"มะม่วง" มีจุดดำบนเปลือก ติดโรค Anthracnose กินไปอันตรายไหม? : เช็กข่าวชัวร์

เช็กให้ชัด ข่าวลือ “มะม่วงติดโรค Anthracnose มีจุดดำ กินแล้วอันตราย” จริงหรือไม่?
มีการแชร์ข้อมูลว่า มะม่วงที่ติดโรค Anthracnose หรือมีจุดดำบนเปลือก อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายและไม่ควรกิน ก่อให้เกิดความตระหนกต่อผู้บริโภค กองบรรณาธิการ Sanook News ตรวจสอบแล้วพบว่า ข้อมูลนี้ไม่ถูกต้องและบิดเบือนความจริง
คำถาม
จริงหรือไม่ที่มะม่วงที่ติดโรค Anthracnose มีจุดดำบนเปลือก กินแล้วเป็นอันตรายต่อร่างกาย?
การตรวจสอบ
ตามรายงานของเว็บไซต์ข่าว mirrormedia ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจาก 廖炯程 (Liao Jiong-Cheng) ผู้เชี่ยวชาญด้านผลไม้ในไต้หวัน รวมถึงข้อมูลจากกรมเกษตรและหน่วยงาน CDC ไต้หวัน โรค Anthracnose บนมะม่วงเกิดจากเชื้อราที่ติดพืชเท่านั้น ไม่ใช่เชื้อ Anthrax (โรคติดต่อระหว่างคนกับสัตว์) จึงไม่สามารถแพร่เชื้อสู่มนุษย์ได้
มะม่วงที่มีจุดดำบนเปลือกสามารถล้างและปอกส่วนที่ดำออกได้ ถ้าส่วนเนื้อข้างในยังสด ไม่เน่าเสีย ก็สามารถรับประทานได้อย่างปลอดภัย
จุดดำบนมะม่วงยังใช้เป็นตัวชี้วัดความสุกของผลไม้ เพราะเชื้อรามักเกิดบนผลที่เริ่มสุกแล้ว และไม่ได้มีผลต่อคุณค่าทางโภชนาการหรือความปลอดภัยของผลไม้
ข้อเท็จจริง
สรุปสั้น เคลียร์ ตอบแบบฟันธง: มะม่วงที่ติดโรค Anthracnose มีจุดดำบนเปลือก ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย สามารถกินได้หลังล้างและปอกส่วนดำออก ข่าวนี้เป็นข่าวปลอมและไม่เป็นความจริง
อ้างอิง
- บทความ Mirror Media เรื่อง 芒果染「炭疽病」長黑斑還能吃? โดย 廖炯程 (Liao Jiong-Cheng)
- คำชี้แจงของกองบรรณาธิการ Sanook News
- กรมเกษตรและหน่วยงาน CDC ไต้หวัน
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
