ซีอีโอร้อยล้านป่วยทรมาน 20 ปี หมอผ่าเจอ "นิ่วสีดำ" 18 เม็ด เหตุจากนิสัยการกิน
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
หวิดสิ้นชื่อ! ซีอีโอร้อยล้านป่วยทรมาน 20 ปี หมอผ่าตัดเจอ "นิ่วในถุงน้ำดี" 18 เม็ด ลั่นเงินเยอะก็ไร้ความหมาย
กลายเป็นอุทาหรณ์เตือนใจคนทำงานหนักและละเลยสุขภาพ เมื่อ "ไช่ ไจ้หลง"หรือที่รู้จักในชื่อ "เสี่ยวไช่" เจ้าของห้างสรรพสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ชื่อดังในเมืองไทจงของไต้หวัน ที่มียอดขายเกิน 100 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน ได้ออกมาโพสต์แชร์ประสบการณ์ส่วนตัวผ่านแพลตฟอร์ม Threads หลังจากต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วนเนื่องจากอาการปวดท้องรุนแรง จนพบก้อนนิ่วสีดำขลับแวววาวถึง 18 เม็ดซ่อนอยู่ในร่างกาย
ทรมานมานาน 20 ปี ตรวจส่องกล้องกระเพาะไม่เจออะไร สุดท้ายความแตกหลังกินหม่าล่า
เสี่ยวไช่เปิดเผยว่า ตนเองต้องเผชิญกับอาการปวดท้องและท้องอืดอย่างรุนแรงมานานกว่า 20 ปี ที่ผ่านมาเคยยอมควักเงินส่วนตัวหลายหมื่นดอลลาร์ไต้หวันเพื่อทำทั้งการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร และการกลืนแคปซูลอัจฉริยะ เพื่อหาสาเหตุ แต่ผลตรวจกลับระบุว่าทุกอย่างปกติดี
จนกระทั่งล่าสุด หลังจากที่เขาไปทาน "ชาบูหม่าล่า" เมนูโปรด เขากลับเกิดอาการปวดท้องส่วนบนอย่างรุนแรงจนแทบลงไปนอนดิ้นกับพื้น เมื่อไปพบแพทย์และเข้ารับการตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้อง จึงได้พบความจริงที่น่าตกใจว่า มีนิ่วขนาดใหญ่สีดำขลับจำนวนถึง 18 เม็ด อัดแน่นอยู่ภายในถุงน้ำดี ซึ่งเป็นสาเหตุที่แท้จริงของความทรมานตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา
"หาเงินมาได้มากแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ สุขภาพร่างกายต่างหากคือสิ่งสำคัญที่สุด" เสี่ยวไช่กล่าวเตือนใจชาวเน็ต
เขายอมรับว่า ตั้งแต่สมัยวัยรุ่นตนเองมีพฤติกรรม "ไม่ชอบกินอาหารเช้า" พอเริ่มทำธุรกิจก็ทำงานยุ่งจนกินอาหารไม่เป็นเวลา แถมยังติดนิสัยดื่มชานมไข่มุกและเครื่องดื่มชงแทบไม่ห่างมือ รวมถึงชอบกินของทอดและชาบูหม่าล่ามื้อใหญ่เป็นประจำ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ล้วนเป็นตัวเร่งให้เกิดโรคร้ายโดยไม่รู้ตัว
iStockphoto
หมอชี้พฤติกรรม "ปล่อยท้องว่างสลับกินแหลก" ตัวการทำถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลัน
นพ.ไช่ จินหง ผู้อำนวยการศูนย์ศัลยกรรมและการผ่าตัดส่องกล้อง โรงพยาบาลไทจง อธิบายว่า นิ่วในถุงน้ำดีมักเกิดจากการปล่อยให้ท้องว่างเป็นเวลานาน หรือการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงมากๆ โดยทั่วไปหากไม่มีอาการก็เพียงแค่ติดตามผลด้วยการอัลตราซาวนด์เป็นประจำ แต่หากนิ่วไปอุดตันที่ท่อนำน้ำดี อาจก่อให้เกิดอาการปวดรุนแรง เป็นไข้ หรือตัวเหลืองตาเหลือง (ดีซ่าน) ซึ่งต้องรีบมาพบแพทย์ทันที
ทางด้าน นพ.อู๋ หมิงจุ้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารและตับ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เมื่อคนเราปล่อยให้ท้องว่างนานเกินไป ถุงน้ำดีจะไม่ถูกกระตุ้นให้บีบตัว ส่งผลให้น้ำดีคั่งค้างจนตกผลึกเป็นกรดน้ำดี และเมื่อเรากลับมา "กินจัดหนักกินแหลกในมื้อเดียว" เช่น ชาบูหม่าล่า ถุงน้ำดีจะถูกบีบให้หดตัวอย่างรุนแรงเพื่อขับน้ำดีออกมาทันที พฤติกรรมสุดโต่งแบบนี้จึงเพิ่มโอกาสในการเกิดถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลันได้ง่ายมาก
กินยาโรคกระเพาะแล้วไม่หาย... สัญญาณเตือนที่ต้องรีบ "อัลตราซาวนด์ช่องท้อง"
คุณหมออู๋ยังเตือนอีกว่า อาการปวดท้องจากถุงน้ำดีอักเสบมีความคล้ายคลึงกับโรคกระเพาะอาหาร โรคแผลในลำไส้เล็กส่วนต้น หรือตับอ่อนอักเสบมาก จนบางครั้งในทางการแพทย์ก็แยกแยะได้ยาก
ดังนั้นหากใครที่มีอาการแน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อบ่อยครั้งหลังรับประทานอาหาร แม้จะเคยไปส่องกล้องกระเพาะอาหารแล้วผลออกมาปกติ หรือลองกินยาโรคกระเพาะแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น นี่คือสัญญาณเตือนภัยขั้นรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อขอรับการตรวจ "อัลตราซาวนด์ช่องท้องบน" ร่วมกับการตรวจเลือดเช็กฟังก์ชันการทำงานของตับ เพื่อที่จะได้คัดกรองและรักษาโรคถุงน้ำดีอักเสบได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี