5 มื้อเที่ยง "ทำร้ายไต" แพทย์เตือน อย่าคิดว่าแค่ตามสั่งธรรมดา เหมือนเอาไตไปแช่น้ำเกลือ!

คนทำงานต้องระวัง! แพทย์เตือน "5 เมนูมื้อเที่ยงทำร้ายไต" มี 1 เมนูอันตรายไม่ต่างจากเอาไตไปแช่น้ำเกลือเข้มข้น
"มื้อกลางวัน" มักเป็นมื้อที่คนวัยทำงานเร่งรีบและเลือกทานตามความสะดวก ทว่าการเลือกเมนูซ้ำ ๆ โดยไม่ระวังอาจเป็นการทำร้ายร่างกายโดยไม่รู้ตัว รายงานจากสื่อไต้หวัน TVBS ได้เผยเคสอุทาหรณ์ของโชเฟอร์แท็กซี่วัย 55 ปีรายหนึ่งที่มีพฤติกรรมชอบทาน "ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ้น" เป็นมื้อเที่ยงอย่างน้อย 3-5 วันต่อสัปดาห์ ต่อมาเกิดอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออกคล้ายมีหินก้อนใหญ่ทับอกอย่างรุนแรงจนต้องหามส่งห้องฉุกเฉิน แพทย์พบความดันโลหิตพุ่งสูงถึง 190/110 mmHg และมีภาวะน้ำท่วมปอดรุนแรงทั้งสองข้างจนเกือบต้องเจาะคอใส่ท่อช่วยหายใจ
นพ.หงหย่งเสียง (Dr. Hung Yung-hsiang) ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไตชื่อดังที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี ชี้ว่าความเสียหายของไตไม่ได้เกิดจากอาหารเพียงมื้อเดียว แต่เป็นผลลัพธ์จากการสะสมพฤติกรรมการกินมื้อเที่ยงยอดฮิตที่ทำร้ายไตมานานหลายสิบปี และนี่คือ 5 เมนูมื้อเที่ยงอันตรายที่ทำให้ไตต้องทำงานหนักเกินพิกัดในทุก ๆ วัน
เจาะลึก 5 เมนูมื้อเที่ยงยอดฮิต ยิ่งกินบ่อย ไตยิ่งเสื่อมเร็ว
1. ข้าวหน้าเป็ดย่าง หมูกรอบ หมูแดง
เมนูจานด่วนยอดนิยมที่ประกอบไปด้วยเนื้อสัตว์ติดมันและหนังกรอบ จุดที่น่ากังวลที่สุดไม่ใช่แค่ตัวเนื้อสัตว์ แต่คือ "น้ำราดซอสรสเค็มหวาน" และ "น้ำมันเจียว" ที่ราดลงบนข้าวสวย ปริมาณโซเดียมรวมในกล่องสามารถพุ่งสูงเกิน 2,500 มิลลิกรัม ซึ่งเกินปริมาณโซเดียมที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน (ไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัม) ไปแล้วตั้งแต่แต่งมื้อเที่ยง
2. ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น / ข้าวซอยน้ำข้น
น้ำซุปก๋วยเตี๋ยวสายตุ๋นเกิดจากการเคี่ยวซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ เต้าเจี้ยว และเกลือเป็นเวลานานจนเข้มข้น การซดน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวเหล่านี้จนหมดชามจะทำให้ร่างกายได้รับโซเดียมสูงถึง 4,000-5,000 มิลลิกรัม หรือคิดเป็น 2 เท่าของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน นำไปสู่อาการตัวบวม ขาบวม และความดันโลหิตพุ่งสูงกระทันหัน
3. เกี๊ยวต้ม เกี๊ยวซ่า และซาลาเปา
หลายคนเลือกทานเมนูประเภทนึ่งหรือต้มเพราะคิดว่าไร้น้ำมันและดีต่อสุขภาพ แต่ในความเป็นจริง สูตรลับที่ทำให้ไส้เกี๊ยวหรือซาลาเปามีความฉ่ำวาวนุ่มลิ้น คือการนำเนื้อสัตว์ส่วนที่ติดมันค่อนข้างหนามาบดผสมกับเกลือและผงชูรสในปริมาณมาก เกี๊ยวเพียง 10 ตัวสามารถให้พลังงานสูงเกิน 1,000 แคลอรี และมีโซเดียมซ่อนอยู่สูงมาก
4. ข้าวกล่องไก่ทอด / ข้าวหมูทอดชิ้นโต
ข้าวกล่องสำเร็จรูปตามร้านสะดวกซื้อที่โปะหน้าด้วยไก่ทอดหรือหมูทอดชิ้นใหญ่ มักมีปริมาณโปรตีนสูงเกิน 30-40 กรัม ซึ่งมากเกินความต้องการต่อมื้อของผู้ป่วยโรคไต การกินโปรตีนล้นเกินเป็นเวลานานจะบีบให้ไตต้องทำงานหนักเพื่อกรองของเสีย ประกอบกับการทอดด้วยน้ำมันอุณหภูมิสูงยังก่อให้เกิดสารอักเสบที่ทำให้หลอดเลือดไตแข็งตัวเร็วขึ้น
5. ราเมนญี่ปุ่นน้ำซุปเข้มข้น (เมนูแช่แข็งไต)
ดร.หงหย่งเสียง เปรียบเปรยว่า น้ำซุปทงคัตสึสีขาวขุ่นที่เคี่ยวจากกระดูกหมูจนแตกมัน แม้จะมีรสชาติอร่อยกลมกล่อม แต่เต็มไปด้วยไอออนของโซเดียม ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมเข้มข้นขั้นสุด การซดน้ำซุปราเมนจนเกลี้ยงชามเปรียบเสมือน "การเอาไตไปนอนแช่ในน้ำเกลือเข้มข้น" ตลอดทั้งวัน ซึ่งส่งผลร้ายแรงต่อความดันและเนื้อเยื่อไตโดยตรง
ปรับพฤติกรรมทีละนิด: ทริกเซฟไตแบบทำง่ายในชีวิตประจำวัน
ทางอายุรแพทย์โรคหัวใจและโรคไตเน้นย้ำว่า การดูแลไตไม่จำเป็นต้องหักดิบเลิกกินของอร่อยเหล่านี้ไปเลยในทันที แต่สามารถเริ่มต้นปกป้องไตได้ตั้งแต่มื้อเที่ยงวันพรุ่งนี้ ด้วยการปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น "การลดการซดน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวลงครึ่งหนึ่ง" หรือ "สั่งแยกน้ำราดข้าวหมูกรอบเพื่อตักราดเพียงเล็กน้อย" รวมถึงการเลือกทานอาหารให้หลากหลายไม่ซ้ำซาก และหมั่นดื่มน้ำสะอาดบ่อย ๆ ระหว่างวันเพื่อช่วยไตเจือจางโซเดียม
- อุทาหรณ์ ไรเดอร์วัย 39 ไม่ดื่มเหล้าแต่ "ตับพังยับ" หมอชี้เป้า 3 เมนูมื้อเที่ยง ที่กินบ่อยมาก!
- แผนลึกมาก! ข้าวกล่องลูกหายทุกวัน แม่สุดทน "วางกับดัก" จับขโมย กินไปดิ้นไม่หลุดแน่!!

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

