5 วัตถุดิบธรรมชาติ "ราชาแห่งอูมามิ" อาหารอร่อยกลมกล่อม โดยไม่ต้องเติมผงชูรส

5 วัตถุดิบธรรมชาติ "ราชาแห่งอูมามิ" อาหารอร่อยกลมกล่อม โดยไม่ต้องเติมผงชูรส

5 วัตถุดิบธรรมชาติ "ราชาแห่งอูมามิ" อาหารอร่อยกลมกล่อม โดยไม่ต้องเติมผงชูรส
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เช็กลิสต์ 5 วัตถุดิบธรรมชาติ "ราชาแห่งอูมามิ" อาหารอร่อยกลมกล่อมได้โดยไม่ต้องเติมผงชูรส

อูมามิ (Umami) คือหนึ่งในรสชาติพื้นฐานของมนุษย์ นอกเหนือจากรส หวาน เปรี้ยว เค็ม และขม โดยเป็นคำภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่า “ความอร่อยกลมกล่อม”

อูมามิเกิดจากอะไร?

รสอูมามิเกิดจากสารธรรมชาติในอาหาร โดยเฉพาะ กรดกลูตามิก (Glutamic acid) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่เป็นส่วนประกอบของโปรตีน เมื่อสารนี้สัมผัสกับตัวรับรสบนลิ้น สมองจะรับรู้เป็นรสอูมามิ

นอกจากนี้ยังมีสารที่ช่วยเพิ่มความเข้มของอูมามิ เช่น ไอโนซิเนต (Inosinate) ที่พบมากในเนื้อสัตว์และปลา และ กัวนีเลต (Guanylate) ที่พบในเห็ดบางชนิด เมื่อนำสารเหล่านี้มารวมกัน จะทำให้เกิดความรู้สึกอร่อยมากขึ้น

ทำไมอาหารอูมามิถึงทำให้อร่อย?

รสอูมามิช่วยสร้างความรู้สึกว่าอาหารมีความสมบูรณ์และกลมกล่อมมากขึ้น เช่น น้ำซุปธรรมดาอาจมีเพียงรสเค็ม แต่เมื่อเติมเห็ดหอม สาหร่าย หรือกระดูกต้ม รสชาติจะลึกขึ้นทันที

นักวิทยาศาสตร์พบว่าลิ้นของมนุษย์มีตัวรับรสเฉพาะสำหรับอูมามิ ทำให้ร่างกายสามารถรับรู้สารอาหารที่เกี่ยวข้องกับโปรตีน ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญต่อการดำรงชีวิต

อูมามิคือผงชูรสหรือไม่?

หลายคนเข้าใจว่า “อูมามิ” หมายถึงผงชูรส แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่

ผงชูรส (Monosodium glutamate หรือ MSG) เป็นสารปรุงรสที่ผลิตจากกรดกลูตามิก ส่วน อูมามิ คือ “รสชาติ” ที่เกิดจากสารกลูตาเมตและสารอื่น ๆ ที่มีอยู่ตามธรรมชาติในอาหาร

ตัวอย่างเช่น มะเขือเทศ เห็ด และชีส ก็มีสารกลูตาเมตตามธรรมชาติ แม้ไม่ได้เติมผงชูรส แต่อาหารเหล่านี้ก็ให้รสอูมามิได้เช่นกัน

1. เห็ดหอมแห้ง

เห็ดหอม โดยเฉพาะเห็ดหอมแห้ง ถือเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่มีรสอูมามิสูงมาก เพราะกระบวนการอบแห้งช่วยเพิ่มสารให้รสชาติ เช่น กัวนีเลต (Guanylate) ซึ่งทำงานร่วมกับกลูตาเมต ทำให้เกิดรสกลมกล่อมเข้มข้น

น้ำแช่เห็ดหอมแห้งจึงมักถูกนำไปใช้เป็นน้ำซุปในอาหารจีน ญี่ปุ่น และอาหารมังสวิรัติ เพราะช่วยเพิ่มความลึกของรสชาติแทนการใช้เนื้อสัตว์

2. สาหร่ายทะเล

ในอาหารญี่ปุ่น สาหร่ายคอมบุ (Kombu) ถือเป็นวัตถุดิบสำคัญในการทำ “ดาชิ” น้ำซุปพื้นฐานที่เป็นหัวใจของอาหารญี่ปุ่นหลายเมนู

คอมบุอุดมด้วย กลูตาเมตธรรมชาติ ซึ่งเป็นสารสำคัญที่ทำให้เกิดรสอูมามิ นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นเคยค้นพบกรดกลูตามิกจากสาหร่ายคอมบุ และนำไปสู่การอธิบายเรื่องรสอูมามิในเวลาต่อมา

เห็ดหอมแห้งและสาหร่ายคอมบุ

3. มะเขือเทศสุก 

หลายคนอาจนึกไม่ถึงว่า มะเขือเทศ เป็นหนึ่งในอาหารธรรมชาติที่มีอูมามิสูง โดยเฉพาะมะเขือเทศที่สุกจัด เพราะมีปริมาณกลูตาเมตเพิ่มขึ้นตามกระบวนการสุก

นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมซอสมะเขือเทศหรือมะเขือเทศตากแห้งจึงให้รสเข้มข้น แม้ไม่มีการเติมเนื้อสัตว์

4. ชีสหมัก 

ชีสที่ผ่านการบ่มเป็นเวลานาน เช่น พาร์เมซานชีส จะมีรสอูมามิสูงขึ้น เพราะโปรตีนถูกย่อยจนเกิดกรดอะมิโนอิสระ รวมถึงกลูตาเมต

ยิ่งชีสบ่มนาน รสชาติมักยิ่งเข้มข้น หอม และมีความซับซ้อนมากขึ้น จึงถูกใช้เป็นตัวเพิ่มรสชาติในอาหารตะวันตกจำนวนมาก

5. ปลาแห้งและอาหารทะเลแห้ง

ปลาตากแห้ง ปลาแห้ง ปลาโอแห้ง หรือกุ้งแห้ง เป็นอาหารที่ผ่านการลดน้ำ ทำให้สารให้รสชาติถูกทำให้เข้มข้นขึ้น

ในอาหารเอเชีย วัตถุดิบเหล่านี้ถูกใช้เป็นตัวเพิ่มรสชาติในน้ำซุป แกง และน้ำจิ้ม เพราะมีทั้งกลูตาเมตและสารประกอบที่ช่วยเสริมความอร่อย

ทำไมอาหารอูมามิถึงทำให้รู้สึก “อร่อยและกินเพลิน”?

รสอูมามิช่วยเพิ่มความรู้สึกกลมกล่อม ทำให้อาหารมีมิติ และช่วยกระตุ้นความอยากอาหาร สมองมนุษย์เชื่อมโยงรสนี้กับอาหารที่มีโปรตีนและสารอาหาร จึงทำให้รู้สึกว่าอาหารมีความ “เต็มรส” มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม อาหารที่มีอูมามิสูงไม่ได้หมายความว่าจะดีต่อสุขภาพเสมอไป เช่น อาหารหมักบางชนิดหรืออาหารแปรรูปอาจมีโซเดียมสูง จึงควรกินในปริมาณที่เหมาะสม

การเลือกใช้วัตถุดิบเหล่านี้ในการทำอาหาร จะช่วยลดการพึ่งพาเครื่องปรุงรสจัด เพราะความอร่อยสามารถเกิดขึ้นได้จากธรรมชาติอย่างแท้จริง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล