หมอตกใจ สาวออฟฟิศกิน "ขนมปังโฮลวีต" ทุกเช้า แต่ไตเสื่อมฮวบ รู้วิธีกินแล้วร้องอ๋อ

หมอตกใจ สาวออฟฟิศกิน "ขนมปังโฮลวีต" ทุกเช้า แต่ไตเสื่อมฮวบ ยืนยันกินคลีน ไม่แตะเนย-แยม แต่ทำไมไตพัง?
ยุคนี้ใคร ๆ ก็หันมาดูแลสุขภาพด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะเมนูยอดฮิตอย่าง "ขนมปังโฮลวีต" ที่ขึ้นชื่อเรื่องไฟเบอร์สูงและเป็นแป้งเชิงซ้อนชั้นดี
ทว่าหากรับประทานผิดวิธี จากอาหารดูแลสุขภาพก็อาจกลายเป็น "พิษร้าย" ทลายระบบกรองของไตโดยที่เราไม่รู้ตัว เหมือนอย่างกรณีของสาวออฟฟิศรายนี้ ที่ตั้งใจดูแลตัวเองเป็นอย่างดี แต่กลับต้องตกใจสุดขีดเมื่อพบว่าค่าไตของเธอร่วงลงอย่างรวดเร็ว
นพ.หง หย่งเซียง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไตจากไต้หวัน ได้โพสต์แบ่งปันอุทาหรณ์ผ่านทาง Facebook ส่วนตัว ถึงเคสของคนไข้หญิงสาวออฟฟิศวัย 30 กว่าปี รูปร่างทาทางทรามเล็กน้อย และไม่มีโรคประจำตัวใด ๆ แต่เมื่อตรวจสุขภาพกลับพบว่า อัตราการกรองของไต (eGFR) เหลือเพียง 65 เท่านั้น แถมยังมีแนวโน้มเสื่อมลงอย่างรวดเร็ว จนหมอต้องรีบซักประวัติอย่างละเอียด
ยืนยันกินคลีน ไม่แตะเนย-แยม แต่ทำไมไตพัง?
ในตอนแรก คุณหมอได้เอ่ยถามคนไข้ด้วยความสงสัยว่า เธอแอบไปกินยาสมุนไพรไม่ทราบที่มา หรือกินอาหารรสจัด อย่างข้าวขาหมู หรือไก่ทอดเป็นประจำหรือไม่ แต่หญิงสาวกลับส่ายหน้าปฏิเสธพร้อมยืนยันว่า "หมอคะ ฉันเป็นคนรักสุขภาพมากนะ! มื้อเช้าทุกวันฉันกินแค่ขนมปังโฮลวีตแผ่นเดียว แถมไม่กล้าทาเนยหรือแยมเลยสักนิด!"
เมื่อคุณหมอฟังแล้วก็ยิ่งประหลาดใจ เพราะโดยปกติ ขนมปังโฮลวีตถือเป็นคาร์โบไฮเดรตที่มีไฟเบอร์สูงและมีประโยชน์ (ยกเว้นผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะ 3B ขึ้นไปที่ต้องจำกัดฟอสฟอรัส)
จนกระทั่งหมอซักไซ้ลึกลงไปถึง "ขั้นตอนการกิน" หญิงสาวจึงตอบด้วยความภาคภูมิใจว่า "ฉันรู้ว่าทาเนยหรือแยมมันไม่ดี ฉันเลยเอาขนมปังไปอบจนเกรียมดำ กรอบหอมอร่อยมาก โดยไม่ต้องปรุงแต่งอะไรเลย แบบนี้สุขภาพดีใช่ไหมคะ?" ทำเอาคุณหมอแทบจะล้มพับ พร้อมเอ่ยเตือนทันทีว่า "นี่ไม่ใช่การดูแลสุขภาพเลย แต่คุณกำลังกินสารพิษทำลายไตอยู่ทุกวันต่างหาก!"
เปิดภัยเงียบ! สารพิษจากการปิ้งเกรียม "กาวตราช้างทำลายหลอดเลือดไต"
คุณหมอหง อธิบายว่า เมื่อขนมปังถูกนำไปผ่านความร้อนสูงจนแห้งกรอบและเกิดรอยไหม้เกรียมดำ มันจะปลดปล่อยสารพิษมหาศาล เช่น โมโนคลอโรโพรเพนดิออล (MCPD) และ สารอะคริลาไมด์ (Acrylamide)
ซึ่งเมื่อสารเหล่านี้เข้าสู่ร่างกาย มันจะทำหน้าที่เสมือน "กาวตราช้างพิษ" เข้าไปอุดตันหลอดเลือดฝอย ส่งผลให้ตัวกรองของไตเกิดการอักเสบ หลอดเลือดแข็งตัว และทำให้ฟังก์ชั่นการทำงานของไตเสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็ว
อ่านเพิ่มเติม หลายคนกินทุกเช้า แต่ไม่รู้! อะโวคาโดกับขนมปังซาวโด ดีต่อสุขภาพจริงหรือแค่กระแส?
iStockphoto
3 พฤติกรรมการกินขนมปังตัวร้าย ทำลายไตโดยไม่รู้ตัว
นอกจากเรื่องการปิ้งจนไหม้เกรียมแล้ว คุณหมอยังได้รวบรวม 3 พฤติกรรมการรับประทานขนมปังที่คนส่วนใหญ่ทำผิดพลาดจนส่งผลเสียต่อไตไว้ดังนี้:
- ชอบความกรอบ ปิ้งขนมปังจนเกรียมดำ: การอบด้วยความร้อนสูงจนขนมปังเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือดำ จะสร้างสารพิษทำลายหลอดเลือดฝอยในไตโดยตรง
- กินขนมปังไส้เค็มหรือไส้หวานทะลักเป็นมื้อหลัก: เช่น ขนมปังหมูหยอง ขนมปังเนยสด ขนมปังสังขยา แม้ดูเหมือนอาหารเบา ๆ แต่ในกระบวนการผลิตมีการเติม "โซเดียม" และ "น้ำตาลแปรรูป" มหาศาล ซึ่งเป็นสองตัวการหลักในการทำลายเส้นเลือดไต
- กินขนมปังเดี่ยว ๆ โดยไม่มีโปรตีนและไฟเบอร์: การกินแค่ขนมปังอย่างเดียวทำให้ร่างกายได้รับแต่คาร์โบไฮเดรต ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดผันผวนสูง และขาดสารต้านอนุมูลอิสระมาช่วยปกป้องไตจากการอักเสบ
ปรับวิธีทานขนมปังอย่างไร ให้ปลอดภัยต่อไต
คุณหมอเน้นย้ำว่า ขนมปังยังคงสามารถรับประทานได้ตามปกติ เพียงแค่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3 ข้อหลัก ๆ คือ คุมเวลาในการปิ้ง แค่พออุ่นและนุ่ม ห้ามปิ้งจนเกรียมดำ, เลือกรสธรรมชาติ ไม่ใส่ไส้ ลดหวานและเค็ม และ จับคู่สารอาหารให้ครบถ้วน โดยรับประทานคู่กับนมถั่วเหลืองสูตรไม่หวาน ไข่ต้ม หรือผักผลไม้สด เพื่อให้สารต้านอนุมูลอิสระจากผักผลไม้ช่วยล้างสารพิษในร่างกาย
สำหรับผู้ที่มีค่าการกรองของไต (eGFR) ต่ำกว่า 45 ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากขนมปังโฮลวีตและธัญพืชมีปริมาณฟอสฟอรัสและโปรตีนสูง ซึ่งอาจไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคไตระยะควบคุมอาหาร การดูแลสุขภาพไตไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินแพง เพียงแค่ลดความเกรียมในการปิ้งขนมปังลงสักนิด ก็ช่วยยืดอายุการทำงานของไตให้แข็งแรงไปได้อีกนาน
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี