สยองลิฟต์กินคน แม่บ้านวัย 66 ชะตาขาดคาคลินิก ลำตัวอยู่ชั้น 2 ศีรษะตกอยู่ชั้น 1
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
ลิฟต์คลินิกขัดข้อง แม่บ้านวัย 66 ชะตาขาด ลำตัวอยู่ชั้น 2 ศีรษะตกอยู่ชั้น 1 พนักงานช็อกเจอภาพสยองติดตา
เกิดเหตุโศกนาฏกรรมสุดสยองใจกลางเมืองไถหนาน เมื่อลิฟต์ขนของในคลินิกจักษุแพทย์เกิดขัดข้องกะทันหัน หนีบตัดคอแม่บ้านวัย 66 ปี ขาดสะบั้น เสียชีวิตคาที่ในสภาพสุดเวทนา ด้านบริษัทซ่อมบำรุงเผยตรวจพบอาการ "น้ำมันรั่ว" คาดขาดการบำรุงรักษามาเป็นเวลานาน
เหตุการณ์ลิฟต์ "กินคน" ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 12:21 น. ของวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ภายในคลินิกจักษุแพทย์แห่งหนึ่งบนถนนหลินเซิน ช่วงที่ 1 เขตตงฉี เมืองไถหนาน ไต้หวัน ท่ามกลางบรรยากาศการตรวจรักษาที่เงียบสงบ จู่ ๆ พนักงานและคนไข้ต่างต้องสะดุ้งตกใจเมื่อได้ยินเสียงดัง "ปัง" สนั่นมาจากทางด้านหลังตึก ซึ่งเป็นจุดติดตั้งลิฟต์สำหรับขนของ เมื่อเจ้าหน้าที่ในคลินิกเดินไปตรวจสอบตามเสียง ก็ต้องช็อกสุดขีดกับภาพความสยดสยองตรงหน้าชนิดที่จะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต
นาทีลิฟต์มรณะหนีบสยอง ร่างและศีรษะแยกจากกันคนละชั้น
จากการสืบสวนเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ก่อนเกิดเหตุ นางซู แม่บ้านประจำคลินิกวัย 66 ปี กำลังโดยสารลิฟต์ขนของดังกล่าวเพื่อขึ้นไปยังชั้น 2 สำหรับปฏิบัติงานทำความสะอาดตามปกติ ทว่าในระหว่างที่ตัวลิฟต์กำลังเคลื่อนที่ ระบบกลไกกลับเกิดการขัดข้องอย่างรุนแรงและเกิดการหนีบกระแทกขึ้นโดยไม่คาดคิด
เมื่อเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุในเวลา 12:29 น. ก็พบความจริงอันน่าสลดเมื่อประตูลิฟต์ได้กลายสภาพเป็นเครื่องประหารหนีบเข้าที่ลำคอของนางซูจนขาดสะบั้น ส่งผลให้ร่างไร้ศีรษะของเธอนอนคว่ำจมกองเลือดอยู่บริเวณช่องลิฟต์ของชั้น 2 ในขณะที่ส่วนหัวได้ร่วงหล่นลงมาอยู่ที่พื้นของชั้น 1 เจ้าหน้าที่จึงทำได้เพียงยืนยันการเสียชีวิตในที่เกิดเหตุเนื่องจากสภาพศพไม่มีสัญญาณชีพแล้ว และมอบหมายให้ทางตำรวจเข้าปิดล้อมพื้นที่เพื่อเก็บหลักฐานทันที ขณะที่ทางคลินิกได้เร่งติดป้าย "งดตรวจในวันนี้" เพื่อเคลียร์พื้นที่

ครอบครัวใจสลาย สามีเห็นสภาพศพภรรยา
เมื่อสามีของนางซูได้รับแจ้งข่าวร้ายและเดินทางมาถึงคลินิก เขาถึงกับทรุดฮวบลงกับพื้นและร่ำไห้อย่างหนักจนแทบไม่สามารถพยุงตัวเองให้ยืนไหว เมื่อต้องมาเห็นสภาพการจากไปอันน่าสยดสยองของภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ดูแลอาคารที่ยังคงอยู่ในอาการขวัญผวา โดยเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ตอนเกิดเหตุตนได้ยินเสียงระบบทำงานผิดปกติจึงเดินมาดู แต่ไม่คาดคิดว่าจะต้องมาเจอเหตุการณ์นองเลือดขนาดนี้
ช่างเผยปม "น้ำมันรั่ว" คาดขาดการดูแลจนเป็นเหตุ
หลังเกิดเหตุไม่นาน เจ้าหน้าที่ได้เรียกตัวบริษัทผู้ให้บริการซ่อมบำรุงลิฟต์เข้ามาตรวจสอบระบบอย่างเร่งด่วน ซึ่งทางช่างซ่อมบำรุงได้เปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นว่า จากการเข้าสำรวจภายในห้องเครื่องของลิฟต์ตัวดังกล่าว พบร่องรอยของ "น้ำมันรั่วไหล" จึงตั้งข้อสันนิษฐานว่า อุปกรณ์และกลไกหลักอาจขาดการเปลี่ยนน้ำมันหล่อลื่นหรือไม่ได้เปลี่ยนอะไหล่ตามรอบการบำรุงรักษามาเป็นเวลานาน จนส่งผลให้ระบบล็อกประตูหรือการเคลื่อนที่ของลิฟต์เกิดอาการติดขัดและทำงานผิดพลาดจนเกิดเรื่องเศร้า
หนึ่งในเจ้าหน้าที่ผู้ร่วมปฏิบัติงานในที่เกิดเหตุกล่าวเตือนสติว่า อุบัติเหตุครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ครั้งใหญ่ หากลิฟต์โดยสารหรือลิฟต์ขนของเริ่มมีเสียงดังผิดปกติ มีอาการกระตุก ค้าง หรือระบบล็อกประตูทำงานไม่สมบูรณ์ ห้ามปล่อยผ่านหรือคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยเด็ดขาด เพราะความประมาทเพียงนิดเดียวอาจทำให้คนที่ทำมาหากินอย่างสุจริตต้องจบชีวิตโดยไม่มีโอกาสได้กลับบ้านอีก
หน่วยงานแรงงานสั่งปูพรมตรวจ ยึดภาพวงจรปิดส่งอัยการ
ทางด้านผู้บริหารของคลินิกจักษุแพทย์ได้ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใด ๆ กับสื่อมวลชนโดยระบุสั้น ๆ ว่า "ไม่ขอแสดงความคิดเห็น" อย่างไรก็ตาม หน่วยงานตรวจสอบแรงงานของไต้หวันได้เข้ามาแทรกแซงคดีนี้ทันที พร้อมเปิดฉากสืบสวนสอบสวนในเชิงลึก โดยจะทำการตรวจสอบตั้งแต่สภาพแวดล้อมการทำงาน ประวัติการแจ้งซ่อมและบำรุงรักษาลิฟต์ย้อนหลังทั้งหมด รวมถึงขอบเขตความรับผิดชอบในการบริหารจัดการของผู้ว่าจ้าง
ขณะนี้ สถานีตำรวจภูธรเมืองไถหนานส่วนที่ 1 ได้ทำการอายัดและทบทวนภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิดทุกตัวในที่เกิดเหตุเรียบร้อยแล้ว และเตรียมส่งเรื่องพร้อมผลชันสูตรพลิกศพไปยังพนักงานอัยการเพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี