ดราม่าการบ้านเด็ก ป.1 ครูให้ "ผิด" เพราะใช้สีแดงผิดเฉด เจอผปค.สวนกลับนิ่มๆ
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
แม่สุดงง ครูตรวจการบ้านลูก 7 ขวบ ให้ "ผิด" เหตุใช้สีแดงไม่ตรงเฉดที่กำหนด ก่อนแม่สวนกลับนิ่มๆ
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงบนโลกออนไลน์เมื่อคุณแม่รายหนึ่งในประเทศมาเลเซีย ได้ออกมาโพสต์แชร์เรื่องราวการพูดคุยกับครูประจำชั้น หลังจากที่เธอพบว่าการบ้านวิชาวิทยาศาสตร์ของลูกวัย 7 ขวบ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถูกตรวจให้ "ผิด" เพียงเพราะลูกของเธอใช้ดินสอสีแดงเฉดมารูน หรือที่คนไทยนิยมเรียกว่า สีแดงเลือดหมู แทนที่จะเป็นสีแดงสว่างตามที่ครูต้องการ จนนำไปสู่การตั้งคำถามเกี่ยวกับระบบการวัดผลของโรงเรียน
ครูแจงยิบต้องให้ผิด เพื่อดัดนิสัยเด็กให้หัดทำตามสั่ง
เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มมาจากแบบฝึกหัดวิชาวิทยาศาสตร์ที่ระบุคำสั่งชัดเจนว่า "ให้ระบายสีสิ่งมีชีวิตด้วยสีเหลือง และสิ่งไม่มีชีวิตด้วยสีแดง" ซึ่งจากภาพแชทข้อความทาง WhatsApp ที่ถูกนำมาเปิดเผย
ครูได้อธิบายเหตุผลที่คุณแม่ทักไปท้วงติงว่า สีแดงที่เด็กใช้ระบายนั้นดูเหมือนสีน้ำตาลแดงหรือสีมารูนมากกว่า และในห้องเรียนมีเพียงลูกของคุณแม่คนเดียวเท่านั้นที่ระบายสีนี้ โดยอ้างว่าเด็กบอกเองว่าไม่มีดินสอสีแดงสด พร้อมทิ้งท้ายว่าที่ตรวจให้ผิดแบบนี้ เพื่อต้องการดัดนิสัยให้เด็กหัดสังเกตและปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ไม่ควรมองข้ามเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ
ผู้ปกครองสวนกลับนิ่ม ๆ วิทยาศาสตร์วัดความรู้ ไม่ใช่ความพร้อมของฐานะ
ทางด้านคุณแม่ได้ตอบกลับครูอย่างสุภาพแต่ได้ใจความสำคัญ โดยระบุว่าเธอเข้าใจดีเรื่องเฉดสีที่อาจจะเข้มไปบ้าง แต่นี่คือข้อสอบวิชาวิทยาศาสตร์ของเด็ก ป.1 ซึ่งวัตถุประสงค์หลักควรเป็นการประเมินว่าเด็กเข้าใจ "แนวคิด" ในการแยกแยะสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิตหรือไม่
ซึ่งลูกของเธอก็เลือกกลุ่มระบายสีได้ถูกต้อง 100% ไม่มีข้อผิดพลาดเลยในส่วนของเนื้อหา การที่ลูกไม่มีสีแดงสดเป็นข้อจำกัดเรื่องอุปกรณ์การเรียน ไม่ใช่เพราะเด็กไม่ตั้งใจเรียนหรือไม่อ่านโจทย์
ตอกย้ำความเหลื่อมล้ำ พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องซื้อสีกล่องใหญ่เพื่อให้ได้เฉดตรงใจครู
คุณแม่รายนี้ยังได้แสดงความเห็นเพิ่มเติมว่า พ่อแม่แต่ละคนจัดหาอุปกรณ์การเรียนให้ลูกตามกำลังทรัพย์ที่มี และสีแดงมารูนก็ยังคงเป็นเฉดหนึ่งของสีแดง โรงเรียนไม่ควรคาดหวังให้ผู้ปกครองต้องไปซื้อสีไม้ชุดพรีเมียมที่มี 24 หรือ 48 สี เพียงเพื่อให้ได้เฉดสีแดงสดตามความชอบส่วนตัวของครู
โดยเธอหวังว่าเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก และอยากให้โรงเรียนประเมินนักเรียนอย่างยุติธรรมจากความเข้าใจในเนื้อหาบทเรียน มากกว่าจะมาจับผิดเรื่องความต่างเพียงเล็กน้อยของเฉดสีไม้
บทสรุปดราม่าเฉดสีการบ้านเด็ก
หลังจากเรื่องราวนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นเห็นด้วยกับฝั่งคุณแม่ โดยมองว่าระบบการศึกษาควรเน้นพัฒนาทักษะและความเข้าใจทางกลไกวิทยาศาสตร์ของเด็กมากกว่าการตีกรอบที่ตึงเครียดจนเกินไป ซึ่งในตอนท้ายคุณครูได้ยินยอมที่จะแก้ไขคะแนนให้ โดยแจ้งให้ผู้ปกครองนำสมุดแบบฝึกหัดเล่มดังกล่าวกลับมาให้ครูเซ็นแก้ไขใหม่อีกครั้งในวันศุกร์
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
