เปิด 4 จุดเสี่ยง "เรียกงูเข้าบ้าน" หน้าฝนต้องรีบเช็ก พร้อมวิธีป้องกัน

เปิด 4 จุดเสี่ยง "เรียกงูเข้าบ้าน" หน้าฝนต้องรีบเช็ก พร้อมวิธีป้องกัน

เปิด 4 จุดเสี่ยง "เรียกงูเข้าบ้าน" หน้าฝนต้องรีบเช็ก พร้อมวิธีป้องกัน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

งูเข้าบ้านช่วงหน้าฝน ป้องกันอย่างไรให้ได้ผล? เช็ก 4 จุดเสี่ยง ควรเช็กทุกบ้าน พร้อมไขข้อสงสัย “ตะไคร้ไล่งู” ได้จริงไหม

เข้าสู่ฤดูฝนเมื่อใด หลายครอบครัวมักกังวลเรื่องงูเลื้อยเข้ามาหลบซ่อนบริเวณบ้าน โดยเฉพาะบ้านที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำ พื้นที่รกร้าง หรือมีหนูและสัตว์ขนาดเล็กอาศัยอยู่จำนวนมาก

ความจริงแล้ว งูไม่ได้เข้าบ้านเพราะต้องการทำร้ายคน แต่ส่วนใหญ่มักเข้ามาหาที่หลบซ่อน หาอาหาร หรือหนีน้ำท่วมขัง การป้องกันที่ได้ผลจึงต้องลดทั้งแหล่งอาหาร แหล่งซ่อนตัว และช่องทางที่งูสามารถเลื้อยผ่านเข้ามาได้

ปลูกตะไคร้รอบบ้าน ช่วยไล่งูได้จริงหรือ?

ความเชื่อว่ากลิ่นของตะไคร้สามารถป้องกันงูได้ถูกส่งต่อกันมาเป็นเวลานาน แม้ตะไคร้จะปลูกง่าย นำมาประกอบอาหารได้ และกลิ่นอาจช่วยลดแมลงบางชนิด แต่ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนว่าการปลูกตะไคร้เพียงอย่างเดียวจะป้องกันงูเข้าบ้านได้จริง

ดังนั้น เจ้าของบ้านสามารถปลูกตะไคร้ไว้ตามรั้วหรือมุมสวนได้ แต่ไม่ควรใช้เป็นมาตรการหลัก สิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากกว่าคือการจัดพื้นที่รอบบ้านให้โล่ง ลดจำนวนหนู และอุดช่องทางเข้าออกให้เรียบร้อย

1. ตัดหญ้าและกำจัดจุดซ่อนตัวรอบบ้าน

หญ้าสูง พุ่มไม้รก กองใบไม้ กองฟืน เศษวัสดุก่อสร้าง และกองอิฐหิน ล้วนเป็นพื้นที่ที่งูและสัตว์ซึ่งเป็นอาหารของงูสามารถเข้าไปหลบซ่อนได้ ยิ่งบริเวณบ้านมีมุมมืดหรือพื้นที่อับมากเท่าใด โอกาสพบงูก็อาจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ควรตัดหญ้าและแต่งพุ่มไม้เป็นประจำ พร้อมย้ายกองไม้หรือวัสดุเหลือใช้ให้ห่างจากตัวบ้าน หากจำเป็นต้องเก็บฟืน ควรวางบนชั้นที่ยกสูงจากพื้นและตรวจสอบก่อนหยิบใช้งานทุกครั้ง

2. ลดจำนวนหนู กบ และแมลง

สาเหตุสำคัญที่ดึงดูดงูเข้ามาใกล้บ้านคือแหล่งอาหาร โดยเฉพาะหนู กบ คางคก และสัตว์ขนาดเล็ก หากบริเวณบ้านมีเศษอาหาร ขยะเปิดฝาทิ้งไว้ หรืออาหารสัตว์เลี้ยงวางค้างคืน ก็อาจดึงดูดหนูและนำงูเข้ามาตามล่าเหยื่อในที่สุด

วิธีป้องกันคือเก็บอาหารในภาชนะปิดสนิท ปิดฝาถังขยะ ทำความสะอาดเศษอาหาร และไม่นำอาหารสัตว์เลี้ยงวางไว้นอกบ้านข้ามคืน ควรซ่อมจุดรั่วของท่อน้ำและลดน้ำขัง เพราะพื้นที่ชื้นอาจดึงดูดกบและแมลงให้เข้ามาอาศัย

3. อุดช่องว่างรอบตัวบ้าน

งูขนาดเล็กสามารถเลื้อยผ่านช่องที่แคบกว่าที่หลายคนคาด จุดเสี่ยงที่ควรตรวจสอบ ได้แก่ ช่องใต้ประตู รอยแตกรอบผนังและฐานบ้าน ช่องรอบท่อน้ำ ช่องระบายอากาศ ท่อระบายน้ำ และบริเวณที่สายไฟลอดผ่านผนัง

เจ้าของบ้านควรติดแถบกันช่องใต้ประตู ใช้ตะแกรงโลหะที่แข็งแรงปิดช่องระบายอากาศและท่อที่ไม่จำเป็น พร้อมซ่อมแซมรอยแตกอย่างสม่ำเสมอ การอุดช่องเหล่านี้ยังช่วยป้องกันหนูและแมลงซึ่งเป็นอาหารของงูได้อีกทางหนึ่ง

4. ตรวจมุมอับก่อนหยิบจับสิ่งของ

รองเท้าที่วางนอกบ้าน กล่องเก็บของ กระถางต้นไม้ กองผ้า และพื้นที่ใต้ตู้หรือชั้นวาง อาจกลายเป็นที่หลบซ่อนของสัตว์ได้ ก่อนสวมรองเท้าหรือหยิบของในบริเวณที่มองไม่เห็น ควรใช้ไฟฉายส่องตรวจสอบและหลีกเลี่ยงการเอามือสอดเข้าไปโดยตรง

หากต้องทำงานในสวนหรือเก็บกองใบไม้ ควรสวมรองเท้าหุ้มส้น กางเกงขายาว และถุงมือที่เหมาะสม โดยเฉพาะช่วงกลางคืนหรือหลังฝนตกหนัก

สิ่งที่ไม่ควรนำมาใช้ไล่งู

ผลิตภัณฑ์หรือสูตรพื้นบ้านหลายชนิด เช่น กำมะถัน ลูกเหม็น และสารเคมีที่อ้างว่าสามารถไล่งูได้ ยังไม่มีหลักฐานยืนยันประสิทธิภาพอย่างน่าเชื่อถือ บางชนิดยังเป็นพิษต่อเด็ก สัตว์เลี้ยง และสัตว์ชนิดอื่นในบริเวณบ้าน

การใช้กับดักกาวก็ไม่เหมาะสม เพราะอาจจับสัตว์ที่ไม่ใช่เป้าหมายและทำให้สัตว์บาดเจ็บ วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือปรับสภาพแวดล้อมไม่ให้เหมาะกับการอยู่อาศัยของงู และขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญเมื่อพบงู

พบงูในบ้าน ควรทำอย่างไร?

  • ตั้งสติและรักษาระยะห่าง ไม่พยายามจับ ตี หรือไล่ต้อนงูด้วยตนเอง
  • พาเด็ก ผู้สูงอายุ และสัตว์เลี้ยงออกจากบริเวณ พร้อมปิดประตูกั้นพื้นที่หากทำได้อย่างปลอดภัย
  • สังเกตตำแหน่งของงูจากระยะไกล เพื่อแจ้งข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่
  • ติดต่อหน่วยกู้ภัยหรือหน่วยงานท้องถิ่นที่มีผู้ผ่านการฝึกจับงู
  • ไม่ควรเข้าใกล้เพื่อถ่ายภาพ เพราะงูอาจกัดเมื่อรู้สึกว่าถูกคุกคามหรือไม่มีทางหนี

หากถูกงูกัด ต้องทำอย่างไร?

ควรให้ผู้ถูกกัดหยุดเคลื่อนไหวและอยู่นิ่งที่สุด ถอดแหวน นาฬิกา หรือของรัดแน่นบริเวณใกล้บาดแผล จากนั้นรีบนำส่งโรงพยาบาลหรือโทรสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 โดยเร็ว

ห้ามใช้ปากดูดพิษ กรีดแผล ประคบน้ำแข็ง หรือขันชะเนาะ เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อและอวัยวะได้รับอันตรายมากขึ้น หากสามารถถ่ายภาพงูได้จากระยะปลอดภัยให้เก็บไว้ประกอบการรักษา แต่ไม่ควรเสียเวลาหรือเสี่ยงจับงูไปโรงพยาบาล

สรุป ป้องกันงูเข้าบ้าน ต้องจัดการที่สาเหตุ

การปลูกตะไคร้หรือใช้กลิ่นต่างๆ อาจเป็นความเชื่อที่คุ้นเคย แต่ยังไม่ควรนำมาใช้เป็นวิธีหลักในการป้องกันงู สิ่งที่มีเหตุผลและได้ผลมากกว่าคือการตัดหญ้า เก็บกองวัสดุ ลดจำนวนหนู ปิดถังขยะ และอุดช่องว่างรอบบ้าน

หากพบงู ควรเว้นระยะและเรียกผู้เชี่ยวชาญมาจัดการ เพราะการพยายามจับหรือตีงูเองอาจเพิ่มโอกาสถูกกัด บ้านที่สะอาด โปร่ง และไม่มีแหล่งอาหารหรือที่หลบซ่อน ย่อมลดโอกาสที่งูจะเข้ามาเยือนได้ดีกว่าการพึ่งสูตรไล่งูเพียงอย่างเดียว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล