ดื่มกาแฟแก้ปวดหัว จริงไหม? เช็กข้อเท็จจริง "กาเฟอีน" ทำหลอดเลือดหดหรือขยายตัว

Fact Check: ดื่มกาแฟทำให้หลอดเลือดขยายตัว ช่วยแก้ปวดหัว จริงไหม?
สรุป: ข้อความที่ว่า “ดื่มกาแฟทำให้หลอดเลือดขยายตัว จึงช่วยแก้ปวดหัว” ยังไม่ถูกต้องทั้งหมด เพราะโดยทั่วไป กาเฟอีนในกาแฟมีฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดบางส่วนหดตัว มากกว่าขยายตัว โดยเฉพาะหลอดเลือดในสมอง ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้กาเฟอีนอาจช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะบางชนิดได้ในบางคน
แต่เรื่องนี้ไม่ได้แปลว่า “ปวดหัวเมื่อไรก็ดื่มกาแฟแล้วจะหาย” เพราะกาเฟอีนมีสองด้าน บางครั้งช่วยลดปวดหัวได้ แต่ในบางคนหรือบางสถานการณ์อาจกระตุ้นอาการปวดหัว ทำให้ไมเกรนกำเริบ หรือทำให้เกิดอาการปวดหัวจากการขาดกาเฟอีนได้เช่นกัน
กาเฟอีนในกาแฟ ทำให้หลอดเลือดขยายหรือหดตัว?
คำตอบที่ควรเข้าใจให้ถูกคือ กาเฟอีนมักมีฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดหดตัว หรือที่เรียกว่า vasoconstriction ไม่ใช่ทำให้หลอดเลือดขยายตัวเป็นหลัก โดย Mayo Clinic Health System ระบุว่า กาเฟอีนมีคุณสมบัติทำให้หลอดเลือดหดตัว ซึ่งอาจช่วยจำกัดการไหลเวียนของเลือดและบรรเทาอาการปวดศีรษะได้ในบางกรณี
ข้อมูลจาก Cleveland Clinic ก็อธิบายในทิศทางเดียวกันว่า อาการปวดศีรษะบางชนิด เช่น ปวดศีรษะจากความเครียดหรือไมเกรน อาจเกี่ยวข้องกับการขยายตัวของหลอดเลือด และกาเฟอีนสามารถทำให้หลอดเลือดหดตัว จึงอาจช่วยลดอาการปวดได้ในบางคน
ทำไมกาแฟจึงช่วยแก้ปวดหัวได้ในบางครั้ง?
กาเฟอีนอาจช่วยบรรเทาปวดหัวได้หลายทาง หนึ่งในนั้นคือการทำให้หลอดเลือดบางส่วนหดตัว อีกทางหนึ่งคือกาเฟอีนอาจช่วยเสริมฤทธิ์ยาแก้ปวดบางชนิด เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน หรือพาราเซตามอล ทำให้ยาออกฤทธิ์ได้ดีขึ้นหรือเร็วขึ้นในบางกรณี ตามข้อมูลจาก Mayo Clinic Health System
ด้วยเหตุนี้ เราจึงพบว่าผลิตภัณฑ์ยาแก้ปวดศีรษะบางสูตรมีส่วนผสมของกาเฟอีนอยู่ด้วย อย่างไรก็ตาม การใช้ยาแก้ปวดหรือผลิตภัณฑ์ที่มีกาเฟอีนบ่อยเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการปวดหัวจากการใช้ยาเกิน หรืออาการปวดหัวแบบกลับมาเป็นซ้ำได้ จึงไม่ควรใช้ต่อเนื่องโดยไม่ปรึกษาแพทย์
แล้วทำไมบางคนดื่มกาแฟแล้วกลับปวดหัวมากขึ้น?
แม้กาเฟอีนจะช่วยบางคนได้ แต่ก็อาจเป็นตัวกระตุ้นอาการปวดหัวในอีกหลายคน โดยเฉพาะผู้ที่ไวต่อกาเฟอีน ผู้ที่ดื่มกาแฟมากเกินไป หรือผู้ที่เป็นไมเกรนอยู่เดิม American Migraine Foundation ระบุว่า กาเฟอีนอาจเป็นได้ทั้งตัวช่วยและตัวกระตุ้นอาการปวดหัว โดยปัจจัยสำคัญคือ “ปริมาณ” และความสม่ำเสมอในการบริโภค
Mayo Clinic ยังระบุว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกาเฟอีนมากเกินไป เช่น จากกาแฟ อาจเป็นตัวกระตุ้นไมเกรนในบางคนได้ ดังนั้น คนที่มีไมเกรนหรือปวดหัวเรื้อรังควรสังเกตตัวเองว่ากาแฟเป็นตัวช่วยหรือตัวกระตุ้นอาการ
ปวดหัวจากการขาดกาเฟอีน คืออะไร?
อีกกรณีที่พบบ่อยคือ อาการปวดหัวจากการขาดกาเฟอีน โดยเฉพาะในคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำทุกวัน แล้วหยุดกะทันหันหรือลดปริมาณลงอย่างรวดเร็ว ร่างกายที่เคยชินกับกาเฟอีนอาจเกิดการเปลี่ยนแปลง ทำให้ปวดหัว อ่อนเพลีย ง่วง หรือรู้สึกไม่สดชื่นได้
บทความทบทวนในวารสารวิชาการระบุว่า การถอนกาเฟอีนหลังจากได้รับเป็นประจำอาจทำให้เกิดอาการปวดหัวคล้ายไมเกรนได้ และบทความจาก American Migraine Foundation ยังเตือนว่า การใช้กาเฟอีนหรือยาแก้ปวดที่มีกาเฟอีนบ่อยเกินไปอาจเกี่ยวข้องกับอาการปวดหัวจากการใช้ยาเกินได้เช่นกัน
สรุปสถานะ Fact Check
คำกล่าวอ้าง: ดื่มกาแฟทำให้หลอดเลือดขยายตัว จึงช่วยแก้ปวดหัว
ผลตรวจสอบ: คลาดเคลื่อนบางส่วน
คำอธิบาย: กาแฟอาจช่วยบรรเทาอาการปวดหัวบางชนิดได้จริงในบางคน แต่ไม่ใช่เพราะทำให้หลอดเลือดขยายตัว ตรงกันข้าม กาเฟอีนมักมีฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดบางส่วนหดตัว โดยเฉพาะในสมอง ซึ่งอาจช่วยลดอาการปวดศีรษะบางแบบได้ อย่างไรก็ตาม กาเฟอีนก็อาจกระตุ้นปวดหัวหรือไมเกรนในบางคน และการหยุดกาแฟกะทันหันหลังดื่มเป็นประจำอาจทำให้ปวดหัวจากการขาดกาเฟอีนได้
ควรดื่มกาแฟเพื่อแก้ปวดหัวไหม?
หากเป็นอาการปวดหัวเล็กน้อย และคุณเป็นคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ การดื่มกาแฟปริมาณพอเหมาะอาจช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้ในบางครั้ง แต่ไม่ควรใช้กาแฟเป็นวิธีแก้ปวดหัวหลักทุกครั้ง เพราะอาจทำให้ร่างกายพึ่งพากาเฟอีน หรือเกิดอาการปวดหัวเมื่อไม่ได้ดื่ม
สำหรับคนทั่วไป FDA ระบุว่า กาเฟอีนประมาณไม่เกิน 400 มิลลิกรัมต่อวันมักไม่สัมพันธ์กับผลเสียในผู้ใหญ่สุขภาพดีส่วนใหญ่ แต่ความไวต่อกาเฟอีนของแต่ละคนแตกต่างกัน และกาเฟอีนอาจไม่เหมาะกับบางกลุ่ม เช่น ผู้ที่มีโรคหัวใจบางชนิด นอนไม่หลับ วิตกกังวลง่าย ตั้งครรภ์ หรือมีไมเกรนที่ถูกกระตุ้นจากกาเฟอีน
American Migraine Foundation แนะนำว่า การใช้กาเฟอีนเพื่อรักษาอาการปวดหัวแบบเฉียบพลันควรจำกัดไม่เกิน 2 วันต่อสัปดาห์ เพราะการใช้บ่อยเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการปวดหัวจากการใช้ยาเกินหรือปวดหัวเรื้อรังได้
ปวดหัวแบบไหนควรไปพบแพทย์?
ควรรีบไปพบแพทย์ทันที หากปวดหัวรุนแรงเฉียบพลันแบบไม่เคยเป็นมาก่อน ปวดหัวหลังได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ มีอาการแขนขาอ่อนแรง หน้าเบี้ยว พูดลำบาก เดินเซ สับสน ชัก คอแข็ง มีไข้สูง หรือมีปัญหาการมองเห็นร่วมด้วย เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะร้ายแรงที่ต้องได้รับการดูแลทันที
หากปวดหัวบ่อยขึ้น ปวดนานขึ้น ต้องใช้ยาแก้ปวดบ่อย หรือสงสัยว่ากาแฟเป็นตัวกระตุ้นอาการ ควรจดบันทึกอาการ ปริมาณกาแฟที่ดื่ม และปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
สรุปสั้น ๆ
กาแฟอาจช่วยแก้ปวดหัวได้ในบางคน แต่คำอธิบายที่ว่า “กาแฟทำให้หลอดเลือดขยายตัว” ไม่ถูกต้องนัก เพราะกาเฟอีนมักทำให้หลอดเลือดบางส่วนหดตัวมากกว่า การดื่มกาแฟจึงอาจเป็นทั้งตัวช่วยและตัวกระตุ้นอาการปวดหัว ขึ้นอยู่กับชนิดของอาการ ปริมาณกาเฟอีน ความถี่ในการดื่ม และความไวของร่างกายแต่ละคน
- วิจัยฮาร์วาร์ดเฉลยแล้ว ชา vs กาแฟ ดื่มอะไรดีต่อ "หัวใจและสมอง" มากกว่ากัน?
- น้ำมะนาว-เลมอน “ดื่มทุกวัน” ดีท็อกซ์จริงไหม? กูรูเฉลยผลลัพธ์ต่อลำไส้และไต

แหล่งอ้างอิง
- Mayo Clinic Health System: Caffeine’s effect on headaches
- American Migraine Foundation: Understanding Caffeine Headache
- American Migraine Foundation: Caffeine and Migraine
- Cleveland Clinic: Does Caffeine Help Headaches?
- Mayo Clinic: Migraine Symptoms and Causes
- PubMed: The effect of daily caffeine use on cerebral blood flow
- PMC: Caffeine and Primary Headaches—Friend or Foe?
- U.S. FDA: Spilling the Beans: How Much Caffeine is Too Much?
- NHS: Headaches
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี