโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะรุ่นใหม่ๆ ดังนั้น แม้คุณจะเสียบปลั๊กค้างไว้กับเต้ารับ ปริมาณไฟที่สูญเสียไปก็น้อยมากจนแทบไม่มีผลใดๆ ต่อบิลค่าไฟตอนสิ้นเดือน

อย่างไรก็ตาม สำหรับพัดลมกลุ่มที่มีรีโมทคอนโทรล, พัดลมระบบอัจฉริยะ (Smart Fan) หรือพัดลมที่มีหน้าจอแสดงผลแบบ LED ตัวเครื่องจะยังคงดึงกระแสไฟปริมาณเล็กน้อยไว้เพื่อเลี้ยงระบบสั่งการ แต่ถึงอย่างนั้น ปริมาณไฟที่ใช้ก็ยังถือว่าน้อยมากและไม่ได้ทำให้ค่าไฟพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

การไฟฟ้าแนะนำอย่างไร? เมื่อไหร่ที่ "จำเป็น" ต้องถอดปลั๊ก

ตามคำแนะนำในการใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภัย การไฟฟ้าเปิดเผยว่าวัตถุประสงค์หลักของการถอดปลั๊กพัดลม ไม่ใช่เพื่อการประหยัดไฟ แต่เป็นไปเพื่อความปลอดภัยและยืดอายุการใช้งานของตัวเครื่อง โดยสมาคมความปลอดภัยด้านไฟฟ้าสากล (ESFI) ระบุว่า การตัดกระแสไฟโดยสิ้นเชิงจะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องไฟไหม้ในกรณีที่ตัวเครื่องหรือสายไฟเริ่มเก่าและเสื่อมสภาพ

สถานการณ์ที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า "ควร" ถอดปลั๊กพัดลมออก:

  • เมื่อต้องเดินทางออกจากบ้านเป็นเวลาหลายวัน

  • ในช่วงเวลาที่มีพายุฝนฟ้าคะนองหรือมีความเสี่ยงเรื่องฟ้าผ่า

  • ก่อนทำการแกะล้างทำความสะอาดพัดลมทุกครั้ง

  • เมื่อตรวจพบว่าสายไฟหรือตัวปลั๊กมีความร้อนสูงผิดปกติขณะใช้งาน

ในทางตรงกันข้าม หากพัดลมตัวนั้นถูกใช้งานเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว การเสียบปลั๊กค้างไว้หลังจากกดปิดสวิตช์ ไม่ได้ถือเป็นข้อห้ามร้ายแรงและไม่จำเป็นต้องดึงปลั๊กออกในทันที

ข้อควรระวังเพื่อความปลอดภัยและวิธีใช้พัดลมให้ทนทานในหน้าร้อน

นอกเหนือจากเรื่องการถอดปลั๊กแล้ว หน่วยงานป้องกันอัคคีภัยและการไฟฟ้าได้ให้ข้อแนะนำเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัยภายในบ้าน ดังนี้:

  • ปิดสวิตช์ก่อนถอดปลั๊ก: หากต้องการถอดปลั๊ก ควรจังหวะกดปิดสวิตช์ที่ตัวเครื่องให้ใบพัดหยุดหมุนสนิทเสียก่อน แล้วจึงค่อยดึงปลั๊กออก

  • อย่าจับที่สายไฟ: ห้ามใช้วิธีกระชากหรือดึงที่ตัวสายไฟเพื่อถอดปลั๊ก เพราะจะทำให้แกนทองแดงด้านในหลวม เกิดการสัมผัสไฟที่ไม่ดี และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดความร้อนจนหลอมละลาย

  • อย่าถอดเข้าถอดออกบ่อยเกินไป: การเสียบและดึงปลั๊กพัดลมเข้าออกวันละหลายๆ รอบไม่สอดคล้องกับหลักวิศวกรรม เนื่องจากจะทำให้ขาปลั๊กและเต้ารับเกิดการสึกหรอและหลวมเร็วขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดประกายไฟช็อตได้ในระยะยาว

  • หมั่นทำความสะอาดตัวเครื่อง: ควรเช็ดล้างเศษฝุ่นที่เกาะตามตะแกรงและมอเตอร์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้มอเตอร์ทำงานหนักจนเกิดความร้อนสะสม รวมถึงหลีกเลี่ยงการเปิดพัดลมทิ้งไว้ติดต่อกันยาวนานตลอด 24 ชั่วโมง โดยควรมีช่วงเวลาให้เครื่องได้หยุดพักระบายความร้อนบ้าง

  • สัญญาณเตือนที่ต้องระวัง: หากพัดลมเริ่มส่งกลิ่นไหม้, มีเสียงดังผิดปกติ, ใบพัดหมุนเอื่อยๆ หรือสายไฟมีรอยฉีกขาด ให้หยุดใช้งานทันทีและส่งซ่อมหรือเปลี่ยนเครื่องใหม่เพื่อความปลอดภัย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล