ทริคลับ! แค่เทสิ่งนี้ลงไป "ล้างคาวปลา" ดับกลิ่นสนิท-เนื้อเด้งหอมฟุ้ง เมนูไหนก็อร่อยชื่นใจ

ทริคลับ! แค่เทสิ่งนี้ลงไป "ล้างคาวปลา" ดับกลิ่นสนิท-เนื้อเด้งหอมฟุ้ง เมนูไหนก็อร่อยชื่นใจ

ทริคลับ! แค่เทสิ่งนี้ลงไป "ล้างคาวปลา" ดับกลิ่นสนิท-เนื้อเด้งหอมฟุ้ง เมนูไหนก็อร่อยชื่นใจ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ทริคลับก้นครัว! โยนสิ่งนี้ลงไป "ล้างคาวปลา" ดับกลิ่นคาวสนิท เนื้อเด้งหอมฟุ้ง อร่อยจนกินคำแรกชื่นใจ

"ปลา" เป็นวัตถุดิบอาหารที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการสูงและรสชาติอร่อยมาก แต่ปัญหาใหญ่ที่เป็นฝันร้ายของคนเข้าครัวทำอาหารกินเองคือ "กลิ่นคาวเฉพาะตัว" ของปลา ซึ่งถ้าเราไม่มีทริคในการจัดการที่ดี กลิ่นคาวนี้อาจจะเข้าไปทำลายรสชาติของอาหารจานโปรดจนเสียของได้

วันนี้เรามีเคล็ดลับง่าย ๆ จากวัตถุดิบก้นครัวที่หาได้ในบ้าน มาช่วยดับกลิ่นคาวปลาให้สะอาดหมดจด เพื่อให้เมนูจานปลาของคุณหอมอร่อย เนื้อเนียนเด้ง ชวนรับประทานตั้งแต่คำแรก

1. ขั้นตอนสลัดคาว: ล้างปลาให้ถูกวิธี ตัดโอกาสกลิ่นคาวตั้งแต่วินาทีแรก

ก่อนจะไปพึ่งพิงสารดับกลิ่น สิ่งสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการทำอาหารไปแล้วกว่าครึ่งคือ "การขูดล้างทำความสะอาด" อย่างถูกจุด โดยเฉพาะ "แผ่นพังผืดสีดำ" ที่ติดอยู่ภายในช่องท้องของปลา จุดนี้คือแหล่งสะสมความคาวและความขมที่ต้องใช้ช้อนหรือมีดขูดออกให้ขาวสะอาด

นอกจากนี้ การตัดแต่งครีบและเหงือกออกให้เรียบร้อย รวมถึงการหาเส้นเอ็นคาวสีขาวที่ทอดตัวยาวขนานกับแนวสลับกระดูกสันหลังของปลา (มักพบในปลาช่อนหรือปลาคาร์ป) โดยการกรีดมีดใกล้เหงือกแล้วดึงเส้นเอ็นนี้ออกเบา ๆ จะช่วยลดกลิ่นคาวข้นสายเลือดลงได้อย่างมหาศาล

2. มัดรวม 4 ไอเทมก้นครัว ดับคาวปลาได้เนียนกริบ

  • น้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชู : ผสมน้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูลงในน้ำสะอาดเล็กน้อย นำเนื้อปลาลงไปแกว่งล้างประมาณ 3-5 นาที กรดธรรมชาติจะช่วยเปลี่ยนโครงสร้างสารคาวให้จางหายไปอย่างรวดเร็ว

  • น้ำเกลือหรือน้ำซาวข้าว : ละลายเกลือเม็ดขัดถูบนผิวปลาเพื่อล้างเมือกเหนียว หรือนำไปแช่ในน้ำซาวข้าวที่เหลือจากการหุงข้าวทิ้งไว้ 15 นาที กลิ่นคาวจะอันตรธานหายไปทันที

  • เหล้าจีนและขิงแก่ : ตำขิงแก่ให้พอแหลกผสมกับเหล้าสำหรับทำอาหาร นำมาทาชะโลมให้ทั่วตัวปลาทิ้งไว้ 5 นาที ทริคนี้ไม่เพียงแต่ดับคาว แต่ยังช่วยให้เนื้อปลาเวลานำไปต้มหรือนึ่งมีความแน่นและหอมละมุนขึ้น

  • นมสดรสจืด : เคล็ดลับยอดฮิตของเชฟตะวันตก เหมาะมากสำหรับเนื้อปลาแล่บาง เช่น ปลาแซลมอน แค่เทนมสดรสจืดให้ท่วมเนื้อปลาทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วใช้กระดาษทิชชูซับให้แห้งโดยไม่ต้องล้างน้ำ โปรตีนในนมจะช่วยดูดกลิ่นคาวออกไปหมดสิ้น

3. กฎเหล็กระหว่างปรุง: "น้ำต้องเดือดพล่าน" ถึงจะหย่อนปลาลงไปได้

เคล็ดลับสุดท้ายในระหว่างการตั้งเตาทำเมนูต้มยำหรือแกงส้ม คือ ห้ามใส่เนื้อปลาลงไปในหม้อตอนที่น้ำยังเย็นหรือยังเดือดไม่จัดเด็ดขาด เพราะความร้อนที่ไม่ถึงขั้นจะทำให้เลือดและไขมันของปลาละลายผสมกับน้ำแกง ส่งผลให้น้ำซุปมีกลิ่นคาวคละคลุ้งจนแก้ไม่ได้

ทางที่ดีควรรอให้น้ำเดือดพล่านจนเป็นฟองฟู่ แล้วจึงใส่เนื้อปลาลงไป จากนั้นห้ามคนหม้อโดยเด็ดขาดจนกว่าเนื้อปลาจะสุกดี พร้อมอัดเครื่องเทศรสจัด เช่น หอมแดง กระเทียม พริก ข่า ตะไคร้ และใบมะกรูดลงไปขยี้ซ้ำ รวมถึงการใช้รสเปรี้ยวจากมะขามเปียกหรือมะเขือเทศ ก็จะช่วยตัดรสชาติและดับคาวปลาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล