บลูเบอร์รี่สด vs บลูเบอร์รี่แช่แข็ง กินแบบไหนได้ประโยชน์มากกว่า? คำตอบอาจไม่เหมือนที่คิด

บลูเบอร์รี่สด vs บลูเบอร์รี่แช่แข็ง กินแบบไหนได้ประโยชน์มากกว่า? คำตอบอาจไม่เหมือนที่คิด

บลูเบอร์รี่สด vs บลูเบอร์รี่แช่แข็ง กินแบบไหนได้ประโยชน์มากกว่า? คำตอบอาจไม่เหมือนที่คิด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

บลูเบอร์รี่สด กับ บลูเบอร์รี่แช่แข็ง กินแบบไหนดีต่อสุขภาพมากกว่า?

บลูเบอร์รี่แช่แข็ง กลายเป็นวัตถุดิบยอดนิยมของสายสุขภาพ เพราะเก็บได้นาน ใช้ง่าย และนำไปทำเมนูได้หลากหลาย ทั้งโยเกิร์ต สมูทตี้ หรือของหวานแบบไม่เติมน้ำตาล แต่คำถามที่หลายคนสงสัยคือ เมื่อเทียบกับบลูเบอร์รี่สดแล้ว แบบแช่แข็งยังมีประโยชน์อยู่หรือไม่

ข้อมูลจาก Harvard T.H. Chan School of Public Health ระบุว่า เบอร์รี่เป็นผลไม้ที่อุดมด้วยวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และสารสำคัญจากพืช โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่าเบอร์รี่แช่แข็งสามารถให้ประโยชน์ต่อสุขภาพได้เช่นเดียวกับเบอร์รี่สด หากเลือกแบบไม่เติมน้ำตาลและรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม

ทำไมบลูเบอร์รี่ถึงถูกเรียกว่าเป็นผลไม้สายสุขภาพ

บลูเบอร์รี่เป็นผลไม้ขนาดเล็กที่มีสีม่วงน้ำเงินจากสารแอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นสารพฤกษเคมีในกลุ่มฟลาโวนอยด์ และเป็นหนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระที่ทำให้ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ถูกพูดถึงมากในวงการโภชนาการ

ข้อมูลจาก Mayo Clinic Health System ระบุว่า บลูเบอร์รี่ 1 ถ้วยให้พลังงานประมาณ 80 กิโลแคลอรี มีใยอาหารประมาณ 4 กรัม และให้วิตามินซีประมาณ 25% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน จึงเป็นผลไม้ที่ให้พลังงานไม่สูงเมื่อเทียบกับปริมาณที่กินได้ และเหมาะสำหรับใช้เป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารหรือของว่างที่ดีต่อสุขภาพ

บลูเบอร์รี่แช่แข็งกับบลูเบอร์รี่สด ต่างกันอย่างไร

หลายคนเข้าใจว่าผลไม้แช่แข็งต้องด้อยกว่าผลไม้สดเสมอ แต่ความจริงขึ้นอยู่กับวิธีเก็บรักษา ระยะเวลาหลังเก็บเกี่ยว และการแปรรูป หากบลูเบอร์รี่ถูกแช่แข็งอย่างรวดเร็วหลังเก็บเกี่ยว สารอาหารหลายชนิดยังคงอยู่ได้ดี

งานวิจัยที่เผยแพร่ใน Journal of Biomedicine and Biotechnology ศึกษาผลของการแช่แข็งและการทำแห้งต่อแอนโทไซยานินในบลูเบอร์รี่ พบว่าการแช่แข็งและการเก็บรักษามีผลต่อปริมาณสารสำคัญและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของผลไม้ แต่ไม่ได้หมายความว่าบลูเบอร์รี่แช่แข็งสูญเสียคุณค่าทั้งหมด ตรงกันข้าม หากเก็บอย่างเหมาะสมก็ยังเป็นทางเลือกที่มีคุณค่าทางโภชนาการ

แช่แข็งอาจช่วยให้ใช้สะดวก และลดการเสียทิ้ง

ข้อดีของบลูเบอร์รี่แช่แข็งคือซื้อเก็บไว้ได้นานกว่า ไม่ต้องกังวลว่าจะช้ำหรือขึ้นราง่ายเหมือนผลสด เหมาะกับคนที่ต้องการเพิ่มผลไม้ในมื้ออาหาร แต่ไม่ได้มีเวลาซื้อของสดบ่อย ๆ

นอกจากนี้ การแช่แข็งยังช่วยให้หยิบใช้ได้ตามปริมาณที่ต้องการ เช่น ใส่โยเกิร์ตตอนเช้า ปั่นสมูทตี้หลังออกกำลังกาย หรือเพิ่มรสหวานธรรมชาติให้เมนูของหวาน โดยไม่จำเป็นต้องเติมน้ำตาลเพิ่ม

ช่วยควบคุมน้ำหนักได้ไหม?

บลูเบอร์รี่ไม่ใช่อาหารวิเศษที่กินแล้วน้ำหนักลดทันที แต่สามารถช่วยให้การควบคุมอาหารทำได้ดีขึ้น หากใช้แทนขนมหวาน น้ำหวาน หรือของว่างที่มีน้ำตาลสูง เพราะบลูเบอร์รี่มีพลังงานไม่สูง มีน้ำมาก และมีใยอาหารที่ช่วยให้อิ่มขึ้น

จุดสำคัญคือวิธีกิน หากกินบลูเบอร์รี่กับโยเกิร์ตไม่เติมน้ำตาล นมจืด หรือถั่วในปริมาณพอดี จะเป็นของว่างที่มีประโยชน์กว่าเมนูหวานจัด แต่ถ้าเติมนมข้นหวาน น้ำผึ้ง น้ำเชื่อม หรือกราโนลาหวานมากเกินไป พลังงานรวมอาจสูงขึ้นจนไม่ช่วยเรื่องควบคุมน้ำหนัก

3 เมนูบลูเบอร์รี่แช่แข็ง กินง่ายและดีต่อสุขภาพ

หากอยากเริ่มใช้บลูเบอร์รี่แช่แข็งในชีวิตประจำวัน สามารถเลือกเมนูง่าย ๆ ที่ทำได้เร็ว และควรเน้นวัตถุดิบแบบไม่เติมน้ำตาลเป็นหลัก

  • โยเกิร์ตธรรมชาติ บลูเบอร์รี่แช่แข็ง และถั่ว: เลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาติไม่เติมน้ำตาล ใส่บลูเบอร์รี่แช่แข็ง และเพิ่มถั่วเล็กน้อย เช่น อัลมอนด์หรือวอลนัท เพื่อเพิ่มไขมันดีและช่วยให้อิ่มนานขึ้น

  • สมูทตี้บลูเบอร์รี่: ปั่นบลูเบอร์รี่แช่แข็งกับนมจืด นมถั่วเหลืองไม่หวาน หรือโยเกิร์ตรสธรรมชาติ จะได้เครื่องดื่มเย็นสดชื่นโดยไม่ต้องเติมน้ำตาล

  • พุดดิ้งเมล็ดเจียบลูเบอร์รี่: แช่เมล็ดเจียกับนมจืดหรือนมถั่วเหลืองไม่หวาน แล้วใส่บลูเบอร์รี่แช่แข็ง ทิ้งไว้ในตู้เย็นจนเนื้อข้น เป็นของว่างที่มีใยอาหารสูงและกินง่าย

กินบลูเบอร์รี่เท่าไรถึงพอดี

ปริมาณที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับพลังงานที่ต้องการในแต่ละวันและอาหารมื้ออื่น ๆ แต่โดยทั่วไปสามารถกินบลูเบอร์รี่เป็นส่วนหนึ่งของผลไม้ประจำวันได้ เช่น ประมาณครึ่งถ้วยถึง 1 ถ้วยต่อครั้ง หรือปรับตามความเหมาะสมของแต่ละคน

แม้บลูเบอร์รี่จะมีประโยชน์ แต่ก็ยังมีน้ำตาลธรรมชาติและใยอาหาร หากกินมากเกินไปในครั้งเดียว อาจทำให้บางคนมีอาการท้องอืด แน่นท้อง หรือถ่ายเหลวได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีระบบย่อยอาหารไว

เลือกบลูเบอร์รี่แช่แข็งอย่างไรให้ได้ประโยชน์

การเลือกซื้อสำคัญพอ ๆ กับวิธีกิน เพราะบลูเบอร์รี่แช่แข็งบางชนิดอาจมีการเติมน้ำตาลหรือไซรัปเพื่อเพิ่มรสชาติ จึงควรอ่านฉลากก่อนซื้อทุกครั้ง

  • เลือกแบบที่ระบุว่าเป็นบลูเบอร์รี่ 100%
  • หลีกเลี่ยงชนิดที่เติมน้ำตาล ไซรัป หรือน้ำผลไม้เข้มข้น
  • เก็บในช่องแช่แข็งตามคำแนะนำบนบรรจุภัณฑ์
  • ตักใช้เท่าที่ต้องการ และไม่ควรละลายแล้วนำกลับไปแช่แข็งซ้ำหลายครั้ง
  • หากใช้กับโยเกิร์ตหรือสมูทตี้ ไม่จำเป็นต้องเติมน้ำหวานเพิ่ม

สรุป บลูเบอร์รี่แช่แข็งดีได้ ถ้าเลือกและกินให้ถูกวิธี

บลูเบอร์รี่แช่แข็งเป็นทางเลือกที่สะดวกและมีคุณค่าทางโภชนาการ ไม่ได้ด้อยกว่าบลูเบอร์รี่สดเสมอไป โดยเฉพาะเมื่อเลือกชนิดไม่เติมน้ำตาลและเก็บรักษาอย่างเหมาะสม

สำหรับคนที่ต้องการดูแลสุขภาพหรือควบคุมน้ำหนัก บลูเบอร์รี่แช่แข็งสามารถเป็นตัวช่วยที่ดีในเมนูประจำวัน แต่หัวใจสำคัญยังอยู่ที่ภาพรวมของอาหารทั้งวัน การพักผ่อน การออกกำลังกาย และการเลือกกินแบบสมดุล ไม่ใช่พึ่งผลไม้ชนิดใดชนิดหนึ่งเพียงอย่างเดียว

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล