รู้แล้วหายสงสัย! ทำไม "ทรายทะเล-ทะเลทราย" มีอยู่ล้นโลก แต่ไม่มีใครกล้าใช้สร้างบ้าน

ไขข้อข้องใจ! ทำไมเราถึงไม่ใช้ "ทรายทะเล-ทะเลทราย" ในงานก่อสร้าง ทั้งที่มีอยู่ล้นโลก
"ทราย" ถือเป็นหนึ่งในวัตถุดิบหลักที่ขาดไม่ได้เลยในงานก่อสร้างทุกประเภท ตั้งแต่บ้านพักอาศัยไปจนถึงตึกระฟ้า ซึ่งตามปกติแล้ว ทรายที่เรานำมาใช้ผสมปูนหรือคอนกรีตมักจะเป็นทรายที่ดูดขึ้นมาจาก "แม่น้ำ" (ทรายน้ำจืด) ทว่าหากลองมองดูโลกของเรา พื้นที่ในทะเลและทะเลทรายนั้นเต็มไปด้วยเม็ดทรายมหาศาลที่แทบจะไม่มีวันหมด แถมยังขุดเจาะนำมาใช้งานได้ง่ายมาก แต่ทำไมในแวดวงวิศวกรรมและการก่อสร้างกลับ "สั่งห้าม" ไม่ให้นำทรายทะเลและทรายทะเลทรายมาใช้งานเด็ดขาด เหตุผลเบื้องหลังเรื่องนี้คืออะไรกันแน่?
วิทยาศาสตร์เรื่องเม็ดทราย: ไม่ใช่ทรายทุกชนิดจะเหมือนกัน
ในทางวิศวกรรมโยธา การคัดเลือกขนาดและรูปทรงของเม็ดทรายมีความสำคัญต่อโครงสร้างอาคารอย่างมาก เนื่องจากมันส่งผลโดยตรงต่อค่าความยืดหยุ่น ความทนทาน และความสามารถในการรองรับน้ำหนักของสิ่งปลูกสร้าง โดยทั่วไปทรายจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักตามขนาดคือ ทรายหยาบ ทรายกลาง และทรายละเอียด
รูปทรงของเม็ดทรายก็เป็นตัวกำหนดความหนาแน่นและความแข็งแรงเช่นกัน เม็ดทรายที่กลมมนและเรียบเนียนจะผสมได้ง่าย แต่มีข้อเสียในเรื่องการยึดเกาะ ตรงกันข้ามกับเม็ดทรายที่มีเหลี่ยมมุม มีความสาก ขรุขระ หรือเป็นรูปทรงรี ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทรายทะเลและทรายทะเลทรายไม่มีทางตอบโจทย์ได้เลยหากไม่ผ่านกระบวนการปรับสภาพที่มีต้นทุนมหาศาล
เปิด 2 เหตุผลหลัก: ทำไมทรายทะเลทรายและทรายทะเลถึงสร้างตึกไม่ได้?1. ทรายทะเลทราย: กลม กลมมน และ "ละเอียดเกินไป" จนปูนไม่เกาะ
หากเปรียบเทียบกับทรายแม่น้ำทั่วไป เม็ดทรายในทะเลทรายจะผ่านการขัดเกลาด้วยแรงลมพายุพัดกระหน่ำมานานหลายพันปี ทำให้ผิวสัมผัสของมัน "เรียบเนียนและกลมมนจนเกินไป" แถมยังมีขนาดเม็ดที่เล็กละเอียดคล้ายฝุ่นผง ความกลมมนและขนาดที่เล็กเกินไปนี้ ทำให้เมื่อนำไปผสมกับปูนซีเมนต์ เม็ดทรายจะไม่สามารถขัดตัวหรือสร้างแรงยึดเกาะเคมีแบบหลายมิติได้เลย น้ำปูนจะลื่นไถล ส่งผลให้คอนกรีตขาดความแข็งแรงอย่างรุนแรง ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อทรายละเอียดเหล่านี้โดนความชื้นหรือน้ำ แรงยึดเกาะอันน้อยนิดจะยิ่งอ่อนแอลง หากมีน้ำหนักกดทับมากเกินไป โครงสร้างทรายด้านในจะแตกหักและทรุดตัวลงมาทันที อาคารที่สร้างด้วยทรายทะเลทรายจึงสุ่มเสี่ยงต่อการพังถล่มลงมาได้ง่ายมาก
2. ทรายทะเล: แฝงฤทธิ์กัดกร่อนโครงสร้างเหล็ก และดูดความชื้น
ในกรณีของทรายทะเล นอกจากจะมีลักษณะกลมและละเอียดคล้ายกับทรายทะเลทรายแล้ว สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ "สารคลอไรด์ (Chlorides) หรือคราบเกลือ" ที่เกาะอยู่ตามเม็ดทราย เมื่อนำทรายทะเลที่มีสารคลอไรด์ไปผสมปูนเพื่อเทหล่อเสาหรือคานคอนกรีตเสริมเหล็ก คราบเกลือเหล่านี้จะเข้าไป "กัดกร่อนโครงสร้างเหล็กเส้น" ที่อยู่ภายในคอนกรีตอย่างรวดเร็ว ทำให้เหล็กเกิดสนิม เนื้อเหล็กบวมพอง ดันให้เนื้อคอนกรีตแตกร้าว และสูญเสียความสามารถในการรับน้ำหนัก ทำให้อายุการใช้งานของอาคารสั้นลงอย่างน่าใจหาย นอกจากนี้ เกลือในทรายทะเลยังมีคุณสมบัติชอบดูดซับความชื้นจากอากาศ ส่งผลให้ผนังอาคารหรือบ้านเรือนเกิดสภาวะชื้นแฉะ มีคราบเกลือซึมพอง และสีลอกล่อนอยู่ตลอดเวลา
ทำไม "ทรายแม่น้ำ" ถึงดีที่สุด? ในทางกลับกัน เม็ดทรายที่ได้จากแม่น้ำจะมีความเหลี่ยม มีมุมคม และมีความขรุขระสูงเนื่องจากการกัดเซาะของกระแสน้ำจืด ซึ่งเหลี่ยมมุมเหล่านี้จะช่วยให้เม็ดทรายขัดตัวและยึดเกาะกับปูนซีเมนต์ได้อย่างแน่นหนา ทั้งยังเป็นน้ำจืดที่ไม่มีสารกัดกร่อนใด ๆ โครงสร้างอาคารที่ใช้ทรายแม่น้ำจึงมีความมั่นคง แข็งแรง และปลอดภัยสูงสุด มนุษย์เราจึงเลือกใช้ทรายแม่น้ำในงานก่อสร้างมานานหลายพันปี
- สถาปนิกเตือน ซื้อคอนโดฯ ควรเลี่ยง 3 ชั้นนี้ ไม่ใช่ "ชั้นทอง" ที่น่าอยู่ แถมยังขายต่อยาก!
- เมียหน้าซีด เห็น "ถ้ำสวรรค์" ที่สามีสร้างนาน 2 เดือน ชาวเน็ตหลุดโฟกัสมอง "หลังโถส้วม"
เกร็ดความรู้: ประเภทของทรายที่นิยมใช้ในงานก่อสร้างยุคปัจจุบัน
ในไซต์งานก่อสร้างทั่วไป ทรายแม่น้ำจะถูกคัดแยกออกเป็น 3 ประเภทหลัก เพื่อให้เหมาะกับงานแต่ละส่วน ดังนี้ครับ:
-
ทรายหยาบ (ทรายทอง): มีสีเหลืองทองและมีขนาดเม็ดใหญ่ชัดเจน เหมาะสมที่สุดสำหรับงานเทคอนกรีตสด โครงสร้างเสา คาน หรือฐานราก เพราะช่วยให้คอนกรีตเซ็ตตัวเร็วและรับน้ำหนักได้มหาศาล แต่อย่างไรก็ตาม ทรายหยาบไม่เหมาะสำหรับงานฉาบผนังเพราะจะทำให้ผิวผนังขรุขระและสากเกินไป
-
ทรายกลาง (ทรายดำ): มีสีค่อนข้างเข้มอมดำ มีขนาดเม็ดปานกลาง ค่อนข้างละเอียดและไม่มีสิ่งเจือจาง เป็นทรายที่มีราคาย่อมเยากว่าทรายหยาบ จึงถูกนำมาใช้งานอย่างแพร่หลาย เช่น งานก่ออิฐ งานเทพื้นคอนกรีตทั่วไป หรือใช้ผสมปูนฉาบในชั้นแรก
-
ทรายถม (ทรายขี้เป็ด): จัดเป็นทรายดำประเภทหนึ่งแต่มีคุณภาพต่ำที่สุด มีสีเทาหม่นและมักมีดิน เลน หรือเศษหินปนเปื้อนอยู่มาก ทรายประเภทนี้ไม่สามารถนำมาผสมปูนเพื่อรับน้ำหนักได้ แต่มีราคาถูกมาก จึงนิยมนำมาใช้สำหรับงานปรับพื้นที่ งานถมที่ ดันรองพื้นก่อนเทพื้น หรือถมรอบ ๆ โครงสร้างฐานรากของบ้าน

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี