สาว 17 หวิดดับ "ถุงน้ำรังไข่แตก" เลือดทะลักเต็มช่องท้อง หมอชี้เพราะ 1 สิ่งที่ตอนอาบน้ำ!

สาว 17 หวิดดับ "ถุงน้ำรังไข่แตก" เลือดทะลักเต็มช่องท้อง หมอชี้เพราะ 1 สิ่งที่ตอนอาบน้ำ!

สาว 17 หวิดดับ "ถุงน้ำรังไข่แตก" เลือดทะลักเต็มช่องท้อง หมอชี้เพราะ 1 สิ่งที่ตอนอาบน้ำ!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สาว 17 ขัดตัวแรงไปหน่อย ทำ "ถุงน้ำรังไข่แตก" เลือดออกทะลักช่องท้องกว่า 1,000 ซีซี หวิดดับ! หมอเตือนระวังช่วงก่อนมีประจำเดือน

การอาบน้ำขัดผิวที่ดูเหมือนไม่มีอันตราย อาจกลายเป็นเรื่องเฉียดตายได้อย่างไม่คาดคิด คดีอุทาหรณ์ทางการแพทย์นี้เกิดขึ้นที่ประเทศจีน เมื่อเด็กสาววัยรุ่นรายหนึ่งออกแรงขัดถูบริเวณหน้าท้องแรงเกินไปขณะอาบน้ำ จนส่งผลให้ "ถุงน้ำรังไข่แตก" (Corpus Luteum Rupture) จนมีเลือดออกทะลักในช่องท้องมากกว่า 1,000 ซีซี หวิดสิ้นใจเพราะเสียเลือดมาก แพทย์จึงต้องรีบออกโรงเตือนผู้หญิงทุกคนให้ระวังพฤติกรรมเสี่ยงในช่วงก่อนมีประจำเดือน

แค่ขัดพุงชิล ๆ ทำไมถึงขั้นเลือดออกทะลักปางตาย?

สำนักข่าวท้องถิ่นรายงานว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับเด็กสาววัย 17 ปีรายหนึ่ง ในขณะที่เธอกำลังอาบน้ำอยู่ในห้องพักตามปกติ เธอได้ใช้มือขัดถูทำความสะอาดบริเวณหน้าท้องซ้ำ ๆ ด้วยความเคยชิน ทว่าหลังจากอาบน้ำเสร็จ เธอกลับเริ่มรู้สึกปวดแปลบเหมือนเนื้อจะฉีกขาดบริเวณท้องน้อยด้านขวาอย่างรุนแรง

ในตอนแรกเด็กสาวไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงอาการปวดท้องประจำเดือนทั่วไป จึงกลับไปนอนพักผ่อนบนเตียง แต่หลังจากนั้นไม่นาน อาการปวดกลับทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แถมยังมีอาการแทรกซ้อนชวนใจหาย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เวียนหัว ใจสั่น และเหงื่อกาฬไหลพรากตามมา เมื่อผู้ดูแลหอพักทราบเรื่อง จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

เมื่อถึงมือแพทย์ ผลการตรวจเช็กทำเอาทีมแพทย์ถึงกับนั่งไม่ติด เพราะพบว่ามีของเหลวสะสมอยู่ในช่องท้องของเธอเป็นจำนวนมาก และเมื่อเจาะลึกเข้าไปจึงพบว่า มันคือ "ภาวะถุงน้ำรังไข่แตกควบคู่กับอาการเลือดตกในช่องท้อง" โดยมีปริมาณเลือดไหลทะลักออกมามากกว่า 1,000 มิลลิลิตร (หรือกว่า 1 ลิตร) ซึ่งหากเธอมาโรงพยาบาลช้ากว่านี้อีกเพียงนิดเดียว อาจเกิดภาวะช็อกจากการสูญเสียเลือดมากจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ โชคดีที่ทีมแพทย์ผ่าตัดเย็บซ่อมแซมถุงน้ำและห้ามเลือดได้ทันเวลา ทำให้เธอรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด

ภาวะถุงน้ำรังไข่แตก (Corpus Luteum Rupture) คืออะไร?

ในทางสูตินรีเวชอธิบายว่า ทุก ๆ เดือนหลังจากที่เพศหญิงมีกระบวนการตกไข่ ถุงไข่ที่ว่างเปล่าจะเปลี่ยนสภาพกลายเป็นเนื้อเยื่อสีเหลืองที่เรียกว่า "คอร์ปัส ลูเทียม" (Corpus Luteum) หรือถุงน้ำรังไข่ชั่วคราว ซึ่งมีหน้าที่ผลิตฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเพื่อทำให้ผนังมดลูกหนาตัวขึ้น เตรียมพร้อมสำหรับการฝังตัวของไข่ที่ปฏิสนธิ

ทว่าในช่วงเวลานี้ ถุงน้ำดังกล่าวจะมีเส้นเลือดมาเลี้ยงเป็นจำนวนมากและเปราะบางสุด ๆ หากร่างกายได้รับแรงกระแทกจากภายนอก เช่น การมีเพศสัมพันธ์ที่รุนแรง การออกกำลังกายหักโหม การไอหรือจามแรง ๆ รวมถึงการถูกกระแทกบริเวณหน้าท้อง (หรือแม้กระทั่งการออกแรงขัดนวดท้องแรง ๆ แบบเด็กสาวรายนี้) ก็สามารถส่งแรงดันไปทำให้ถุงน้ำนี้แตกออกและเกิดเลือดไหลไม่หยุดได้

สัญญาณเตือนอันตราย: อาการแบบไหนต้องรีบไปพบแพทย์ทันที?

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า "ช่วง 1 สัปดาห์ก่อนมีประจำเดือน" คือช่วงที่ถุงน้ำรังไข่จะขยายใหญ่และเปราะบางที่สุด ซึ่งปัจจัยกระตุ้นให้แตกเกิดได้ทั้งจากแรงกระแทกภายนอก หรือบางรายก็สามารถแตกออกได้เองตามธรรมชาติ หากคุณผู้หญิงพบอาการผิดปกติดังต่อไปนี้ควรรีบมาโรงพยาบาลทันที:

  • มีอาการปวดจี๊ดหรือปวดเฉียบพลันบริเวณท้องน้อยด้านใดด้านหนึ่ง (ซ้ายหรือขวา) ในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนรอบเดือนมา

  • รู้สึกปวดหน่วงลามไปถึงบริเวณทวารหนัก (คล้ายอาการปวดเบ่งอุจจาระแต่ถ่ายไม่ออก)

  • มีอาการหน้ามืด เวียนหัว ใจสั่น หรือเหงื่อออกตัวเย็นร่วมด้วย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล