เปิดความหมาย "สัญลักษณ์ต่างๆ" บนตั๋วเครื่องบิน รู้ไว้ก่อนบินจะได้ไม่พลาดเรื่องสำคัญ
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1979/9896726/new-thumbnail1200x720_v2.jpgเปิดความหมาย "สัญลักษณ์ต่างๆ" บนตั๋วเครื่องบิน รู้ไว้ก่อนบินจะได้ไม่พลาดเรื่องสำคัญ

เปิดความหมาย "สัญลักษณ์ต่างๆ" บนตั๋วเครื่องบิน รู้ไว้ก่อนบินจะได้ไม่พลาดเรื่องสำคัญ

แชร์เรื่องนี้

สัญลักษณ์บน Boarding Pass หมายถึงอะไร? รู้ไว้ก่อนขึ้นเครื่อง มีทั้งรหัสเที่ยวบิน เช็กอิน ไปจนถึงตรวจความปลอดภัยเพิ่ม

เวลาที่เรากำลังจะเดินทางท่องเที่ยวหรือแพ็กกระเป๋าไปต่างประเทศ ความตื่นเต้นมักจะทำให้เรามองข้ามสิ่งเล็ก ๆ อย่าง "บอร์ดดิ้งพาส" (Boarding Pass) หรือตั๋วเครื่องบินในมือไป โดยคนส่วนใหญ่จะเช็กแค่ชื่อ-นามสกุล หมายเลขเที่ยวบิน และประตูทางออกขึ้นเครื่อง (Gate) เท่านั้น

ทว่าในความเป็นจริงแล้ว บนแผ่นตั๋วไม่ว่าจะเป็นแบบกระดาษหรือแบบดิจิทัลบนสมาร์ทโฟน ต่างซ่อนรหัสลับและสัญลักษณ์พิเศษเอาไว้มากมาย ซึ่งบ่งบอกข้อมูลสำคัญตั้งแต่เรื่องความปลอดภัยไปจนถึงสิทธิประโยชน์ที่คุณอาจจะได้รับในเที่ยวบินนั้น

เว็บไซต์ท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง SimpleFlying และ UNILAD ได้ออกมาเปิดเผยถึงความหมายของสัญลักษณ์และตัวอักษรแปลก ๆ บนตั๋วเครื่องบิน เพื่อให้เหล่านักเดินทางได้ลองเช็กและทำความเข้าใจก่อนออกเดินทาง

"ตัวอักษรโดดเดี่ยว" บนตั๋ว บอกโอกาสที่คุณจะได้รับสิ่งนี้แบบฟรี ๆ

เคยสังเกตไหมว่าบนบอร์ดดิ้งพาสของคุณ มักจะมีตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่ลึกลับลอยอยู่ตัวเดียวโดด ๆ (เช่น Y, Q, B) รหัสเหล่านี้คือสิ่งที่คุณไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด เพราะมันคือรหัสคลาสตั๋วที่บอก "โอกาสในการถูกเลือกให้ได้รับการอัปเกรดที่นั่ง (Upgrade) ไปยังชั้นธุรกิจหรือชั้นหนึ่ง" ในกรณีที่เที่ยวบินนั้นมีที่นั่งว่าง

ยกตัวอย่างเช่น หากคุณได้ตัวอักษร "B" นั่นหมายความว่าคุณมีแต้มบุญสูงและมีโอกาสได้รับเลือกให้อัปเกรดที่นั่งได้ง่ายกว่าคนอื่น เนื่องจากเป็นตั๋วชั้นประหยัดแบบเต็มราคาหรือเป็นสมาชิกสะสมไมล์ระดับสูง ในทางตรงกันข้าม หากบนตั๋วของคุณโชว์ตัวอักษร "Y" หรือ "Q" นั่นหมายความว่าตั๋วใบนั้นเป็นตั๋วโปรโมชันราคาถูกที่สุด ซึ่งโอกาสในการได้ขยับไปนั่งเบาะกว้าง ๆ แทบจะเป็นศูนย์

 

ระวังให้ดี! รหัส 4 ตัวเด่นหราบนตั๋ว ใครเจออาจโดนกักตัวตรวจเข้ม

อีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่สายบินไปฝั่งอเมริกาต้องระวังให้ดีคือรหัส "SSSS" ย่อมาจาก Secondary Security Screening Selection หากใครมีรหัสนี้ปรากฏอยู่บริเวณด้านล่างของตั๋ว หมายความว่าคุณคือผู้โชคดีที่ถูกระบบสุ่มเลือกให้เข้ารับการตรวจค้นร่างกายและสัมภาระอย่างละเอียดเป็นพิเศษอีกรอบที่หน้าประตูทางออกขึ้นเครื่อง ซึ่งอาจทำให้เสียเวลาเพิ่มขึ้น

โดยระบบมักจะสุ่มจากพฤติกรรมการซื้อตั๋วที่ผิดปกติ เช่น จองกระชั้นชิดเกินไป หรือซื้อตั๋วเที่ยวเดียวแบบไม่มีไฟลต์กลับ

สัญลักษณ์บนบอร์ดดิ้งพาส ชื่อเรียกสากล ความหมายลึก ๆ ที่สายการบินบอกคุณ
ตัวอักษรลอยโดด ๆ (เช่น B, Y, Q) Fare Class / Booking Class บอกสถานะราคาตั๋ว และเป็นตัวกำหนดอันดับต้น ๆ ในการคัดเลือกผู้โดยสารเพื่อ "อัปเกรดที่นั่งฟรี"
"SSSS" Secondary Security Screening Selection คุณถูกเลือกให้เข้าสู่กระบวนการตรวจความปลอดภัยซ้ำรอบสองอย่างละเอียด (ค้นกระเป๋า/ตรวจสารแปลกปลอม)
รหัสภาษาอังกฤษ 6 หลัก (เช่น AM49XL) PNR (Passenger Name Reference) รหัสบุ๊กกิ้งใช้ค้นหาข้อมูลส่วนตัว อาหารที่สั่งไว้ และช่วยแยกแยะกรณีมีผู้โดยสารคนอื่นชื่อ-นามสกุลซ้ำกับคุณ
"S/O" หรือ "SPTC" Stopover / Layover บอกว่าเที่ยวบินนี้มีการแวะพักต่อเครื่อง โดยรหัส SPTC มักหมายถึงการรอต่อเครื่องเป็นเวลานานหลายชั่วโมง

บาร์โค้ด และรหัสเที่ยวบิน มาตรฐานที่รู้ไว้ได้ประโยชน์

นอกจากสัญลักษณ์พิเศษด้านบนแล้ว บนตั๋วทุกใบยังต้องมีรหัสตัวพิมพ์ใหญ่ 2 ตัวตามด้วยเลข 4 หลัก (เช่น AA 1234) ซึ่งตัวอักษร 2 ตัวแรกคือรหัสประจำสายการบิน (เช่น AA คือ American Airlines) ส่วนแถบ "บาร์โค้ด" (Bar Code) ด้านมุมขวาล่างที่เจ้าหน้าที่ใช้สแกนก่อนขึ้นเครื่องนั้น

นอกเหนือจากข้อมูลส่วนตัวของคุณแล้ว มันยังทำหน้าที่ส่งสัญญาณบอกระบบหลังบ้านของสายการบินว่า ขณะนี้มีผู้โดยสารเดินขึ้นเครื่องไปแล้วกี่คน และมีจำนวนกระเป๋าใต้ท้องเครื่องที่เช็กอินเสร็จสมบูรณ์แล้วกี่ใบในเที่ยวบินนั้น

รู้แบบนี้แล้ว ก่อนออกเดินทางในทริปถัดไป อย่าลืมหยิบบอร์ดดิ้งพาสขึ้นมาส่องดูรหัสเหล่านี้กันสักนิด จะได้เตรียมตัวรับมือและเช็กสิทธิ์ของตัวเองได้อย่างถูกต้อง

แหล่งอ้างอิง

  1. UNILAD