เซ็กซ์ถี่เกินไป ชายหรือหญิง "บอบช้ำ" กว่ากัน? หมอเฉลยชัดเจนชวนคิด รู้ก่อนภายในพัง!
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1978/9892986/newnewnewnewnewnewnew-thumbna.jpgเซ็กซ์ถี่เกินไป ชายหรือหญิง "บอบช้ำ" กว่ากัน? หมอเฉลยชัดเจนชวนคิด รู้ก่อนภายในพัง!

เซ็กซ์ถี่เกินไป ชายหรือหญิง "บอบช้ำ" กว่ากัน? หมอเฉลยชัดเจนชวนคิด รู้ก่อนภายในพัง!

แชร์เรื่องนี้

กิจกรรมรักถี่เกินไป... ชายหรือหญิงใคร "บอบช้ำ" กว่ากัน? หมอเฉลยชัดเจนชวนคิด

บ่อยแค่ไหนถึงดี? แพทย์เตือน กิจกรรมรักที่หักโหมเกินไป ผู้ชายระวังต่อมลูกหมาก-ผู้หญิงเสี่ยงอักเสบภายใน

"เรื่องบนเตียง" คือกาวใจชิ้นสำคัญที่ช่วยกระชับความสัมพันธ์ของคู่รักให้แนบแน่น การมีเพศสัมพันธ์ในปริมาณที่พอดีส่งผลดีต่อทั้งร่างกายและจิตใจ แต่ขึ้นชื่อว่าเรื่องธรรมชาติ... อะไรที่ "มากเกินไป" ย่อมส่งผลเสียเสมอ มักจะมีข้อถกเถียงในเว็บบอร์ดสุขภาพอยู่บ่อย ๆ ว่า "หากมีเซ็กส์บ่อยเกินไป ระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง ใครจะเป็นฝ่ายร่างกายพังและบอบช้ำมากกว่ากัน?" บางคนบอกว่าผู้ชายเหนื่อยกว่าเพราะต้องใช้แรงและสูญเสียพลังงาน ขณะที่บางกลุ่มมองว่าผู้หญิงเสี่ยงต่อโรคภายในมากกว่า ความจริงในทางการแพทย์ระบุว่า เรื่องนี้ไม่มีคำตอบที่ตายตัว เพราะการมีกิจกรรมรักที่หักโหมเกินไปส่งผลกระทบต่อทั้งสองฝ่าย เพียงแต่แสดงอาการและมีระยะเวลาในการฟื้นฟูร่างกายที่แตกต่างกัน

ก่อนอื่นต้องรู้: แค่ไหนถึงเรียกว่า "บ่อยเกินไป"?

ในทางการแพทย์ "ไม่มีตัวเลขมาตรฐาน" ที่ระบุว่าสัปดาห์ละกี่ครั้งถึงจะเรียกว่าเกินพอดี เพราะสภาพร่างกายของแต่ละคนแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

โดยทั่วไป สำหรับวัยเจริญพันธุ์ที่มีสุขภาพแข็งแรง การมีเพศสัมพันธ์สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ถือเป็นเกณฑ์ที่เหมาะสม แต่สำหรับคนที่มีธาตุไฟแรง พลังงานเหลือล้น การมีกิจกรรมถี่กว่านั้นโดยที่ตื่นมาแล้วยังสดชื่น ก็ไม่ถือว่าแปลก ตรงกันข้ามหากคนที่มีร่างกายอ่อนแอ แค่สัปดาห์ละครั้งก็อาจทำให้เพลียได้ ดังนั้น คำว่า "บ่อยเกินไป" ในเชิงการแพทย์ จึงวัดจากการที่ร่างกายส่งสัญญาณเตือน เช่น เกิดความเหนื่อยล้าสะสม อ่อนเพลียเรื้อรัง หรือมีอาการเจ็บปวดตามมา แต่ยังคงฝืนทำต่อเพื่อประชดจำนวนครั้งนั่นเอง

ผลกระทบต่อ "ผู้ชาย" เมื่อโหมโรงถี่เกินไป

ในกิจกรรมรัก ผู้ชายมักจะเป็นฝ่ายควบคุมจังหวะและใช้กำลังกายค่อนข้างมาก ผลกระทบจากการมีเซ็กส์ถี่เกินไปจึงมักแสดงออกทางระบบสืบพันธุ์และความอ่อนเพลียของร่างกาย:

  • ทางร่างกาย: การหลั่งอสุจิบ่อยเกินไปจะทำให้ "ต่อมลูกหมากเกิดการคั่งของเลือดและบวมน้ำซ้ำ ๆ" ซึ่งเป็นชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรัง ส่งผลให้มีอาการปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะกะปริดกะปรอย หรือปวดหน่วงบริเวณฝีเย็บ นอกจากนี้ การหักโหมระยะยาวอาจทำให้ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) ลดต่ำลงชั่วคราว นำมาซึ่งอาการหน้ามืด อ่อนแรง ความจำสั้น และอาการปวดเมื่อยเอวและเข่าคล้ายภาวะ "ไตอ่อนแอ" ในศาสตร์แพทย์แผนจีน ยิ่งไปกว่านั้นอาจส่งผลให้สมรรถภาพทางเพศหล่นฮวบ แข็งตัวได้ไม่เต็มที่ หรือเกิดอาการหลั่งเร็วตามมา

  • ทางจิตใจ: เมื่อร่างกายเริ่มประท้วงจนทำให้สมรรถภาพทางเพศลดลงชั่วคราว ผู้ชายมักจะเกิดความวิตกกังวล เครียด และสูญเสียความมั่นใจในตัวเอง ซึ่งความเครียดนี้เองจะยิ่งไปกดทับทำให้ระบบสืบพันธุ์ทำงานแย่ลงไปอีก กลายเป็นงูกินหางที่รักษาไม่หาย

ผลกระทบต่อ "ผู้หญิง" เมื่อกิจกรรมรักหนักหน่วงเกินพอดี

แม้ว่าผู้หญิงจะใช้กำลังกายน้อยกว่าในระหว่างมีกิจกรรม แต่โครงสร้างสรีระภายในที่ซับซ้อน ทำให้ผู้หญิงมีความเสี่ยงต่อโรคระบบภายในและสุขอนามัยทางเพศสูงมากหากเจอกิจกรรมที่ถี่เกินไป:

  • ทางร่างกาย: เซ็กส์ที่บ่อยเกินไปจะเข้าไปทำลาย "สมดุลค่า pH และระบบจุลินตีย์ดีภายในช่องคลอด" ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันท้องถิ่นลดต่ำลง ร่างกายจะติดเชื้อได้ง่ายและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคช่องคลอดอักเสบ มดลูกอักเสบ และอุ้งเชิงกรานอักเสบ นอกจากนี้ การเสียดสีทางกลศาสตร์ซ้ำ ๆ ย่อมทำให้เนื้อเยื่อบุผิวภายในเกิดรอยถลอก บอบช้ำ หรือกระตุ้นให้อาการแผลบริเวณปากมดลูกรุนแรงขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือมีเลือดออกกะปริดกะปรอยตามมา รวมถึงภาวะอุ้งเชิงกรานคั่งเลือดที่ทำให้ปวดหน่วงท้องน้อยและปวดเอวเรื้อรัง

  • ทางจิตใจ: หากฝ่ายหญิงต้องฝืนร่วมกิจกรรมทั้งที่ร่างกายยังไม่พร้อมหรือยังเจ็บป่วยอยู่ จะส่งผลให้เธอเริ่มเกิดความรู้สึกต่อต้าน เบื่อหน่าย และกลัวการมีเซ็กส์ ซึ่งในระยะยาวอาจนำไปสู่ภาวะตายด้านทางเพศ (ความต้องการทางเพศลดลง) และส่งผลกระทบต่อความเชื่อใจในความสัมพันธ์ได้

สรุปภาพรวม: ชาย VS หญิง ใครเจ็บกว่ากัน?

หากวัดกันที่ "ระยะสั้น" ฝ่ายชายจะเห็นผลกระทบเร็วกว่า เนื่องจากทุกครั้งที่หลั่งอสุจิ ร่างกายต้องใช้พลังงานและสารอาหารจำนวนมากในการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ใหม่ ทำให้ผู้ชายฟื้นตัวได้ช้ากว่าและเพลียแดดชัดเจนในวันรุ่งขึ้น

แต่หากมองกันใน "ระยะยาว" ฝ่ายหญิงน่าเป็นห่วงมากกว่าครับ เพราะโรคภายในของผู้หญิงหากเกิดการติดเชื้อหรืออักเสบเรื้อรังจากการมีเซ็กส์ที่ไม่สะอาดหรือถี่เกินไป แล้วไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เชื้อโรคอาจลามขึ้นไปทำลายท่อนำไข่และมดลูก ซึ่งส่งผลกระทบถาวรต่อภาวะเจริญพันธุ์และทำให้มีบุตรยากในอนาคต

ข้อแนะนำจากแพทย์: สิ่งสำคัญที่สุดบนเตียงไม่ใช่ "จำนวนครั้ง" แต่คือ "ความสมยอมและความสุขสมบูรณ์ของทั้งสองฝ่าย" ตราบใดที่ตื่นเช้ามาแล้วทั้งคู่ยังรู้สึกกระปรี้กระเปร่า ไม่มีอาการเจ็บปวดทางกาย และมีความสุขร่วมกัน นั่นคือความถี่ที่ดีที่สุดสำหรับคู่ของคุณ

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :sohu