เคล็ดลับจัดการ "หม้อไหม้เกรียม" วิธีขจัดคราบง่ายๆ และเห็นผลจริง กลับมาวิ้งค์เหมือนเดิม!

วิธีจัดการหม้อสแตนเลสไหม้เกรียมแบบง่ายๆ แต่ได้ผลชะงัด ไอเทมคู่ครัวกลับมาวิ้งค์เหมือนใหม่
หม้อสแตนเลสไหม้เกรียมหรือเกิดคราบดำคราบเหลือง เป็นสถานการณ์ที่พบเจอได้บ่อยครั้งในระหว่างการประกอบอาหาร สแตนเลส (Inox) เป็นวัสดุที่นิยมนำมาใช้ทำหม้อและกระทะอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีความทนทานสูง ทนความร้อนได้ดี และเกิดสนิมได้ยาก ทว่าในระหว่างการใช้งาน หม้อสแตนเลสก็ยังสามารถเกิดรอยไหม้สีดำหรือสีเหลืองที่ก้นหม้อได้จากหลายสาเหตุ
คราบไหม้เหล่านี้หากปล่อยทิ้งไว้นานวันจะยิ่งฝังแน่นติดหนึบกับพื้นผิวสแตนเลส ทำให้สูญเสียความสวยงามและล้างทำความสะอาดได้ยากขึ้น เมื่อตรวจพบว่าหม้อเกิดรอยไหม้เกรียม ข้อห้ามเด็ดขาดคือห้ามใช้มีด วัตถุโลหะแหลมคม หรือแผ่นขัดที่แข็งเกินไปมาขูดคราบไหม้ เพื่อป้องกันไม่ให้พื้นผิวสแตนเลสเกิดรอยขีดข่วนและลดความเงางามลง ทางที่ดีควรอ้างอิงวิธีทำให้คราบไหม้อ่อนตัวลงก่อนการล้างดังต่อไปนี้
1. วิธีจัดการหม้อสแตนเลสไหม้ด้วยน้ำร้อน
นี่คือกรรมวิธีที่เรียบง่ายที่สุดและมีความเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งสำหรับบาดแผลรอยไหม้ที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ๆ ในห้องครัว
วิธีทำ: ให้เทน้ำสะอาดลงไปในหม้อโดยกะปริมาณให้น้ำท่วมบริเวณพื้นที่ที่เกิดรอยไหม้เกรียม จากนั้นจุดไฟต้มน้ำให้เดือดพล่านเป็นเวลาประมาณ 10–15 นาที เสร็จแล้วให้ทำการปิดเตาแก๊สและปล่อยแช่ทิ้งไว้อีกประมาณสองสามนาที ปิดท้ายด้วยการใช้ทัพพีไม้หรือฟองน้ำล้างจานชนิดนุ่มมาขัดถูออกเบาๆ อุณหภูมิที่สูงของน้ำจะช่วยปรับสภาพให้คราบอาหารที่ไหม้เกรียมก้นหม้ออ่อนตัวลง ทำให้การล้างทำความสะอาดกลายเป็นเรื่องง่าย
2. ล้างทำความสะอาดด้วยผงเบกกิ้งโซดา (Baking Soda)
เบกกิ้งโซดาหรือโซเดียมบิการ์บอเนต ถือเป็นวัตถุดิบที่คุ้นเคยกันดีในการนำมาใช้ล้างทำความสะอาดเครื่องครัวแปรรูปต่างๆ
วิธีทำ: ใส่ผงเบกกิ้งโซดาลงไปในหม้อประมาณ 2–3 ช้อนโต๊ะ จากนั้นเทน้ำสะอาดให้ท่วมบริเวณพื้นที่รอยไหม้ นำไปต้มให้เดือดเป็นเวลา 10 นาที เมื่อครบเวลาแล้วให้ยกตั้งทิ้งไว้รอจนเริ่มเย็นตัวลง แล้วจึงใช้แผ่นฟองน้ำล้างจานแบบนุ่มเช็ดทำความสะอาด คลื่นความเป็นด่างอ่อนๆ ของเบกกิ้งโซดาจะช่วยทำให้คราบฝังแน่นหลุดลอกออกมาได้ง่ายโดยไม่ทำอันตรายต่อผิวสแตนเลส
3. การใช้น้ำส้มสายชูขาวขจัดรอยไหม้
น้ำส้มสายชูขาวอุดมไปด้วยกรดอะซิติก (Acetic acid) ตามธรรมชาติ ซึ่งมีขีดความสามารถในการช่วยละลายคราบสกปรกและรอยไหม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง
วิธีทำ: ให้เทน้ำส้มสายชูขาวลงไปในหม้อโดยใช้สัดส่วน น้ำส้มสายชู 1 ส่วน ต่อน้ำสะอาด 3 ส่วน จากนั้นต้มส่วนผสมทั้งหมดให้เดือดเป็นเวลาประมาณ 10 นาที เสร็จแล้วตั้งทิ้งไว้ให้เย็นลงแล้วใช้ผ้าเนื้อนุ่มเช็ดทำความสะอาด นอกเหนือไปจากการกำจัดรอยไหม้เกรียมให้หมดไปแล้ว น้ำส้มสายชูยังช่วยขจัดกลิ่นคาวหรือกลิ่นอาหารที่ยังคงตกค้างอยู่ภายในหม้อได้อีกด้วย
4. สูตรผสมผสานระหว่างน้ำส้มสายชูและเบกกิ้งโซดา
สำหรับรอยไหม้เกรียมที่ถูกปล่อยทิ้งไว้นานวันจนกลายเป็นคราบฝังลึกข้ามปี วิธีการผสานพลังร่วมกันระหว่างน้ำส้มสายชูและเบกกิ้งโซดามักจะให้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมและมีประสิทธิภาพที่สูงกว่า
วิธีทำ: เทน้ำสะอาดและน้ำส้มสายชูลงไปในหม้อ นำไปต้มให้เดือดเป็นเวลาประมาณ 5 นาที จากนั้นทำการปิดเตาไฟ แล้วจึงใส่ผงเบกกิ้งโซดาลงไป 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นปล่อยให้เกิดปฏิกิริยาเคมีจนเกิดฟองฟู่ขึ้นมา แช่ส่วนผสมนั้นทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วจึงใช้ฟองน้ำนุ่มๆ ขัดถูทำความสะอาด ปฏิกิริยาระหว่างน้ำส้มสายชูและเบกกิ้งโซดาจะช่วยสลายและทำให้ชั้นคราบไหม้ที่เกาะแน่นหลุดออกอย่างง่ายดาย
5. ใช้มะนาวสดขจัดคราบหม้อสแตนเลส
มะนาวอุดมไปด้วยกรดซิตริก (Citric acid) ตามธรรมชาติ ซึ่งมีฤทธิ์ในการช่วยล้างทำความสะอาดและขจัดกลิ่นอับได้อย่างยอดเยี่ยม
วิธีทำ: นำมะนาวสด 2–3 ลูกมาหั่นเป็นแว่นๆ แผ่นบางๆ จากนั้นใส่ลงไปในหม้อพร้อมเติมน้ำสะอาดลงไป นำไปต้มให้เดือดเป็นเวลาประมาณ 15 นาที เสร็จแล้วตั้งทิ้งไว้ให้เย็นตัวลงแล้วจึงนำไปล้างทำความสะอาดตามขั้นตอนปกติ นอกเหนือจากความสามารถในการล้างคราบไหม้แล้ว กรดจากมะนาวยังช่วยขับเน้นให้ผิวหม้อสแตนเลสกลับมาส่องแสงเงางามวับวาบขึ้นหลังการล้างอีกด้วย
เผยทริคการกู้คืนความเงางามและเคล็ดลับป้องกันหม้อไหม้
หลังจากที่กำจัดรอยไหม้เกรียมออกไปจนหมดสิ้นแล้ว คุณสามารถช่วยเพิ่มความเงางามให้หม้อสแตนเลสได้ด้วยเคล็ดลับง่ายๆ ดังนี้
ใช้ผ้าเนื้อนุ่มชุบน้ำส้มสายชูขาวบางๆ มาเช็ดให้ทั่วตัวหม้อ หรือใช้ซับน้ำมันพืชสองสามหยดมาทาเคลือบเบาๆ ที่พื้นผิวด้านนอกของหม้อ และต้องเช็ดหม้อให้แห้งสนิททุกครั้งก่อนนำไปจัดเก็บเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้หม้อสัมผัสกับสภาพแวดล้อมที่อับชื้นเป็นเวลานาน
นอกจากนี้ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ต้องเสียเวลามาล้างหม้อบ่อยๆ ในระหว่างการทำอาหารผู้ใช้งานควรคำนึงถึง: การปรับระดับอุณหภูมิไฟให้เหมาะสม ไม่ควรเปิดไฟแรงจัดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมนูประเภทเคี่ยว ตุ๋น หรืออาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาลสูง, ควรหมั่นคนอาหารบ่อยๆ ในเมนูประเภทโจ๊ก ซุป หรือน้ำซอส เพื่อป้องกันไม่ให้อาหารนอนก้น, ห้ามปล่อยให้หม้อแห้งขอดน้ำ และควร รีบล้างทำความสะอาดทันทีหลังใช้งานเสร็จ เพื่อป้องกันไม่ให้คราบอาหารฝังแน่นจนแก้ยากในอนาคต
- เชฟมาเอง! หุงข้าวให้เม็ดสวยร่วน ไม่เหนียวติดหม้อ แค่เติม "สิ่งนี้" หอมอร่อยขึ้น 10 เท่า
- การเท "น้ำส้มสายชู" ลงในชักโครก ปล่อยทิ้งไว้ข้ามคืน เช้ามาจะมีผลอย่างไร?
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี