เคล็ดลับเซฟค่าไฟ! กูรูแนะใช้ "แบงก์" หนีบประตูตู้เย็นทิ้งไว้ รู้ผลภายใน 1 นาที

เคล็ดลับเซฟค่าไฟ! กูรูแนะใช้ "แบงก์" หนีบประตูตู้เย็นทิ้งไว้ รู้ผลภายใน 1 นาที

เคล็ดลับเซฟค่าไฟ! กูรูแนะใช้ "แบงก์" หนีบประตูตู้เย็นทิ้งไว้ รู้ผลภายใน 1 นาที
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เคล็ดลับประหยัดค่าไฟ! ผู้เชี่ยวชาญแนะแง้มตู้เย็นใส่ "ธนบัตร" ทิ้งไว้ 1 นาที ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้อื้อ

ท่ามกลางวิกฤตค่าครองชีพที่ยังคงสูงลิ่ว การมองหาเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ในบ้านเพื่อประหยัดเงินจึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้

ล่าสุด ผู้เชี่ยวชาญได้ออกมาเผยเคล็ดลับสุดแปลกแต่ได้ผลจริง เพียงแค่ใช้ "ธนบัตรใบเดียว" สอดไว้ที่ประตูตู้เย็นเป็นเวลา 1 นาที ก็สามารถช่วยตรวจสอบประสิทธิภาพของเครื่องใช้ไฟฟ้า และป้องกันไม่ให้คุณต้องจ่ายค่าไฟแพงเกินจริงได้

ขอบยางเสื่อมสภาพ ตัวการเงียบทำตู้เย็นกินไฟเพิ่มขึ้น 25%

กาย แชปแมน ผู้เชี่ยวชาญด้านขอบยางซิลิโคนจากสถาบัน United Silicones เปิดเผยว่า คนส่วนใหญ่มักจะโฟกัสไปที่ตัวเครื่องหรือระบบทำความเย็นของตู้เย็น และน้อยคนนักที่จะหันมาใส่ใจ "ขอบยาง" ที่อยู่รอบๆ ประตูตู้เย็น ทั้งที่วัสดุเส้นเล็กๆ นี้ทำหน้าที่สำคัญมากในการกักเก็บความเย็นไว้ภายในตัวเครื่อง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูร้อนที่อุณหภูมิในห้องครัวสูงขึ้น ตู้เย็นจะต้องทำงานหนักขึ้นเป็นพิเศษเพื่อระบายความร้อนออกจากตู้ หากขอบยางประตูตู้เย็นชำรุด ฉีกขาด หรือเสื่อมสภาพ จะทำให้อากาศเย็นรั่วไหลออกด้านนอก และเปิดทางให้อากาศร้อนภายนอกแทรกซึมเข้าไป

ส่งผลให้ตู้เย็นต้องทำงานหนักตลอดเวลาเพื่อรักษาความเย็น ซึ่งผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ขอบยางที่เสื่อมสภาพนี้อาจ "เพิ่มการใช้พลังงานและค่าไฟสูงขึ้นถึง 25%" แถมยังส่งผลให้กระบวนการถนอมอาหารลดประสิทธิภาพลงจนอาหารบูดเสียได้ง่ายอีกด้วย

iStockphoto

วิธีทดสอบด้วย "ธนบัตร" ในเวลา 60 วินาที

เพื่อตรวจสอบว่าขอบยางตู้เย็นของคุณยังใช้งานได้ดีอยู่หรือไม่ แชปแมนได้แนะนำให้ทำการทดสอบง่ายๆ ที่เรียกว่า "Banknote Test" ซึ่งใช้เวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น โดยมีขั้นตอนดังนี้

1. เปิดประตูตู้เย็น แล้วนำธนบัตร (แบงก์อะไรก็ได้) มาหนีบไว้ที่ขอบประตู โดยให้เหลือพื้นที่ส่วนปลายโผล่ออกมาด้านนอกเล็กน้อยเพื่อให้จับถนัดมือ

2. ปิดประตูตู้เย็นให้สนิทตามปกติ

3. ลองใช้มือดึงธนบัตรใบนั้นออกมาช้าๆ อย่างเบามือ

  • วิธีอ่านผลทดสอบ: หากคุณออกแรงดึงแล้วรู้สึกว่ามีแรงต้านหรือธนบัตรติดแน่น แสดงว่าขอบยางยังทำหน้าที่ได้ดีและปิดสนิท แต่ถ้าธนบัตร "หลุดเลื่อนออกมาได้อย่างง่ายดายโดยไม่มีแรงต้านทานเลย" นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่าขอบยางบริเวณนั้นเริ่มเสื่อมสภาพและไม่แนบสนิทกับตัวตู้เย็นแล้ว

iStockphoto

แนะเช็กให้รอบประตู เพราะความเสื่อมสภาพมักเกิดขึ้นไม่เท่ากัน

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำเพิ่มเติมว่า ควรย้ายตำแหน่งและทำแบบทดสอบนี้ไล่ไปตามจุดต่างๆ รอบประตูตู้เย็น เพราะโดยปกติแล้วความเสียหายหรือความเสื่อมสภาพของขอบยางมักจะไม่เท่ากันในแต่ละจุด

"ความล้มเหลวของขอบยางไม่ได้เกิดขึ้นภายในข้ามคืน แต่วัสดุจะค่อยๆ สูญเสียความยืดหยุ่นไปตามกาลเวลา คุณอาจไม่ทันสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในแต่ละเดือน แต่หลังจากผ่านไปหลายปี ขอบยางเหล่านั้นอาจจะไม่สามารถสร้างเกราะป้องกันที่ปิดมิดชิดได้เหมือนเดิมอีกต่อไป" แชปแมนกล่าวทิ้งท้าย

ดังนั้นหากลองทดสอบแล้วพบว่าขอบยางเริ่มหลวมหรือเสื่อมสภาพ การเปลี่ยนขอบยางตู้เย็นใหม่จะช่วยให้ตู้เย็นกลับมาทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ถนอมอาหารได้ยาวนานขึ้น และช่วยเซฟเงินค่าไฟฟ้าในกระเป๋าไปได้อีกโข

  1. UNILAD
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล