100 หมอญี่ปุ่นโหวต "5 ผักที่ต้องกิน" ข้อแรกของดีราคาถูก ไทยมีขายล้นตลาด!

ของดีราคาถูก! 100 หมอญี่ปุ่นโหวต "5 ผักของดี" หน้าร้อนยิ่งต้องกิน แชมป์ช่วยลดเครียด-เซฟเงินในกระเป๋า
ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวรุนแรงในฤดูร้อน แสงแดดจัด ฝุ่นควัน และอุณหภูมิที่พุ่งสูง มักเป็นตัวการเงียบที่คอยทำลายสุขภาพของพวกเราโดยไม่รู้ตัว ร่างกายที่ต้องขับเหงื่อออกมาอย่างต่อเนื่องชวนให้เกิดภาวะขาดน้ำ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร และทำให้ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว เพื่อค้นหาทางออกด้านโภชนาการที่ดีที่สุด รายการแพทย์ชื่อดังอย่าง "Hayashi-sensei no Ima desho cho!" ทางสถานีโทรทัศน์ Asahi TV ของประเทศญี่ปุ่น จึงได้ทำการสำรวจความคิดเห็นครั้งใหญ่จากแพทย์ชื่อดังในหลากหลายสาขากว่า 100 ท่าน เพื่อจัดอันดับ "5 สุดยอดผักหน้าร้อนที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับ"
แต่สิ่งที่ทำให้ผู้บริโภคต้องเซอร์ไพรส์ไปตาม ๆ กันก็คือ ผักทั้ง 5 ชนิดที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจากคณะแพทย์ญี่ปุ่นนั้น ล้วนเป็นผักพื้นบ้านราคาประหยัดที่หาซื้อได้ง่ายมากตามท้องตลาดไทย ส่วนเหตุผลว่าทำไมเหล่าผู้เชี่ยวชาญถึงยกนิ้วให้ผักเหล่านี้เป็นที่สุดแห่งการบำรุงในหน้าร้อน และมีเทคนิคการกินอย่างไรให้ได้คุณค่าสูงสุด วันนี้เรามีคำตอบมาเผยให้ทราบกัน
อันดับ 5: พริกหยวกแดง (Red Bell Pepper) – คลังวิตามินซีสู้แดดเลีย
พริกหยวกแดงคว้าอันดับ 5 ไปครอง โดย ดร.อากิโกะ อิโตะ (Dr. Akiko Ito) จากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโตเกียว ยืนยันว่าในบรรดาพริกหยวกทุกสี พริกหยวกสีแดงมีปริมาณสารอาหารหนาแน่นที่สุด โดยพริกหยวกแดงเพียง 1 ผล มีปริมาณวิตามินซีเข้มข้นเทียบเทียมกับมะเขือเทศถึง 15 ลูกรวมกัน ซึ่งวิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นยอดที่ช่วยรักษาความยืดหยุ่นของคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ป้องกันผิวไหม้เกรียมจากการถูกรังสี UV แผดเผา
เทคนิคกินให้ได้ประโยชน์สูงสุด: เนื่องจากวิตามินซีละลายในน้ำและสลายตัวง่ายเมื่อโดนความร้อน แพทย์จึงแนะนำให้นำพริกหยวกแดงไปทำเมนูแกงจืดหรือซุปที่สามารถซดน้ำได้ทั้งหมดเพื่อไม่ให้สูญเสียสารอาหาร นอกจากนี้ การหั่นพริกหยวกตามแนวตั้งจะช่วยรักษาโครงสร้างเซลล์ความหวานตามธรรมชาติได้ดีกว่าการหั่นตามแนวนอน
อันดับ 4: มะเขือเทศราชินี (Cherry Tomato) – เกราะป้องกันหัวใจโต
มะเขือเทศผลเล็กหรือมะเขือเทศราชินีคว้าอันดับ 4 เนื่องจากมีปริมาณสาร "ไลโคปีน" (Lycopene) สูงกว่ามะเขือเทศผลใหญ่ทั่วไปถึง 3 เท่า โดย นพ.มาซาโตะ ชิมิสุ (Dr. Masato Shimizu) ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ อธิบายว่าในหน้าร้อน หลอดเลือดจะขยายตัวเพื่อระบายความร้อน ส่งผลให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น สารไลโคปีนจะเข้าไปช่วยขจัดอนุมูลอิสระบนผนังหลอดเลือด ป้องกันการอักเสบภายใน และควบคุมความดันโลหิตให้คงที่ อีกทั้งใยอาหารยังช่วยบำรุงจุลินทรีย์ดีในลำไส้เสริมภูมิคุ้มกันได้อีกด้วย
เทคนิคกินให้ได้ประโยชน์สูงสุด: แพทย์แนะนำให้ผ่าครึ่งมะเขือเทศราชินีก่อนรับประทาน เพื่อทำลายผนังเซลล์ที่หนา ช่วยให้กรดในกระเพาะดูดซึมไลโคปีนได้ง่ายขึ้น แต่ต้องทานทันทีหลังผ่าเพราะไลโคปีนจะทำปฏิกิริยากับอากาศและสูญสลายได้ง่าย
อันดับ 3: ใบชิโซะเขียว หรือใบงาขี้ม่อน (Green Perilla) – ตัวช่วยฆ่าเชื้อและล้างพิษในลำไส้
หน้าร้อนเป็นช่วงที่เชื้อโรคและแบคทีเรียในอาหารเติบโตได้ดี ทำให้เกิดโรคท้องร่วงได้ง่าย คณะแพทย์จึงโหวตให้ใบชิโซะเขียวอยู่ในอันดับ 3 เพราะมีสาร "เพอริลลาดีไฮด์" (Perillaldehyde) ซึ่งเป็นน้ำมันหอมระเหยที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียและล้างพิษในทางเดินอาหารได้อย่างเฉียบขาด นอกจากนี้ยังมีสารแคโรทีนสูงกว่าแครอท ช่วยลดการอักเสบในระบบทางเดินหายใจและบำรุงจอประสาทตาจากแสงแดดจัด
เทคนิคกินให้ได้ประโยชน์สูงสุด: น้ำมันหอมระเหยจะซ่อนอยู่ในถุงซิสต์เล็ก ๆ บนผิวใบ การเคี้ยวทั้งใบตรง ๆ จะปล่อยสารออกมาได้น้อย วิธีที่ถูกต้องคือต้องซอยใบชิโซะให้เป็นเส้นฝอยละเอียดเพื่อแตกถุงน้ำมัน แล้วทานสดหรือคลุกเคล้ากับน้ำมันพืชเล็กน้อยเพื่อเพิ่มการดูดซึมสารแคโรทีนที่ละลายในไขมันให้พุ่งสูงขึ้นหลายเท่า
อันดับ 2: ถั่วแระญี่ปุ่น (Edamame) – อาวุธลับสยบอาการเพลียแดด
ถั่วแระญี่ปุ่นขยับขึ้นมาคว้าตำแหน่งรองแชมป์ โดย นพ.ทาคาฟูมิ คูโดะ (Dr. Takafumi Kudo) ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ ระบุว่าอาการเหนื่อยล้า เบื่ออาหาร ขี้เกียจในหน้าร้อน แท้จริงแล้วเกิดจากระบบประสาททำงานหนักเกินไปจนร่างกายขาดพลังงาน ซึ่งในถั่วแระญี่ปุ่น 100 กรัม อุดมไปด้วยวิตามิน B1 ในปริมาณที่เทียบเท่ากับกระเทียมถึง 2.5 กลีบ โดยวิตามิน B1 คือกุญแจสำคัญที่ช่วยเปลี่ยนน้ำตาลกลูโคสให้กลายเป็นพลังงานหล่อเลี้ยงสมองและกล้ามเนื้อ พร้อมโปรตีนพืชที่ช่วยซ่อมแซมร่างกายจากการสูญเสียน้ำ
เทคนิคกินให้ได้ประโยชน์สูงสุด: หลีกเลี่ยงการต้มถั่วแระในน้ำเดี่ยว ๆ แล้วเทน้ำทิ้ง เพราะวิตามิน B1 จะละลายหายไปหมด วิธีทางวิทยาศาสตร์ที่ฉลาดที่สุดคือ การแกะเม็ดถั่วแระใส่ลงไปหุงพร้อมกับข้าวสวยในหม้อหุงข้าว ซึ่งเม็ดข้าวจะทำการดูดซับสารอาหารและวิตามินที่ละลายออกมาไว้ได้ครบถ้วนทุกหยด
อันดับ 1: ใบปอ หรือ ผักโมโรเฮยะ (Jute / Moroheiya) – ราชาแคลเซียมแห่งพืชพรรณ
แชมป์อันดับหนึ่งที่สร้างความเซอร์ไพรส์ให้แก่คณะแพทย์ญี่ปุ่นอย่างมากก็คือ "ใบปอ" (หรือปอกระเจาฝักยาว) ผักพื้นบ้านที่คนไทยเราคุ้นเคยกันดีในเมนูเด็ดอย่าง "ใบปอผัดหมูสับ" ตามร้านข้าวต้มกุ๊ยรอบดึก หรือที่สายสุขภาพรู้จักกันในชื่อหรูว่า ผักโมโรเฮยะ (ผักพระราชา) นั่นเองค่ะ โดย ดร.อากิโกะ ถึงขั้นยกย่องผักชนิดนี้ว่าเป็น "ราชาแห่งแคลเซียมจากพืช" เพราะใบปอสด 100 กรัม มีปริมาณแคลเซียมมหาศาลเทียบเท่ากับการกินปลาหลังเขียวตากแห้งถึง 4 ตัวรวมกันเลยทีเดียว
ในหน้าร้อน สภาพอากาศที่อบอ้าวจะกระตุ้นให้ระบบประสาทตื่นตัวจนเราเกิดความเครียดและหงุดหงิดได้ง่าย แคลเซียมและสารอาหารจากใบปอจะเข้าไปกระตุ้นให้สมองหลั่งสาร "กาบา" (GABA) ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยทำให้สมองสงบ ผ่อนคลายความเครียด และฟื้นฟูร่างกายจากภาวะฮีทสโตรก นอกจากนี้ ยางเมือกธรรมชาติหรือสาร "เพคติน" (Pectin) ที่อยู่ในใบปอยังทำหน้าที่เป็นฟิล์มเคลือบช่วยปกตป้องและฟื้นฟูผนังลำไส้ พร้อมทั้งเพิ่มจุลินทรีย์ดีเพื่อเสริมภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแกร่งในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยค่ะ
เทคนิคกินให้ได้ประโยชน์สูงสุด: นพ.ชิราซาวะ แนะนำว่าหากได้ใบปอสดมาปรุงอาหาร (เช่น นำไปต้มซุปหรือทำแกง) ควรนำมาสับหรือหั่นให้ละเอียดที่สุดก่อน เพราะการสับละเอียดจะเป็นการเปิดโครงสร้างเซลล์ให้ผักหลั่งสารมิวซิน (Mucin) หรือโปรตีนเมือกที่มีประโยชน์ออกมาได้มากที่สุด ซึ่งเมือกธรรมชาติตัวนี้จะช่วยปกป้องระบบย่อยอาหาร และช่วยให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุสำคัญอย่างแคลเซียมและธาตุเหล็กเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
เห็นไหมว่า ผักยอดฮิตหน้าร้อนทั้ง 5 ชนิดที่คณะแพทย์ญี่ปุ่นแนะนำ ไม่ใช่ผักราคาแพงหูฉี่จากต่างประเทศเลย แต่เป็นผักพื้นบ้านราคาประหยัดที่มีขายอยู่ล้นตลาดบ้านเรานี่เอง รู้แบบนี้แล้ว มื้อเย็นนี้ลองแวะตลาดสด คว้าพริกหยวกแดง มะเขือเทศ หรือผักปอแก้ว มาปรุงอาหารด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง เพื่อเสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง สดชื่น และพร้อมลุยท้าลร้อนไปด้วยกัน!
- "ผักอายุยืน" กำละไม่กี่บาท! ช่วยล้างลำไส้-บำรุงกระเพาะ-กระตุ้นภูมิ ยาดีที่ยังถูกมองข้าม
- หัวอกแม่สลาย! ลูกชาย ป.2 ปวดท้องหนัก ตรวจเจอ "มะเร็งลำไส้" เพราะกิน 2 เมนูนี้ตั้งแต่เด็ก

แหล่งข้อมูล
อัลบั้มภาพ 4 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี




