หมอเตือน "ผลไม้ปราบเซียน" คนที่ไตปกติกินเกิน 4 ลูก ยังเสี่ยงไตวายเฉียบพลัน
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
คนแข็งแรงยังไตวาย! หมอเตือน "ผลไม้ปราบเซียน" กินทีเดียว 4 ลูกเสี่ยงเฉียบพลัน ใครไตไม่ดีแค่เสี้ยวเดียวอาจถึงชีวิต
แม้ว่าผลไม้ส่วนใหญ่จะมีประโยชน์ต่อร่างกายและอุดมไปด้วยวิตามินนานาชนิด แต่สำหรับผลไม้บางประเภทกลับเปรียบเสมือน "ยาพิษ" ที่ซ่อนเร้นอันตรายไว้อย่างคาดไม่ถึง
ล่าสุด เว็บไซต์ HK01 รายการณ์คำเตือนจาก นพ.หลิน ซวนเหริน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไตจากไต้หวัน ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับผลไม้ยอดฮิตที่มีรสชาติหวานฉ่ำชื่นใจอย่าง "มะเฟือง" ว่ามีสารพิษเฉพาะตัวที่สามารถทำลายระบบไตและระบบประสาทส่วนกลางได้อย่างรุนแรง หากบริโภคไม่ถูกวิธี หรือบริโภคในปริมาณที่มากเกินไป
เผยโฉมสารพิษลับในมะเฟือง "คาร์แอมโบซิน" และ "กรดออกซาลิก"
มะเฟืองเป็นผลไม้เขตร้อนที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีแคลอรีต่ำ อุดมไปด้วยวิตามินเอ, ซี, บีรวม รวมถึงแร่ธาตุสำคัญอย่างโพแทสเซียมและแมกนีเซียม แต่ในความมีประโยชน์นั้นกลับแฝงไปด้วยวิกฤตสารพิษ โดยย้อนกลับไปในปี 1998 ประเทศบราซิลได้รายงานพบผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังมีอาการชักรุนแรงหลังจากรับประทานมะเฟือง ทำให้นักวิทยาศาสตร์เริ่มตื่นตัวและวิจัยอย่างจริงจัง
จนกระทั่งในปี 2013 ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเซาเปาโล สามารถแยกสารพิษชนิดหนึ่งออกจากมะเฟืองได้สำเร็จ โดยตั้งชื่อว่า "คาร์แอมโบซิน" สารตัวนี้มีฤทธิ์ยับยั้งสารสื่อประสาทและกระตุ้นสมองให้ทำงานไวเกินไป จนทำลายความสมดุลของระบบประสาทส่วนกลาง
นอกจากนี้ มะเฟืองยังอุดมไปด้วย "กรดออกซาลิก" ในปริมาณสูงมาก ซึ่งกรดนี้จะจับตัวกับแคลเซียมกลายเป็นผลึกออกซาเลต์เข้าไปตกตะกอนในท่อไต ก่อให้เกิดการอักเสบและอุดตันของระบบกรองของเสีย
iStockphoto
คนปกติกินเกิน 4 ลูกเสี่ยงไตวาย — ผู้ป่วยไตเรื้อรังแค่ 1/4 ซีกก็เป็นพิษ
ในภาวะที่ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ไตของคนปกติจะสามารถกรองและขับสารคาร์แอมโบซินออกทางปัสสาวะได้อย่างไม่มีปัญหา แต่คุณหมอหลินได้เตือนสถิติที่น่ากลัวว่า "ต่อให้เป็นคนที่ไตปกติ หากกินมะเฟืองสดเกิน 4 ลูกในครั้งเดียว ก็มีโอกาสขับสารออกซาเลต์ไม่ทันจนกระตุ้นให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลันได้"
ที่น่าห่วงที่สุดคือกลุ่มผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง โดยเฉพาะตั้งแต่ระยะที่ 3 เป็นต้นไป ซึ่งประสิทธิภาพในการกรองของเสียลดลงอย่างมาก ร่างกายจะไม่สามารถขับสารพิษนี้ออกได้เลย สารพิษจะสะสมในกระแสเลือดและพุ่งตรงไปทำลายระบบประสาท โดยการกินมะเฟืองเพียงแค่ 1/4 ลูก (หนึ่งเสี้ยวเล็กๆ) ก็เพียงพอที่จะทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษขั้นรุนแรงได้แล้ว
เช็กอาการเตือนเมื่อสารพิษสะสม และ 4 กลุ่มเสี่ยงที่ "ห้ามกินเด็ดขาด"
อาการเริ่มแรกของการเกิดพิษจากมะเฟืองที่พบได้บ่อยที่สุดและสังเกตได้ง่ายคือ "อาการสะอึกต่อเนื่องที่ควบคุมไม่ได้" หากปล่อยไว้จนสารพิษเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลาง จะเริ่มมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง แขนขาชา จิตใจสับสน กระวนกระวาย และหากเข้าสู่ขั้นรุนแรงจะเกิดอาการชักอย่างต่อเนื่อง ความดันโลหิตต่ำ หมดสติ ช็อก และนำไปสู่การเสียชีวิตในที่สุด
สมาคมโรคไตแห่งไต้หวันจึงได้ออกประกาศเตือนและสั่ง "ห้ามรับประทานมะเฟืองโดยเด็ดขาด" ในบุคคล 4 กลุ่มต่อไปนี้:
- ผู้ป่วยที่กำลังเข้ารับการฟอกไตหรือล้างไตทางหน้าท้อง
- ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังตั้งแต่ระยะที่ 3 ขึ้นไป
- ผู้ป่วยที่อยู่ในช่วงฟื้นตัวจากภาวะไตวายเฉียบพลัน
- ผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดตัดไตออกไปหนึ่งข้าง และยังพักฟื้นไม่ครบ 6 เดือน

คุณหมอหลินเน้นย้ำทิ้งท้ายว่า กว่า 23% ของผู้ป่วยที่เกิดภาวะพิษจากมะเฟือง มักเกิดขึ้นในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง ที่เข้าใจไปเองว่าไตของตนเองยัง "แข็งแรงดี" ทั้งที่ในความเป็นจริง ระบบไตอาจเริ่มเสื่อมสภาพในระยะแรกเริ่มแล้วโดยไม่มีอาการแสดงออก ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยหรือคนธรรมดาที่รักสุขภาพ ก็ไม่ควรรับประทานมะเฟืองในปริมาณที่มากเกินไปในคราวเดียว
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี