หมอเฉลย กินข้าวน้อย ทำไมน้ำตาลยังพุ่ง พลาดกินอาหาร 3 กลุ่มนี้ไหม!

หมอเฉลย กินข้าวน้อย ทำไมน้ำตาลยังพุ่ง พลาดกินอาหาร 3 กลุ่มนี้ไหม!

หมอเฉลย กินข้าวน้อย ทำไมน้ำตาลยังพุ่ง พลาดกินอาหาร 3 กลุ่มนี้ไหม!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หมอเจดเฉลย ทำไมกินข้าวน้อยแต่น้ำตาลยังสูง เช็ก 3 กลุ่มอาหารแฝงแป้ง-น้ำตาลเพียบ บางอย่างคิดว่าดี

หลายคนตั้งใจลดข้าว เพราะหวังว่าจะช่วยคุมน้ำตาลในเลือดให้ดีขึ้น แต่พอตรวจระดับน้ำตาลหลังอาหารกลับพบว่ายังสูงเหมือนเดิม จนเกิดคำถามว่า ทั้งที่กินข้าวน้อยแล้ว น้ำตาลมาจากไหนอีก

เรื่องนี้ นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “หมอเจด” ได้โพสต์ให้ความรู้ผ่านเพจเฟซบุ๊ก หมอเจด เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ในหัวข้อ “กินข้าวน้อยแต่น้ำตาลยังสูง เพราะอาหาร 3 อย่างนี้” โดยชี้ให้เห็นว่า คาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลไม่ได้อยู่แค่ในข้าวเท่านั้น

อาหารและเครื่องดื่มหลายอย่างที่เรากินอยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มหวาน อาหารประเภทเส้น ขนมปัง ซอสปรุงรส รวมถึงเมนูที่ดูเหมือนดีต่อสุขภาพ ล้วนมีส่วนทำให้น้ำตาลหลังอาหารพุ่งสูงได้ หากกินโดยไม่ทันสังเกต

กินข้าวน้อย แต่น้ำตาลยังสูง เพราะอะไร?

หมอเจดอธิบายว่า หลายคนลดข้าวลงจนเหลือเพียงไม่กี่คำ แต่ยังดื่มกาแฟหวาน ชาเย็น น้ำผลไม้ หรือกินเส้น ขนมปัง และซอสหวานควบคู่ไปด้วย สุดท้ายร่างกายยังได้รับคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลรวมในปริมาณสูงอยู่ดี

ดังนั้น การคุมน้ำตาลจึงไม่ควรดูแค่ปริมาณข้าวในจาน แต่ต้องมองภาพรวมของทั้งมื้อว่า มีแป้ง น้ำตาล หรือคาร์โบไฮเดรตซ่อนอยู่ตรงไหนบ้าง โดยเฉพาะอาหาร 3 กลุ่มต่อไปนี้

1. เครื่องดื่มหวาน น้ำผลไม้ และกาแฟที่ดูเหมือนไม่มีอะไร

ชาเย็น กาแฟปรุงสำเร็จ น้ำอัดลม น้ำผลไม้ น้ำผึ้งมะนาว และเครื่องดื่มชูกำลัง เป็นกลุ่มที่ทำให้น้ำตาลขึ้นเร็วได้ง่าย เพราะเป็นน้ำตาลในรูปของเหลว ร่างกายดูดซึมได้ไว และมักไม่ทำให้อิ่มเท่าอาหารที่ต้องเคี้ยว

บางคนลดข้าวครึ่งทัพพี แต่ยังดื่มกาแฟหวานตอนเช้า และต่อด้วยชาเย็นตอนบ่าย แบบนี้ระดับน้ำตาลอาจไม่ได้ลดลงอย่างที่คิด เพราะน้ำตาลจากเครื่องดื่มรวมกันแล้วอาจมากกว่าข้าวที่ลดไปเสียอีก

ส่วนน้ำผลไม้ แม้จะมาจากผลไม้จริง แต่ก็ต้องระวังเช่นกัน เพราะใยอาหารมักลดลง และเราสามารถดื่มในปริมาณมากได้ง่ายกว่าการกินผลไม้ทั้งลูก ทำให้ได้รับน้ำตาลมากโดยไม่รู้ตัว

ทางเลือกที่ควรเริ่มปรับ คือเปลี่ยนเป็นน้ำเปล่า ชาไม่หวาน หรือกาแฟไม่เติมน้ำตาล หากยังเลิกหวานทันทีไม่ได้ อาจค่อย ๆ ลดระดับความหวานลง แต่ต้องระวังไม่ชดเชยด้วยการดื่มหลายแก้ว เพราะสุดท้ายปริมาณน้ำตาลรวมก็ยังสูงอยู่ดี

2. แป้งที่ไม่ได้เรียกว่าข้าว แต่สุดท้ายก็กลายเป็นน้ำตาล

หลายคนคิดว่า “ไม่กินข้าว” เท่ากับ “ลดคาร์บ” แต่ความจริงแล้วอาหารอย่างขนมปัง โจ๊ก เส้นก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ วุ้นเส้น ข้าวเหนียว ปาท่องโก๋ ขนมจีน ซีเรียล แครกเกอร์ และมันฝรั่ง ล้วนเป็นคาร์โบไฮเดรตเช่นกัน

เมื่อกินเข้าไป ร่างกายจะย่อยแป้งเหล่านี้ให้กลายเป็นกลูโคสได้เหมือนกัน โดยเฉพาะแป้งขัดสีที่มีใยอาหารน้อย มักทำให้น้ำตาลในเลือดขึ้นเร็วกว่าอาหารที่มีใยอาหารสูงกว่า

เช่น บางคนบอกว่ามื้อนี้ไม่ได้กินข้าว แต่กินก๋วยเตี๋ยวหนึ่งชาม ตามด้วยลูกชิ้นทอดและน้ำหวาน แบบนี้ไม่ถือว่าลดคาร์โบไฮเดรตจริง ๆ แต่เป็นเพียงการเปลี่ยนรูปแบบของแป้งเท่านั้น

หากต้องการกินเส้นหรือขนมปัง ควรลดปริมาณให้เหมาะสม และเติมโปรตีน เช่น ไข่ ปลา ไก่ เต้าหู้ หรือเนื้อไม่ติดมัน รวมถึงเพิ่มผักในมื้ออาหาร เพื่อไม่ให้ทั้งมื้อมีแต่แป้งล้วน ๆ

3. น้ำตาลซ่อนในซอส ขนม และอาหารที่ดูสุขภาพดี

ซอสมะเขือเทศ น้ำจิ้มไก่ ซอสเทอริยากิ น้ำสลัด โยเกิร์ตรสผลไม้ ซีเรียล กราโนลา ผลไม้อบแห้ง แยม รวมถึงขนมที่เขียนว่า “ไขมันต่ำ” อาจมีน้ำตาลเติมอยู่มากกว่าที่หลายคนคิด

บางคนเลือกกินสลัดเพราะอยากคุมน้ำตาล แต่กลับราดน้ำสลัดหวานในปริมาณมาก หรือกินโยเกิร์ตรสผลไม้คู่กับกราโนลาชามใหญ่ แบบนี้น้ำตาลก็ยังสามารถพุ่งได้เช่นกัน

หมอเจดแนะนำว่า เวลาซื้ออาหารสำเร็จรูป ไม่ควรดูแค่คำว่า “คลีน” “ไขมันต่ำ” หรือ “มีธัญพืช” เท่านั้น แต่ควรพลิกฉลากดูปริมาณคาร์โบไฮเดรตรวมและน้ำตาลเติมด้วย

ทางเลือกที่ดีกว่า คือเลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาติ น้ำสลัดไม่หวาน และใช้ซอสปรุงรสในปริมาณพอดี ไม่เทจนอาหารลอยอยู่ในน้ำจิ้ม เพราะซอสเพียงเล็กน้อย หากกินบ่อย ๆ ก็อาจเพิ่มน้ำตาลสะสมได้

จัดมื้ออาหารอย่างไร ให้น้ำตาลขึ้นช้าลง

สำหรับคนที่ต้องการคุมน้ำตาลหลังอาหารให้ดีขึ้น หมอเจดแนะนำให้เริ่มจากการจัดจานอาหารให้สมดุลมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องอดอาหาร แต่ควรเลือกและจัดสัดส่วนให้เหมาะสม

  • ให้ผักมากกว่าแป้ง ประมาณครึ่งจาน
  • มีโปรตีนทุกมื้อ เช่น ไข่ ปลา ไก่ เต้าหู้ หรือเนื้อไม่ติดมัน
  • เลือกข้าวหรือแป้งเพียงหนึ่งอย่างในปริมาณพอดี
  • ไม่กินข้าวแล้วต่อด้วยเส้น ขนมปัง และของหวานในมื้อเดียวกัน
  • ดื่มน้ำเปล่าแทนเครื่องดื่มหวาน
  • หากอยากกินผลไม้ ควรกินเป็นชิ้นหรือทั้งลูก แทนการดื่มน้ำผลไม้
  • เดินเบา ๆ หลังอาหารประมาณ 10-15 นาที หากสภาพร่างกายทำได้

สรุป: ลดข้าวอย่างเดียวอาจยังไม่พอ ต้องดูน้ำตาลทั้งมื้อ

การกินข้าวน้อยไม่ได้แปลว่าน้ำตาลในเลือดจะลดลงเสมอไป หากในมื้อนั้นยังมีชาเย็น กาแฟหวาน ขนมปัง เส้น ซอสหวาน หรือของว่างตามมา เพราะร่างกายนับคาร์โบไฮเดรตรวมทั้งหมด ไม่ได้นับเฉพาะข้าวในจาน

สิ่งสำคัญคือการมองทั้งมื้อว่า แป้งและน้ำตาลซ่อนอยู่ตรงไหนบ้าง แล้วค่อย ๆ ลดจากสิ่งที่กินหรือดื่มเป็นประจำก่อน การปรับพฤติกรรมแบบนี้จะช่วยให้ควบคุมน้ำตาลหลังอาหารได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และทำได้ต่อเนื่องกว่าในระยะยาว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล