วินาทีถูกประหาร "ตัดศีรษะ" ตัวรู้สึกว่าหัวหายไป vs หัวรู้สึกว่าตัวไป? เฉลยคำตอบสุดสยอง

วิพากษ์วิทยาศาตร์โลก! นาที "หัวหลุดออกจากบ่า" วินาทีนั้น ร่างกายรู้สึกว่าหัวหายไป หรือหัวรู้สึกว่าร่างหายไปกันแน่?
"หัวหลุดจากบ่า... ก็แค่ทิ้งรอยแผลขนาดเท่าปากชาม" วลีเด็ดที่เรามักจะได้ยินกันบ่อยๆ ในซีรีส์จีนย้อนยุคเวลาที่เหล่านักรบหรือจอมยุทธ์ผู้กล้าหาญกำลังจะถูกพาตัวไปประหารชีวิตที่ประตูนอกเมืองในยาม "บ่ายสามโมงตรง"
"การตัดศีรษะ" หรือการบั่นเศียร ถือเป็นหนึ่งในโทษประหารชีวิตที่เก่าแก่และถูกใช้งานอย่างยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ทั้งในโลกตะวันตกและตะวันออก เพราะผู้คนในอดีตเชื่อว่ามันคือวิธีที่ "เจ็บปวดน้อยที่สุด" ดาบสะบั้นฉับเดียวก็สิ้นใจทันที ทว่าในแง่มุมของวิทยาศาสตร์และประสาทวิทยาเคยมีคำถามชวนขนลุกเกิดขึ้นว่า ในวินาทีที่เพชรฆาตลงดาบจนหัวและตัวแยกออกจากกัน... ความรู้สึกสุดท้ายของมนุษย์คือ "ร่างกายรู้สึกว่าหัวหายไป" หรือ "หัวกำลังรู้สึกว่าร่างกายขาดหายไป" กันแน่? และสมองของคนเราจะยังคงรับรู้ความจริงหลังจากหัวหลุดได้นานแค่ไหน? วันนี้เรามีคำตอบทางการแพทย์และความจริงจากประวัติศาสตร์มาเฉลยครับ
ย้อนรอยโทษประหาร: จากความป่าเถื่อน สู่การทวงถามหาความทรมาน
หากย้อนดูประวัติศาสตร์กฎหมายโบราณ โทษประหารชีวิตถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความหวาดกลัวและแสดงถึงอำนาจสูงสุดของราชสำนัก ในสมัยราชวงศ์ฉินของจีน มีโทษประหารชีวิตอย่างเป็นทางการถึง 6 วิธี ตั้งแต่การใช้ม้า 5 ตัว, การตัดหัวประจาน, การสับเอวขาด, ไปจนถึงการฝังทั้งเป็น
ต่อมาในสมัยราชวงศ์สุ่ยและถัง เริ่มมีการปรับปรุงกฎหมายให้มีความเป็นมนุษย์มากขึ้น โดยยกเลิกวิธีที่ทรมานและเหลือไว้เพียงการแขวนคอและการตัดศีรษะ เนื่องจากเป็นวิธีที่ทำให้ผู้ต้องหา "ตายสนิทและรวดเร็วที่สุด" แม้ในยุคต่อมาจะมีการหยิบเอาโทษที่โหดเหี้ยมอย่างการแล่เนื้อ 3,000 ชิ้นมาใช้บ้าง แต่สุดท้าย "การตัดหัว" ก็ยังคงเป็นวิธีหลักที่ถูกลากยาวมาจนถึงปลายราชวงศ์ชิง
ผู้คนในยุคโบราณต่างปักใจเชื่อว่า ทันทีที่ใบมีดตัดผ่านกระดูกคอ ความรับรู้ทุกอย่างจะดับวูบลงทันที... จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่นักวิทยาศาสตร์ระดับโลกยอมใช้ "ชีวิตของตัวเอง" เป็นเครื่องพิสูจน์ข้อเท็จจริงนี้
การทดลองแลกด้วยชีวิตของ "อองตวน ลาวัวซีเย" บิดาแห่งเคมีสมัยใหม่
ในปี ค.ศ. 1794 ช่วงยุคปฏิวัติฝรั่งเศส อองตวน ลาวัวซีเย (Antoine Lavoisier) นักเคมีผู้ยิ่งใหญ่ระดับโลก ผู้ค้นพบกฎการอนุรักษ์มวลและผู้ปฏิวัติวงการเคมีให้ออกจากยุคเล่นแร่แปรธาตุ ได้ถูกรัฐบาลปฏิวัติ ตัดสินประหารชีวิตด้วยเครื่อง "กิโยติน" เนื่องจากอดีตภูมิหลังของเขาเคยเป็นขุนนางผู้ผูกขาดการเก็บภาษีเกลือและยาสูบ
ก่อนที่ใบมีดกิโยตินจะหล่นลงมา ด้วยความที่เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์จนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิต ลาวัวซีเยต้องการจะหาคำตอบให้มวลมนุษยชาติว่า หลังหัวขาดแล้ว สมองคนเรายังมีสติรับรู้อยู่ไหม? เขาจึงทำข้อตกลงกับคนรับใช้ส่วนตัวไว้ว่า:
"ทันทีที่ใบมีดตัดหัวของฉันหลุดลงไปในตะกร้า ขอให้เจ้ารีบวิ่งเข้ามาจ้องตาของฉันให้ดี ถ้าหากดวงตาของฉันยังคง 'กระพริบตา' อยู่ นั่นแปลว่าสมองของมนุษย์ยังคงมีจิตใต้สำนึกและรับรู้ความเจ็บปวดได้อยู่ แม้จะไม่มีร่างกายแล้วก็ตาม"
ผลลัพธ์สุดช็อก: หลังจากเครื่องกิโยตินสับลงมา หัวของลาวัวซีเยหลุดออกจากบ่า คนรับใช้รีบวิ่งเข้าไปดูและบันทึกไว้ว่า ดวงตาของลาวัวซีเยยังคงกระพริบตาอย่างต่อเนื่องถึง 11 ครั้ง ก่อนจะแน่นิ่งไป ซึ่งเป็นการพิสูจน์ชัดเจนว่า "หัวที่ขาดออกมาแล้ว ยังคงมีสติรับรู้อยู่ในช่วงเวลาสั้นๆ"
สรุปในมุมมองแพทย์: ร่างกายรู้สึก หรือ หัวรู้สึก?
จากกรณีศึกษาของลาวัวซีเย ประกอบกับวิทยาศาสตร์การแพทย์ในยุคปัจจุบัน สามารถอธิบายการทำงานของระบบประสาทในวินาทีประหารชีวิตได้ดังนี้
-
ฝั่งร่างกาย: ทันทีที่ไขสันหลังถูกตัดขาด สัญญาณประสาททั้งหมดจากสมองจะไม่สามารถส่งไปถึงลำตัวได้อีกต่อไป ดังนั้น "ร่างกายจะกลายเป็นอัมพาตและไร้ความรู้สึกในทันที" ร่างกายจึงไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดว่าหัวหายไปแต่อย่างใด
-
ฝั่งศีรษะ (สมอง): สมองของมนุษย์จะทำงานได้ต้องอาศัย "ออกซิเจนและแรงดันเลือด" ที่สูบฉีดจากหัวใจ ในวินาทีที่หัวหลุดออกจากบ่า เลือดในสมองยังไม่ได้แห้งหายไปทันที ทำให้สมองยังคงมีระดับออกซิเจนหลงเหลืออยู่พอให้ทำงานต่อได้ประมาณ 2-3 วินาที (หรืออาจยาวนานได้ถึง 5-10 วินาทีในบางกรณี)
คำตอบของคำถามนี้คือ: วินาทีนั้น "หัวจะรู้สึกว่าร่างกายขาดหายไป" สิ่งที่ผู้ถูกประหารชีวิตรู้สึกในไม่กี่วินาทีสุดท้ายก่อนสติจะดับวูบ คือความเจ็บปวดอย่างรุนแรงบริเวณบาดแผลที่คอ ควบคู่กับความรู้สึก "ตื่นตระหนกและตกใจสุดขีด" ที่จู่ ๆ ทัศนียภาพรอบตัวก็หมุนคว้าง และรับรู้ว่าอวัยวะส่วนลำตัวของตัวเองได้ขาดหายไปจากระบบแล้ว
- พยาบาลเล่าเอง ก่อนตายคนมักหายใจ "เสียงนี้" สัญญาณวาระสุดท้าย เหลือชีวิตแค่ 25 ชม.
- คนรวย vs คนจน วิทยาศาสตร์ชี้ให้เห็น "ความแตกต่างบนใบหน้า" แค่มองก็ตัดสินได้ แม้ไม่ยิ้ม!

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี