"ผู้ชายกลัวเดือนสิงหา ส่วนผู้หญิงกังวลธันวา" ชาวเน็ตข้องใจสุภาษิตจีน หมายถึงอะไร?!

โบราณจีนว่าไว้ "ผู้ชายกลัวเดือน 8 ผู้หญิงห่วงเดือน 12" คำพังเพยที่รู้ความหมายแล้วต้องร้องอ๋อ!
ความหมายที่แท้จริงเบื้องหลังคำกล่าวโบราณของจีน ที่จะทำให้คุณมองมุมมองชีวิตในอดีตเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ในคลังสมบัติทางวัฒนธรรมตะวันออก คำสอนของคนโบราณชาวจีนเปรียบเสมือนองค์ความรู้ล้ำค่าและเป็นเข็มทิศนำทางชีวิตให้ผู้คนมาหลายยุคหลายสมัย เบื้องหลังคำพูดสั้นๆ เหล่านั้นคือประสบการณ์ที่สะสมผ่านการเรียนรู้มาหลายชั่วอายุคน สะท้อนถึงวิธีที่มนุษย์ใช้สังเกตธรรมชาติ การทำมาหากิน และการปฏิบัติตัวในสังคม
คำพังเพยที่ว่า: "ผู้ชายกลัวเดือน 8 ผู้หญิงห่วงเดือน 12" ก็เป็นหนึ่งในนั้น หากฟังผิวเผิน หลายคนอาจนึกไปถึงคำทำนายโชคชะตา หรือลางบอกเหตุดีร้ายที่ผูกติดกับช่วงเวลาต่างๆ ในรอบปี ทว่าหากเราลองวางคำกล่าวนี้ไว้ในบริบทของสังคมยุคโบราณ จะพบว่าความหมายที่แท้จริงนั้นแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
"ผู้ชายกลัวเดือน 8": ศึกหนักในไร่นาและความอยู่รอดของครอบครัว
ในบรรดาเขตพื้นที่ทางตอนเหนือของจีน เดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติมักจะตรงกับช่วงฤดูเก็บเกี่ยว ซึ่งเข้าสู่จุดพีคในช่วงวันศารทวิษุวัต (Autumnal Equinox) ช่วงเวลานี้ข้าวในนาสุกงอมเต็มที่ พร้อมๆ กับพืชผลทางการเกษตรอื่นๆ อย่างข้าวโพด ข้าวฟ่าง หรือข้าวสาลีที่ต่างก็ถึงฤดูเก็บเกี่ยว ทำให้งานในไร่นานั้นยุ่งเหยิงและหนักหนาสสาหัสที่สุดในรอบปี
สำหรับเกษตรกร โดยเฉพาะผู้ชายซึ่งเป็นแรงงานหลักของครอบครัวตามคริสตศักราชและธรรมเนียมดั้งเดิม นี่คือช่วงเวลาชี้เป็นชี้ตาย หากล่าช้าไปเพียงไม่กี่วัน พายุฝนลูกใหญ่ ลมพายุ หรืออุทกภัยปลายฤดูอาจซัดต้นข้าวล้ม จมน้ำ งอกคาต้น หรือถูกนกและหนูเข้ากัดแทะ ทำลายหยาดเหงื่อแรงงานตลอดหลายเดือนให้สูลายหายไปในพริบตา
ด้วยเหตุนี้ เดือน 8 จึงกลายเป็นช่วงเวลาที่ผู้ชายต้องทำงานด้วยความหนักหน่วงและเต็มพิกัดที่สุดในรอบปี พวกเขาไม่เพียงแต่ต้องรับหน้าที่เกี่ยวข้าว แต่ยังต้องขนย้าย ตากแห้ง และจัดเก็บพืชผลให้ทันเวลาก่อนที่สภาพอากาศจะแปรปรวน คำว่า "กลัว" ในคำพังเพยจึงไม่ได้สื่อถึงเรื่องงดงามทางไสยศาสตร์หรือความเชื่อ แต่สะท้อนถึง ความกังวลใจในโลกความเป็นจริงเรื่องผลผลิต การทำมาหากิน และปากท้องของคนทั้งครอบครัว
"เดือน 12 ของผู้หญิง": มรสุมงานบ้านและเทศกาลส่งท้ายปี
หากเดือน 8 คือฤดูแห่งความวุ่นวายของผู้ชายนอกบ้าน เดือน 12 (เดือนเชี่ยน - เดือนสุดท้ายของปีจันทรคติ) กลับเป็นช่วงเวลาที่ผู้หญิงต้องหัวหมุนกับสารพัดภาระกิจในบ้าน เพราะเป็นเดือนสุดท้ายของปี ซึ่งเป็นช่วงที่ทุกบ้านต้องเตรียมตัวต้อนรับเทศกาลตรุษจีน
ในสภาพความเป็นอยู่สมัยโบราณที่ทุกอย่างต้องอาศัยแรงงานคนและทำด้วยมือ ปริมาณงานในบ้านจึงพุ่งทะยานขึ้นหลายเท่าตัว พวกเธอต้องรับมือกับสารพัดภาระ ทั้งการทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ ซักล้างเครื่องนอน เตรียมเสบียงอาหารสำรอง ห่อขนมจ่างหรือขนมถังเช่า ทำอาหารพื้นบ้านตามประเพณี ตัดเย็บเสื้อผ้าใหม่ให้ลูกๆ เตรียมของไหว้เจ้าเตาไฟ (เจ้าจ้าว) ไหว้ส่งท้ายปีเก่า (ไหว้สิ้นปี) หาซื้อของขวัญของฝาก ต้อนรับญาติมิตร และดูแลทุกข์สุขของคนในบ้านทุกชีวิต
ในหลายครอบครัว ผู้หญิงยังต้องแบกรับภาระการบริหารจัดการเงินทองให้รัดตัว เพื่อให้มีงบจับจ่ายใช้สอยช่วงปีตรุษจีนพอดี และยังต้องเหลือเงินสำรองไว้ใช้หลังช่วงวันหยุดยาวอีกด้วย เดือน 12 จึงกลายเป็นช่วงเวลาที่ผู้หญิงรู้สึกกดดันและเหนื่อยล้าที่สุดในรอบปี
ดังนั้น คำว่า "ผู้หญิงห่วงเดือน 12" จึงสะท้อนถึงบทบาทหน้าที่อันยิ่งใหญ่ในการดูแลจัดการบ้านเรือนของหญิงสาวในสังคมดั้งเดิม โดยไม่ได้มีความหมายแฝงถึงลางร้ายใดๆ ทั้งสิ้น
บทสรุปแห่งวิถีชีวิต: เมื่อหน้าที่มาบรรจบในสองช่วงเวลา
ในแง่มุมทางวัฒนธรรม คำพังเพยนี้เปรียบเสมือนภาพย่อส่วนของสังคมเกษตรกรรมดั้งเดิม ที่ซึ่งสมาชิกแต่ละคนในครอบครัวต่างก็มี "ฤดูแห่งความยุ่งยาก" เป็นของตัวเอง ผู้ชายแบกรับภาระงานหนักกลางแจ้ง ผู้หญิงดูแลความเรียบร้อยภายในบ้านและเตรียมต้อนรับเทศกาลเฉลิมฉลอง เดือน 8 และเดือน 12 จึงกลายเป็นสองช่วงเวลาที่ความรับผิดชอบของแต่ละคนพุ่งขึ้นถึงขีดสุด
เบื้องหลังคำกล่าวสั้นๆ นี้ ซ่อนมุมมองของคนโบราณเกี่ยวกับการแบ่งหน้าที่ภายในครอบครัว พร้อมทั้งส่งสารลึกซึ้งว่า ครอบครัวที่มีความสุขและมีความสมบูรณ์พร้อมได้นั้น ล้วนถูกสร้างขึ้นจากความเข้าใจ การช่วยเหลือเกื้อกูล และความร่วมมือร่วมใจของสมาชิกทุกคนเสมอมา
ในยุคปัจจุบัน ด้วยความก้าวหน้าของเครื่องจักรกลการเกษตรและวิถีชีวิตที่ทันสมัย งานหนักหลายอย่างถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี การเตรียมงานฉลองเทศกาลก็กลายเป็นเรื่องที่สะดวกสบายและง่ายดายกว่ายุคก่อน อย่างไรก็ตาม คำกล่าวเรื่อง "ผู้ชายกลัวเดือน 8 ผู้หญิงห่วงเดือน 12" ก็ยังคงถูกหยิบยกมาเล่าขานในหมู่ชาวจีนว่าเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่น่าสนใจ เพราะเบื้องหลังคำพังเพยสั้นๆ นั้น ซ่อนไว้ซึ่งการเฝ้าสังเกตจังหวะชีวิตการทำงานและความรับผิดชอบของคนในครอบครัวอย่างลึกซึ้งนั่นเอง
- ไขปริศนาสามก๊ก! ทำไม "ขงเบ้ง" สั่งเสียให้เอา "ข้าวสาร 7 เมล็ด" ใส่ปากหลังสิ้นใจ?
- "ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงา" ไขความจริง: ก่อนจะมีกระจก มนุษย์เห็นหน้าตัวเองผ่านอะไร?

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี