ดื่มน้ำแล้วปวดฉี่ทันที? อาจไม่ใช่เพราะ "ไตเสื่อม" เผย 4 สาเหตุใกล้ตัว พบได้บ่อยมาก!

ดื่มน้ำแล้วปวดฉี่ทันที? อาจไม่ใช่เพราะ "ไตเสื่อม" เผย 4 สาเหตุใกล้ตัว พบได้บ่อยมาก!

ดื่มน้ำแล้วปวดฉี่ทันที? อาจไม่ใช่เพราะ "ไตเสื่อม" เผย 4 สาเหตุใกล้ตัว พบได้บ่อยมาก!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ไขข้อสงสัย ดื่มน้ำแล้วปัสสาวะทันทีปกติไหม? เผยเหตุผลจริงที่ไม่เกี่ยวกับไตไม่ดี

เพิ่งสั่งเครื่องดื่มมาจิบกับเพื่อนร่วมงานได้ไม่กี่คำ ก็ต้องขอตัวเข้าห้องน้ำ หรือเพิ่งเริ่มประชุมได้ไม่กี่นาที ก็รู้สึกปวดปัสสาวะขึ้นมาทันที หลายคนคงเคยเจอสถานการณ์ชวนอึดอัดแบบนี้ แถมยังชอบโดนเพื่อนแซวเล่นๆ ว่า "ไตไม่ดีแล้วมั้ง!"

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า อาการดื่มน้ำปุ๊บแล้วอยากปัสสาวะปั๊บในคนส่วนใหญ่นั้น ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับโรคไต หรือภาวะ "ไตเสื่อม" อย่างที่หลายคนเข้าใจผิดกัน

ดื่มน้ำเสร็จแล้วอยากปัสสาวะทันที ปกติหรือไม่?

โดยปกติแล้ว กระเพาะปัสสาวะของผู้ใหญ่สามารถกักเก็บน้ำปัสสาวะได้ประมาณ 400–500 มิลลิลิตร หลังจากที่เราดื่มน้ำเข้าไป น้ำจะต้องผ่านกระบวนการดูดซึมในระบบย่อยอาหาร เข้าสู่กระแสเลือด ผ่านการกรองของไต แล้วจึงกลายเป็นน้ำปัสสาวะไหลลงสู่กระเพาะปัสสาวะเพื่อรอการขับถ่าย ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้มักใช้เวลาประมาณ 20–30 นาที

ทว่า หากคุณดื่มน้ำเร็วเกินไป ดื่มน้ำครั้งละมากๆ หรือร่างกายอยู่ในสภาวะพิเศษบางประการ การรู้สึกปวดปัสสาวะเร็วขึ้นถือเป็นเรื่อง กลไกธรรมชาติของร่างกายที่ปกติอย่างสิ้นเชิง

4 เหตุผลที่ทำให้คุณดื่มน้ำปุ๊บ อยากเข้าห้องน้ำปั๊บ

1. ร่างกายมีน้ำเพียงพออยู่แล้ว

หลายคนมีพฤติกรรมดื่มน้ำตามเวลานาฬิกามากกว่าดื่มตามความรู้สึกขาสภาพน้ำ พอถึงเวลาหรือเพิ่งนั่งลงที่โต๊ะทำงาน ก็จะยกน้ำแก้วใหญ่ขึ้นดื่มทันทีโดยไม่สนว่ากำลังหิวน้ำหรือไม่

หากร่างกายของคุณมีปริมาณน้ำเพียงพออยู่แล้ว น้ำส่วนเกินที่ดื่มเข้าไปจะถูกไตกรองและขับออกอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความรู้สึกปวดปัสสาวะเกิดขึ้นเร็วกว่าปกติ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาตอบสนองทางกายภาพที่ปกติอย่างยิ่ง

คำแนะนำ: ไม่จำเป็นต้องฝืนตัวเองให้ดื่มน้ำตามตารางเวลาเป๊ะๆ ให้สังเกตสัญญาณความหิวคอแห้งของร่างกาย และสังเกตสีของน้ำปัสสาวะ หากน้ำปัสสาวะมีสีเหลืองอ่อนเหมือนน้ำมะนาวเจือจาง แสดงว่าร่างกายได้รับน้ำในระดับที่เหมาะสมแล้ว

2. อากาศเย็น หรืออยู่ในห้องแอร์นานๆ

อุณหภูมิของสภาพแวดล้อมส่งผลต่อความถี่ในการปัสสาวะอย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อเจออากาศเย็นหรือนั่งในห้องแอร์เป็นเวลานาน เส้นเลือดฝากใต้ผิวหนังจะหดตัว ทำให้ร่างกายเหงื่อออกน้อยลง ปริมาณน้ำส่วนเกินจึงถูกขับออกทางระบบขับถ่ายปัสสาวะแทนการขับออกทางผิวหนัง นอกจากนี้ อุณหภูมิที่ต่ำยังส่งผลให้กระเพาะปัสสาวะมีความไวต่อความรู้สึกมากขึ้น ทำให้ปวดปัสสาวะเร็วกว่าปกติ

คำแนะนำ: สวมเสื้อผ้าที่ช่วยรักษาความอบอุ่นบริเวณช่วงท้อง เอว และข้อเท้า หากเปิดเครื่องปรับอากาศ ควรปรับอุณหภูมิให้อยู่ที่ประมาณ 24–25°C ขึ้นไปเพื่อลดปัญหานี้

3. มีความเครียด ความวิตกกังวล

เคยสังเกตไหมว่า ก่อนการสัมภาษณ์งาน ก่อนขึ้นรถเดินทางไกล ก่อนเข้าประชุมสำคัญ หรือช่วงนั่งรอเข้าห้องสอบ ต่อให้ไม่ได้ดื่มน้ำเยอะ แต่กลับรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำอยู่ตลอดเวลา?

สาเหตุเกิดจากเมื่อเราตกอยู่ในภาวะเครียดหรือตื่นเต้น ระบบประสาทซิมพาเทติก (Sympathetic Nervous System) จะทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้กระเพาะปัสสาวะมีความไวต่อสัญญาณกระตุ้นสูงขึ้น แค่มีความรู้สึกประหม่าเพียงเล็กน้อยก็สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการปวดปัสสาวะได้ทันที

คำแนะนำ: หายใจเข้าลึกๆ หลายๆ ครั้งเพื่อผ่อนคลายร่างกาย และควรขับถ่ายปัสสาวะให้เรียบร้อยประมาณ 10 นาทีก่อนเริ่มกิจกรรมสำคัญ เพื่อลดความรู้สึกปวดปัสสาวะที่เกิดจากปัจจัยทางจิตวิทยา

4. สภาพร่างกายและสรีระของแต่ละบุคคล

ความสามารถในการ "อั้นปัสสาวะ" ของคนเราไม่เท่ากัน ความจุของกระเพาะปัสสาวะ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงอุ้งเชิงขอบ และลักษณะทางกายวิภาคของระบบทางเดินปัสสาวะในแต่ละคนมีความแตกต่างกัน บางคนมีน้ำปัสสาวะสะสมในกระเพาะปัสสาวะเพียง 200 มิลลิลิตรก็เริ่มรู้สึกปวดแล้ว ขณะที่บางคนต้องสะสมให้ได้เกือบ 500 มิลลิลิตรถึงจะรู้สึก ซึ่งทั้งสองแบบถือเป็นเกณฑ์ปกติของแต่ละคน

นอกจากนี้ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา ชานม หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะโดยธรรมชาติ ดังนั้น การปวดปัสสาวะทันทีหลังดื่มเครื่องดื่มเหล่านี้จึงเป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติของร่างกาย

ปัสสาวะบ่อยแค่ไหน? ที่ควรรีบไปพบแพทย์

หากการปัสสาวะบ่อยเกิดขึ้นเฉพาะหลังจากดื่มน้ำปริมาณมาก มักไม่ใช่เรื่องน่ากังวล แต่หากมีอาการใดอาการหนึ่งดังต่อไปนี้ ควรรีบเข้าพบแพทย์ chuyên khoa แผนกเดินปัสสาวะหรือต่อมไร้ท่อเพื่อตรวจเช็ก:

  • ปัสสาวะบ่อย ร่วมกับมีอาการแสบร้อนหรือเจ็บปวดขณะปัสสาวะ

  • รู้สึกปวดปัสสาวะอยู่ตลอดเวลา อั้นไม่อยู่

  • ปัสสาวะตอนกลางคืนมากกว่า 2 ครั้งขึ้นไปติดต่อกันเป็นเวลานาน

  • ปริมาณน้ำปัสสาวะเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน เกินกว่า 2.5 ลิตรต่อวัน

  • หิวน้ำบ่อยผิดปกติ ดื่มน้ำเท่าไรก็ยังไม่หายหิว

อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของ โรคติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ, โรคต่อมลูกหมากโต (ในผู้ชาย), ความผิดปกติของระดับน้ำตาลในเลือด (เบาหวาน) หรือโรคระบบเผาผลาญ ที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาจากแพทย์

การปัสสาวะบ่อย ไม่ใช่ตัววัดสุขภาพของไต!

ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำว่า ประสิทธิภาพการทำงานของไตไม่ได้วัดจากความเร็วหรือความช้าในการอยากปัสสาวะหลังจากดื่มน้ำ และไม่ได้วัดจากความสามารถในการอั้นปัสสาวะ

สัญญาณเตือนที่แท้จริงของ "โรคไต" มักแสดงออกผ่านอาการเหล่านี้มากกว่า:

  • อาการอ่อนเพลียเรื้อรัง

  • ปวดเมื่อยบริเวณช่วงเอวหรือหลังด้านล่าง

  • ขาบวม พุ่มบวม

  • น้ำปัสสาวะมีฟองละเอียดหนาและไม่หายไปนาน

  • ผลการตรวจฟังก์ชันการทำงานของไตมีความผิดปกติ

ดังนั้น หากดื่มน้ำแล้วรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำทันที อย่าเพิ่งรีบสรุปว่าตัวเอง "ไตไม่ดี" เพราะในกรณีส่วนใหญ่ มันเป็นเพียงกลไกการปรับตัวทางสรีรวิทยาจากการดื่มน้ำเร็วเกินไป สภาพอากาศเย็น ความเครียด หรือแค่กระเพาะปัสสาวะของคุณมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าคนอื่นเท่านั้นเอง!

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล