กินสิ่งนี้อันตรายกว่ากินข้าว! กูรูเตือนแค่ 1 ชาม ดันค่า "ยูเรียไนโตรเจน" พุ่ง 3.5 เท่า

กินสิ่งนี้อันตรายกว่ากินข้าว! กูรูเตือนแค่ 1 ชาม ดันค่า "ยูเรียไนโตรเจน" พุ่ง 3.5 เท่า

กินสิ่งนี้อันตรายกว่ากินข้าว! กูรูเตือนแค่ 1 ชาม ดันค่า "ยูเรียไนโตรเจน" พุ่ง 3.5 เท่า
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

กินเส้นอันตรายกว่ากินข้าว! เผยบะหมี่ 1 ชาม ดันค่า "ยูเรียไนโตรเจน" พุ่ง 3.5 เท่า เสี่ยงไตเสื่อม

หลายคนมักนิยมรับประทานอาหารประเภทเส้นในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นขนมปัง มะกะโรนี หรือบะหมี่ ทว่าผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการได้ออกมาเตือนว่า สำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังแล้ว การกินเส้นส่งผลเสียต่อไตมากกว่าการกินข้าว

เนื่องจากกระบวนการเผาผลาญกลูเตนและกรดอะมิโนบางชนิดในแป้งสาลี จะสร้างของเสียในรูปของยูเรียไนโตรเจน (BUN) ออกมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งหากสะสมในร่างกายเป็นเวลานานอาจทำให้ไตทำงานหนักและนำไปสู่ภาวะปัสสาวะเป็นพิษ (Uremia) ได้

ทำไมกินเส้นถึงส่งผลเสียต่อ "ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง"

อาหารประเภทเส้นทำมาจากแป้งสาลีซึ่งมีกลูเตน (Gluten) ในปริมาณสูง โดยกลูเตนนี้เมื่อผ่านกระบวนการเผาผลาญในร่างกายจะผลิตของเสียอย่างยูเรียไนโตรเจนออกมามากกว่าปกติ ประกอบกับในแป้งสาลีมีกรดอะมิโน 2 ชนิด คือ กรดกลูตามิก (Glutamic acid) และโพรลีน (Proline) ซึ่งเมื่อสลายตัวแล้วก็จะกลายเป็นยูเรียไนโตรเจนเช่นกัน

สำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่มีประสิทธิภาพในการขับของเสียลดลงอยู่แล้ว การกินเส้นเป็นประจำจึงทำให้ของเสียเหล่านี้ตกค้างและสะสมในร่างกาย จนทำให้ไตเสื่อมสภาพลงอย่างรวดเร็ว

iStockphoto

เผยบะหมี่ 1 ชาม สร้างของเสียพุ่งสูงกว่าข้าวสวย 3.5 เท่า

จากการวิเคราะห์ทางโภชนาการพบว่า ปริมาณยูเรียไนโตรเจนที่เกิดจากการรับประทานบะหมี่ 1 ชาม มีค่าสูงกว่าการรับประทานข้าวสวย 1 ถ้วยถึง 3.5 เท่า ทั้งนี้ หากร่างกายมีระดับยูเรียไนโตรเจนสูงเกินไปเป็นเวลานานจนกลายเป็นภาวะปัสสาวะเป็นพิษ ผู้ป่วยจะมีอาการผิวแห้งคัน อ่อนเพลียตลอดทั้งวัน ความจำลดลง และในกรณีที่รุนแรงอาจอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้

คำแนะนำในการบริโภคสำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังในแต่ละระยะ มีดังนี้:

  • ผู้ป่วยระยะเริ่มต้น: (อัตราการกรองของไตหรือ GFR อยู่ที่ประมาณ 90 แต่เริ่มมีโปรตีนรั่วในปัสสาวะ) สามารถรับประทานอาหารประเภทเส้นได้สัปดาห์ละ 1 วัน (ประมาณ 1–2 มื้อ)
  • ผู้ป่วยระยะที่ 3 ถึง 5: (ค่า GFR ต่ำกว่า 60) ควรเลือกรับประทานข้าวสวยเป็นหลัก และจำกัดการกินเส้นให้เหลือเพียง 1–2 มื้อต่อสัปดาห์เท่านั้น ไม่ควรรับประทานทุกวัน

เตือนลดพลังงานฮวบฮาบ ยิ่งเร่งของเสียพุ่งสูง

นอกจากการควบคุมอาหารประเภทเส้นแล้ว ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังหลายรายมักเข้าใจผิดด้วยการลดปริมาณแคลอรีต่อวันลงอย่างรวดเร็วเพื่อควบคุมโรค ซึ่งพฤติกรรมนี้กลับส่งผลเสียอย่างรุนแรง เนื่องจากเมื่อร่างกายได้รับพลังงานไม่เพียงพอ ระบบภายในจะเริ่มสลายกล้ามเนื้อตัวเองมาใช้เป็นพลังงานแทน ส่งผลให้ระดับยูเรียไนโตรเจนในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าเดิม

สรุปแนวทางการกินอาหารเพื่อถนอมไต

ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังไม่ควรมุ่งเน้นไปที่การควบคุมปริมาณโปรตีนเพียงอย่างเดียว แต่การเลือกประเภทของอาหารหลักก็ส่งผลต่อการทำงานของไตเช่นกัน ดังนั้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน โดยลดอาหารประเภทเส้นและเปลี่ยนมาเน้นข้าวสวย จะช่วยชะลอการเสื่อมของไตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แหล่งอ้างอิง

  1. ETtoday
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล