พลิกโผ ที่ 1 ไม่ใช่ข้าวเหนียวมะม่วง! เปิด 10 อันดับ "ขนมไทย" ต่างชาติโหวต อร่อยที่สุด

เปิด 10 อันดับขนมไทยยอดนิยมจาก TasteAtlas แชมป์ไม่ใช่ข้าวเหนียวมะม่วง
ขนมไทยไม่ได้มีดีเพียงหน้าตาที่ประณีตหรือรสชาติหวานหอมจากกะทิเท่านั้น แต่ยังสะท้อนภูมิปัญญา วัตถุดิบท้องถิ่น และวิถีชีวิตที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ล่าสุดขนมไทยหลายเมนูได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังเว็บไซต์อาหารระดับโลก TasteAtlas เปิดเผยรายชื่อของหวานยอดนิยมของประเทศไทย
ข้อมูลล่าสุดบนเว็บไซต์ TasteAtlas ซึ่งปรับปรุงถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2026 พบว่า “ขนมครก” ได้คะแนนสูงสุดในกลุ่มขนมหวานไทย แซงหน้าเมนูที่โด่งดังไปทั่วโลกอย่างข้าวเหนียวมะม่วง ขณะที่ปาท่องโก๋ ขนมชั้น และรวมมิตรติดอยู่ใน 5 อันดับแรก
อย่างไรก็ตาม การจัดอันดับดังกล่าวมาจากคะแนนของผู้ใช้งาน TasteAtlas ไม่ได้หมายถึงผลสำรวจความคิดเห็นของชาวต่างชาติทั้งหมดหรือข้อสรุปว่าขนมชนิดใดอร่อยที่สุดในโลก แต่สะท้อนความนิยมของผู้ร่วมให้คะแนนบนแพลตฟอร์มในช่วงเวลานั้น
10 อันดับขนมไทยยอดนิยมจาก TasteAtlas
| อันดับ | ขนมไทย | คะแนน |
|---|---|---|
| 1 | ขนมครก | 4.3 |
| 2 | ข้าวเหนียวมะม่วง | 4.2 |
| 3 | ปาท่องโก๋ | 3.8 |
| 4 | ขนมชั้น | 3.7 |
| 5 | รวมมิตร | 3.6 |
| 6 | ขนมฝักบัว | 3.5 |
| 7 | เฉาก๊วย | 3.5 |
| 8 | ลอดช่องน้ำกะทิ | 3.4 |
| 9 | กล้วยทอด | 3.3 |
| 10 | ทองม้วน | 3.3 |
อันดับ 1 ขนมครก 4.3 คะแนน
ขนมครกคว้าอันดับหนึ่งด้วยคะแนน 4.3 จุดเด่นอยู่ที่แป้งด้านนอกซึ่งสุกจนมีความหอมและกรอบเล็กน้อย ตัดกับเนื้อกะทิด้านในที่นุ่มละมุน พร้อมรสหวานและเค็มซึ่งสมดุลกัน
ขนมครกแบบดั้งเดิมทำจากแป้งข้าวเจ้าและกะทิ ก่อนหยอดลงในเตาหลุมทรงกลม ปัจจุบันมีการเติมหน้าหลากหลาย เช่น ต้นหอม ข้าวโพด เผือก และฟักทอง ทำให้ขนมพื้นบ้านชนิดนี้มีทั้งรสชาติและเนื้อสัมผัสที่ชวนจดจำ

อันดับ 2 ข้าวเหนียวมะม่วง 4.2 คะแนน
ข้าวเหนียวมะม่วงตามมาเป็นอันดับสองด้วยคะแนน 4.2 แม้จะพลาดตำแหน่งแชมป์ แต่ยังถือเป็นหนึ่งในขนมไทยที่นักเดินทางรู้จักมากที่สุด จากส่วนประกอบที่เรียบง่ายแต่ลงตัวระหว่างข้าวเหนียวมูนกับมะม่วงสุก
ข้าวเหนียวที่ผ่านการนึ่งจะนำไปมูนกับกะทิ น้ำตาล และเกลือจนมีรสหวานมัน ก่อนเสิร์ฟคู่มะม่วงสุกที่ให้รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย ความต่างของเนื้อสัมผัสระหว่างข้าวเหนียวนุ่มหนึบกับเนื้อมะม่วงฉ่ำจึงเป็นเสน่ห์สำคัญของเมนูนี้

อันดับ 3 ปาท่องโก๋ 3.8 คะแนน
ปาท่องโก๋ของไทยมีรากมาจากแป้งทอดแบบจีนที่เรียกว่า “อิ่วจาก๊วย” ก่อนถูกปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมการกินของคนไทย จนกลายเป็นอาหารเช้าและของกินเล่นที่พบเห็นได้ทั่วไป
จุดเด่นคือเนื้อแป้งพอง กรอบด้านนอกและนุ่มด้านใน คนไทยนิยมรับประทานคู่กับนมข้นหวาน สังขยา หรือโจ๊ก รวมถึงมีการสร้างสรรค์รูปร่างใหม่ๆ เพื่อเพิ่มความสนุกในการรับประทาน

อันดับ 4 ขนมชั้น 3.7 คะแนน
ขนมชั้นโดดเด่นด้วยชั้นขนมที่เรียงซ้อนกันอย่างประณีต เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม และกลิ่นหอมจากกะทิ ใบเตย หรือดอกมะลิ สูตรดั้งเดิมนิยมทำจำนวน 9 ชั้น เพราะเลข 9 เชื่อมโยงกับความก้าวหน้าและความเป็นสิริมงคล
การทำขนมชั้นต้องอาศัยความอดทน เพราะต้องนึ่งแป้งทีละชั้นจนได้ระดับความหนาและความสุกที่เหมาะสม ความละเอียดในขั้นตอนนี้ทำให้ขนมชั้นเป็นทั้งของหวานและงานฝีมือทางอาหารของไทย

อันดับ 5 รวมมิตร 3.6 คะแนน
รวมมิตรเป็นของหวานที่ไม่มีสูตรตายตัว แต่ละร้านสามารถเลือกใส่เครื่องได้ตามความชอบ ตั้งแต่เส้นแป้งหลากสี เม็ดแมงลัก ขนุน วุ้น มันเทศ ถั่ว ไปจนถึงลูกชิด ก่อนเติมน้ำกะทิและน้ำแข็งบด
ชื่อ “รวมมิตร” สื่อถึงการนำของหวานหลายชนิดมารวมกันในถ้วยเดียว จุดเด่นจึงอยู่ที่ความหลากหลายของสีสัน รสชาติ และเนื้อสัมผัส เหมาะกับอากาศร้อนของประเทศไทยเป็นอย่างดี

อันดับ 6 ขนมฝักบัว 3.5 คะแนน
ขนมฝักบัวเป็นขนมแป้งทอดที่พบได้ในหลายพื้นที่ของไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ตัวขนมมีส่วนกลางหนานุ่ม ขณะที่ขอบบางและกรอบจนเกิดเป็นลวดลายคล้ายกลีบดอกไม้หรือฝักบัว
ส่วนประกอบพื้นฐานมักมีแป้งข้าวเจ้า น้ำตาลมะพร้าว และน้ำ แต่ขั้นตอนทอดต้องอาศัยทักษะในการควบคุมอุณหภูมิ เพื่อให้ขอบฟูกรอบโดยที่เนื้อตรงกลางยังคงความนุ่มหนึบ

อันดับ 7 เฉาก๊วย 3.5 คะแนน
เฉาก๊วยเป็นวุ้นสีดำที่ทำจากพืชในกลุ่ม Mesona มีรสและกลิ่นเฉพาะตัว นิยมตัดเป็นชิ้นแล้วเสิร์ฟกับน้ำแข็ง น้ำเชื่อม หรือน้ำตาลทรายแดง บางสูตรเติมนมสดหรือผลไม้เพื่อเพิ่มความหลากหลาย
ของหวานชนิดนี้พบได้ในหลายพื้นที่ของเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับประเทศไทย เฉาก๊วยได้รับความนิยมในฐานะเมนูคลายร้อนที่หาซื้อได้ง่าย แต่ไม่ควรกล่าวอ้างว่าใช้รักษาอาการร้อนในหรือโรคต่างๆ โดยไม่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับ

อันดับ 8 ลอดช่องน้ำกะทิ 3.4 คะแนน
ลอดช่องน้ำกะทิมีเอกลักษณ์จากเส้นแป้งสีเขียวหอมใบเตย ซึ่งเกิดจากการกดแป้งผ่านรูให้เป็นเส้นสั้นๆ ก่อนเสิร์ฟในน้ำกะทิผสมน้ำตาลมะพร้าวหรือน้ำตาลปึก
ในอดีตมีการนำลอดช่องไปใช้ในงานมงคลบางประเภท โดยตีความลักษณะเส้นให้สื่อถึงความต่อเนื่องและความยืนยาว เมื่อนำมารับประทานกับน้ำแข็งจึงเป็นอีกหนึ่งขนมไทยที่เข้ากับอากาศร้อนได้อย่างลงตัว

อันดับ 9 กล้วยทอด 3.3 คะแนน
กล้วยทอดหรือกล้วยแขกเป็นสตรีทฟู้ดที่พบได้ทั่วประเทศไทย โดยนิยมนำกล้วยน้ำว้ามาหั่นแล้วชุบแป้ง ซึ่งมักผสมมะพร้าวขูดและงา ก่อนทอดจนผิวด้านนอกเป็นสีเหลืองทอง
ความนิยมของกล้วยทอดมาจากรสหวานตามธรรมชาติของกล้วย ผสานกับแป้งทอดกรอบและกลิ่นหอมของงา เมนูนี้เหมาะสำหรับรับประทานขณะยังอุ่น แต่ควรบริโภคในปริมาณพอเหมาะเนื่องจากเป็นอาหารทอด

อันดับ 10 ทองม้วน 3.3 คะแนน
ทองม้วนเป็นขนมแผ่นบางกรอบ ทำจากแป้งข้าวเจ้า กะทิ น้ำตาล ไข่ และงา เมื่อตัวแป้งสุกจะต้องรีบม้วนขณะยังร้อนและอ่อนตัว ก่อนปล่อยให้เย็นจนกรอบ
ชื่อทองม้วนมาจากสีเหลืองทองและรูปทรงม้วนเป็นหลอด ขนมชนิดนี้เก็บรักษาและพกพาได้สะดวก จึงพบได้บ่อยตามร้านของฝาก ตลาดชุมชน และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นทั่วประเทศ

TasteAtlas จัดอันดับอย่างไร?
TasteAtlas เป็นแพลตฟอร์มรวบรวมข้อมูลอาหารท้องถิ่น เมนูดั้งเดิม วัตถุดิบ และแหล่งอาหารจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก การจัดอันดับอาศัยคะแนนจากผู้ใช้งานบนเว็บไซต์ พร้อมระบบคัดกรองคะแนนที่ตรวจพบว่าอาจมาจากบอตหรือการลงคะแนนที่ผิดปกติ
สำหรับรายชื่อ Top 25 Thai Desserts ที่ปรับปรุงถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2026 เว็บไซต์ระบุว่าได้รับคะแนนทั้งหมด 911 ครั้ง และระบบยอมรับว่าเป็นคะแนนที่ถูกต้อง 717 ครั้ง TasteAtlas ยังระบุชัดว่าอันดับเหล่านี้ไม่ควรถูกมองเป็นข้อสรุปสุดท้ายเกี่ยวกับอาหารของโลก แต่จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่อาหารท้องถิ่นและชวนให้ผู้คนรู้จักเมนูใหม่ๆ
ดังนั้น การเรียกผลดังกล่าวว่าเป็น “ขนมไทยที่ชาวต่างชาติโหวตว่าอร่อยที่สุด” อาจไม่แม่นยำนัก เพราะผู้ให้คะแนนเป็นผู้ใช้งาน TasteAtlas ซึ่งอาจมีทั้งชาวต่างชาติและคนในประเทศ อันดับและคะแนนยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้เมื่อมีผู้ร่วมให้คะแนนเพิ่มเติม
ขนมครกคว้าแชมป์ สะท้อนเสน่ห์สตรีทฟู้ดไทย
การที่ขนมครกขึ้นเป็นอันดับหนึ่งแสดงให้เห็นว่า เมนูพื้นบ้านที่หาซื้อได้ตามตลาดหรือริมทางก็สามารถสร้างความประทับใจในระดับนานาชาติได้ ความโดดเด่นไม่ได้มาจากรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากรสหวานเค็ม กลิ่นกะทิ และเนื้อสัมผัสกรอบนอกนุ่มในที่รวมอยู่ในคำเดียว
รัฐบาลไทยเคยกล่าวถึงอันดับดังกล่าวว่าเป็นอีกโอกาสในการผลักดันขนมไทยในฐานะมรดกวัฒนธรรมที่มีชีวิต ทั้งในด้านการสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการชุมชน การพัฒนาแบรนด์ และการนำเสนออาหารไทยสู่ตลาดต่างประเทศ
แชมป์อาจไม่ใช่ข้าวเหนียวมะม่วง แต่ขนมไทยทุกชนิดมีเรื่องราว
ขนมครกครองอันดับหนึ่งของรายชื่อขนมหวานไทยบน TasteAtlas ตามข้อมูลล่าสุดวันที่ 15 กรกฎาคม 2026 ตามด้วยข้าวเหนียวมะม่วงและปาท่องโก๋ ผลการจัดอันดับครั้งนี้ทำให้เมนูธรรมดาที่อยู่คู่ตลาดไทยมานานกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม คะแนนจากเว็บไซต์หนึ่งไม่สามารถตัดสินรสนิยมของคนทั่วโลกได้ทั้งหมด สิ่งที่มีคุณค่ายิ่งกว่าอันดับคือการทำให้ผู้คนได้รู้จักความหลากหลายของขนมไทย ซึ่งแต่ละเมนูล้วนมีวัตถุดิบ เทคนิค และเรื่องราวทางวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



