เปิดตำนาน "ฮ่องเต้แดดเดียว" ประชวรหนักแต่ฝืนใช้ผู้หญิง "ดับร้อน" จนสวรรคต

จุดจบสายหื่น! ฮ่องเต้ประชวรหนักแต่ฝืนร่วมเพศจนสวรรคต ชะตากรรมสุดสลด ถูกแปรรูปทำ "เนื้อแดดเดียว"
ในประวัติศาสตร์จีนโบราณ จักรพรรดิต่างให้ความสำคัญกับพิธีศพและการสร้างสุสานของตนเองอย่างยิ่งยวด แต่สำหรับ "เยลู่ เต๋อกวง" หรือพระเจ้าเหลียวไท่จง จักรพรรดิองค์ที่ 2 แห่งราชวงศ์เหลียว กลับมีจุดจบที่น่าอนาถใจที่สุด นอกจากจะสิ้นพระชนม์เพราะความมักมากในกามารมณ์แล้ว ร่างของพระองค์ยังถูกแปรรูปจนกลายสภาพเป็น "เมนูอาหาร" ชนิดหนึ่ง ซึ่งสร้างความสลดใจแก่คนรุ่นหลังเป็นอย่างมาก
ฮ่องเต้นักรบผู้เก่งกาจ แต่ตกม้าตายเพราะตัณหา
เยลู่ เต๋อกวง เป็นโอรสองค์ที่ 2 ของเยลู่ อาเป่าจี ปฐมกษัตริย์แห่งตระกูลขิตัน เนื่องจากเป็นราชวงศ์ที่เติบโตบนหลังม้า เขาจึงติดตามพระบิดาออกรบตั้งแต่เยาว์วัยและสร้างผลงานทางทหารไว้มากมายจนได้ดำรงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่
หลังจากขึ้นครองราชย์ แม้ว่าเขาจะบริหารบ้านเมืองได้อย่างชาญฉลาด แต่กลับมีจุดอ่อนร้ายแรงคือ "ความมักมากในกาม" หลังจากยกทัพไปตีเมืองหลวงของราชวงศ์จิ้นหลังจนแตกพ่าย เขาก็ได้ยึดเอาบรรดาพระสนมของฮ่องเต้องค์ก่อนมาเป็นของตน และใช้ชีวิตเสพสุขจมกองกามารมณ์อยู่ทุกค่ำคืน
ทว่าในตอนนั้น กองทัพเหลียวได้ทำการปล้นสะดมและเข่นฆ่าชาวบ้านในภาคกลางอย่างโหดร้าย จนเกิดกระแสต้านทานจากประชาชน เยลู่ เต๋อกวงที่ต้องคอยเสพสุขกับพระสนมไปพร้อมๆ กับความวิตกกังวลเรื่องกบฏ เริ่มมีอาการทรุดโทรมทางร่างกายอย่างรวดเร็ว จนในที่สุดต้องสั่งถอยทัพกลับประเทศ
ประชวรหนักแต่จะใช้ผู้หญิง "ดับร้อน" สุดท้ายสวรรคต
ระหว่างทางถอยทัพ เยลู่ เต๋อกวงล้มป่วยลงอย่างรุนแรง ร่างกายร้อนดั่งไฟแผดเผา แม้จะนอนบนก้อนน้ำแข็งก็ไม่สามารถบรรเทาความร้อนได้ หมอหลวงประจำพระองค์จึงรีบทูลเตือนสติว่า พระองค์ทรงมีปัญหาโรคไตแทรกซ้อนและเป็นไข้หวัดแดดรุนแรง นอกจากการเสวยยาแล้ว "ต้องงดร่วมเพศและกามารมณ์เด็ดขาด" มิฉะนั้นแม้แต่สวรรค์ก็ช่วยไม่ได้
แต่แทนที่จะรับฟัง ฮ่องเต้ผู้คลั่งกามกลับด่าทอหมอหลวงอย่างรุนแรงว่า "พวกเจ้ามันไร้ความรู้ ข้าเป็นไข้ตัวร้อน ก็ต้องใช้ผู้หญิงมาช่วยดับพิษร้อนสิ จะให้อยู่ห่างพวกนางได้อย่างไร!" สุดท้ายพระองค์ยังคงฝืนร่วมประเวณีอย่างไร้ขีดจำกัด จนกระทั่งทัพเดินทางมาถึงเมืองหลวนเฉิง พระองค์ก็เกิดอาการกระอักเลือดอย่างรุนแรงและสวรรคตทันทีในวัย 46 ปี

หน้าร้อนศพเริ่มเน่า เสนาบดีปิ๊งไอเดียแปรรูปทำ "เนื้อแดดเดียว"
เมื่อข่าวการสวรรคตแพร่ไปถึงเมืองหลวงพระราชชนนีมีความโศกเศร้าอย่างมาก และสั่งให้นำพระบรมศพกลับไปฝังที่ดินแดนทางเหนือ แต่เนื่องจากตอนนั้นเป็นช่วงต้นฤดูร้อน อากาศเริ่มอบอ้าว หากไม่ทำการรักษาสภาพศพ ร่างกายจะเน่าเปื่อยก่อนจะเดินทางถึงจุดหมายอย่างแน่นอน
เหล่าขุนนางและหมอหลวงระดมสมองกันอย่างหนัก จนกระทั่งได้ไอเดียจากการทำ "เนื้อแดดเดียว" ของพวกชาวบ้าน โดยการผ่าท้องของฮ่องเต้ นำอวัยวะภายในออกทั้งหมด จากนั้นใช้เกลือจำนวนมหาศาลทาชโลมทั่วร่างเพื่อรีดน้ำและซับความชื้น ก่อนจะนำร่างไปย่างไฟอ่อนๆ จนแห้งสนิท กลายสภาพเป็นมัมมี่ร่างแห้ง
ตามที่ปรากฏในบันทึกประวัติศาสตร์ "จือจื้อทงเจี้ยน" ของซือหม่ากวง ระบุว่า ในสมัยนั้นผู้คนเรียกเนื้อเค็มแห้งประเภทนี้ว่า "ปา" (羓) ดังนั้น ร่างมัมมี่แห้งของเยลู่ เต๋อกวง จึงถูกขนานนามประชดประชันว่า "ตี้ปา" (帝羓) หรือ "จักรพรรดิแดดเดียว" และทำให้พระองค์กลายเป็นฮ่องเต้องค์แรกและองค์เดียวในประวัติศาสตร์จีนที่ถูกชำแหละร่างทำเป็นอาหารตากแห้งเพื่อส่งกลับบ้านเกิด
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี