หามส่งไอซียู "นักร้องสาวชื่อดัง" ติดเชื้อในกระแสเลือด แพทย์เผย 7 สัญญาณเตือน

หามส่งไอซียู "นักร้องสาวชื่อดัง" ติดเชื้อในกระแสเลือด แพทย์เผย 7 สัญญาณเตือน

หามส่งไอซียู "นักร้องสาวชื่อดัง" ติดเชื้อในกระแสเลือด แพทย์เผย 7 สัญญาณเตือน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

นักร้องสาวชื่อดังวัย 46 ปี ไข้สูง ติดเชื้อในกระแสเลือด แพทย์เผย 7 สัญญาณเตือน รู้เร็วเพิ่มโอกาสรอด

เมื่อวันที่ 14 ที่ผ่านมา ผู้จัดการส่วนตัวของ แลนดี้ เหวิน (Landy Wen) วัย 46 ปี นักร้องชื่อดังชาวไต้หวัน ได้ออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า นักร้องสาวมีอาการไข้สูงติดต่อกันไม่ลด ร่วมกับมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง จึงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน โดยแพทย์วินิจฉัยว่าเธอเกิดภาวะ "ช็อกจากการติดเชื้อในกระแสเลือด" (Septic Shock) และขณะนี้กำลังพักรักษาตัวอยู่ในห้องผู้ป่วยหนัก (ICU) ส่งผลให้ต้องยกเลิกงานและตารางนัดหมายต่อสาธารณะทั้งหมดทันที ท่ามกลางความเป็นห่วงของเพื่อนๆ ในวงการและแฟนเพลง

ทำความรู้จัก "ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด" ภัยเงียบคร่าชีวิต

ข้อมูลจากโรงพยาบาลทหารผ่านศึกกรุงไทเป (Taipei Veterans General Hospital) ระบุว่า ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด เกิดจากการที่ร่างกายได้รับเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อรา จนกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองรุนแรงเกินไปจนเกิดการอักเสบทั่วร่างกาย ในรายที่รุนแรงอาจทำให้ความดันโลหิตลดต่ำลง เกิดอาการช็อก ไตวาย และนำไปสู่ "ภาวะอวัยวะล้มเหลวหลายระบบ" (Multiple Organ Failure) ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตและจำเป็นต้องได้รับการดูแลในห้อง ICU อย่างใกล้ชิด

จากสถิติของโรงพยาบาลคริสเตียนเจียอี้ พบว่า ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการเจ็บป่วยและเสียชีวิตในห้อง ICU โดยมี อัตราการเสียชีวิตสูงถึง 30% - 50%

7 สัญญาณเตือนที่ต้องสังเกต

  1. ความดันโลหิต: ลดต่ำลง

  2. อุณหภูมิร่างกาย: ไข้สูงกว่า 38°C หรือตัวเย็นจัดต่ำกว่า 36°C

  3. ผิวหนัง: มีรอยเขียวช้ำ (จ้ำเลือด) หรือผิวมีลายหินอ่อน (Mottled skin)

  4. ระบบขับถ่าย: ปัสสาวะน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

  5. ระบบประสาท: ซึม สับสน ง่วงนอนตลอดเวลา หรือไม่ตอบสนองต่อเสียงและความเจ็บปวด

  6. ชีพจร: หัวใจเต้นเร็วเกิน 90 ครั้งต่อนาที

  7. การหายใจ: หายใจหอบถี่เกิน 20 ครั้งต่อนาที

(หากเจาะเลือดตรวจเพิ่มเติม มักพบค่าระดับน้ำตาลในเลือดผิดปกติ และมีปริมาณเม็ดเลือดขาวสูงกว่า 12,000 หรือต่ำกว่า 4,000 ตัวต่อมิลลิลิตร)

ทุกนาทีมีค่า "ช้า 1 ชั่วโมง โอกาสรอดลดลง 12%"

แนวทางการรักษาทางการแพทย์ล่าสุด (Surviving Sepsis Campaign - SSC) ระบุว่า กุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ป่วยรอดชีวิตคือ "ความรวดเร็วในการรักษา"

  • Golden Hour: แพทย์ต้องให้ยาปฏิชีวนะที่มีประสิทธิภาพสูงทางหลอดเลือดดำ ภายใน 1 ชั่วโมง หลังวินิจฉัยพบโรค ควบคู่ไปกับการให้น้ำเกลือในปริมาณมาก ยาขยายหลอดเลือด/กระตุ้นหัวใจ และออกซิเจนเพื่อพยุงอาการให้คงที่

  • งานวิจัยเตือนช้าไม่ได้: ผลการศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างผู้ป่วยชาวแคนาดากว่า 2,700 ราย ชี้ชัดว่า ทุกๆ 1 ชั่วโมงที่รับการรักษาล่าช้า อัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยจะลดลงเกือบ 12%

โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์จีน (CMUH) จึงเน้นย้ำและฝากเตือนให้ทุกคนคอยหมั่นสังเกตอาการของตนเองและคนในครอบครัว หากมีแผลหรือการติดเชื้อในร่างกายและเริ่มมีอาการอักเสบพ่วงด้วย 7 สัญญาณข้างต้น ควรรีบมาพบแพทย์โดยด่วนเพื่อไม่ให้เสียโอกาสทองในการรักษาครับ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล