การพิมพ์ด่าด้วยอิโมจิ มีความผิดและถูกฟ้องได้ทุกกรณี จริงหรือไม่? : เช็กข่าวชัวร์

การพิมพ์ด่าด้วยอิโมจิ มีความผิดและถูกฟ้องได้ทุกกรณี จริงหรือไม่? : เช็กข่าวชัวร์

การพิมพ์ด่าด้วยอิโมจิ มีความผิดและถูกฟ้องได้ทุกกรณี จริงหรือไม่? : เช็กข่าวชัวร์
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

Fact Check การพิมพ์ด่าด้วยอิโมจิ มีความผิดสามารถถูกฟ้องได้ทุกกรณี จริงหรือไม่?

วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 มีการเผยแพร่ข้อความอ้างว่า การพิมพ์ด่าหรือสื่อสารด้วยอิโมจิมีความผิดและสามารถถูกฟ้องร้องได้ จนทำให้ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์เข้าใจว่า การใช้อิโมจิในลักษณะไม่เหมาะสมจะถือเป็นความผิดตามกฎหมายทุกกรณี

Sanook News ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่า ข้อความดังกล่าวเป็นข่าวบิดเบือน เพราะการใช้อิโมจิเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ผู้ใช้มีความผิดโดยอัตโนมัติ การพิจารณาต้องดูเจตนา บริบท เนื้อหาการสนทนา และข้อเท็จจริงแวดล้อมของแต่ละกรณี

คำถาม

จริงหรือไม่ที่การพิมพ์ด่าด้วยอิโมจิถือเป็นความผิดตามกฎหมาย และผู้ใช้อิโมจิสามารถถูกฟ้องร้องได้ทุกกรณี?

การตรวจสอบ

ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย ตรวจสอบข้อมูลร่วมกับสำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม และระบุว่า การใช้อิโมจิดูหมิ่นหรือเหยียดหยามผู้อื่นอาจมีความผิดได้ แต่ต้องพิจารณาว่าผู้ส่งมีเจตนาอย่างไร รวมถึงต้องตรวจสอบบริบทและข้อเท็จจริงของการสื่อสารในแต่ละกรณี

การใช้อิโมจิเพียงอย่างเดียวจึงไม่สามารถสรุปได้ทันทีว่าเป็นความผิดหรือจะต้องถูกฟ้องร้องเสมอไป อิโมจิชนิดเดียวกันอาจมีความหมายแตกต่างกันตามข้อความประกอบ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้สื่อสาร เหตุการณ์ก่อนหน้า และลักษณะการเผยแพร่ต่อบุคคลอื่น

อย่างไรก็ตาม หากพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าผู้ส่งมีเจตนาดูหมิ่น ดูถูก ทำให้ผู้อื่นได้รับความอับอาย หรือก่อความเดือดร้อนรำคาญ การกระทำนั้นอาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาได้ ส่วนการใช้อิโมจิทั่วไปหรือไม่มีเจตนาดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาท ไม่ได้หมายความว่าจะมีความผิดทุกครั้ง

ดังนั้นการพิจารณาความรับผิดทางกฎหมายไม่ควรดูเฉพาะรูปอิโมจิที่ถูกส่ง แต่ต้องพิจารณาการสื่อสารทั้งหมดและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง โดยข้อสรุปว่ามีความผิดหรือไม่เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงของแต่ละคดี

ข้อเท็จจริง

ข้อความที่ว่า “พิมพ์ด่าด้วยอิโมจิ มีความผิดและถูกฟ้องได้” เป็นข่าวบิดเบือน เพราะการใช้อิโมจิไม่ได้เป็นความผิดโดยอัตโนมัติทุกกรณี แต่อาจเข้าข่ายความผิดได้เมื่อมีเจตนาดูหมิ่นหรือทำให้ผู้อื่นเสียหาย โดยต้องพิจารณาจากบริบท เนื้อหาการสื่อสาร และข้อเท็จจริงแวดล้อมเป็นรายกรณี

อ้างอิง

  1. ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล