ช็อก! หญิงพุงโย้เหมือนใกล้คลอด หมอผงะผ่า "ก้อนยักษ์" 5 กก. ซ้ำร้ายเคยตัดไปแล้ว 6 กก.

ช็อก! หญิงพุงโย้เหมือนใกล้คลอด หมอผงะผ่า "ก้อนยักษ์" 5 กก. ซ้ำร้ายเคยตัดไปแล้ว 6 กก.

ช็อก! หญิงพุงโย้เหมือนใกล้คลอด หมอผงะผ่า "ก้อนยักษ์" 5 กก. ซ้ำร้ายเคยตัดไปแล้ว 6 กก.
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

นาทีระทึก! หมอผ่าตัดช่วยชีวิตหญิงท้องโย้ พบ "Liposarcoma" ก้อนเนื้อยักษ์อัดแน่นเต็มช่องท้อง

อุทาหรณ์พุงโตผิดปกติ... สาวใหญ่ตัดพ้อ มะเร็งร้ายกลับมาซ้ำรอย รอบนี้หนัก 5 กิโลฯ เบียดอวัยวะจนเกือบพัง

กลายเป็นอุทาหรณ์สำหรับคนที่มีอาการพุงป่องผิดปกติ เมื่อหญิงวัย 46 ปี ชาวฮานอย ต้องเผชิญกับภาวะหน้าท้องขยายใหญ่เหมือนคนกำลังจะคลอดลูก หลังจากทนเจ็บท้องและน้ำหนักลดฮวบมานานหลายเดือน ก่อนจะพบความจริงสุดสะพรึงว่ามีก้อนเนื้อมะเร็งขนาดมหึมาซ่อนอยู่ข้างใน

ฝันร้ายที่กลับมาซ้ำรอย

นางสาวเอ (นามสมมติ) เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในสภาพร่างกายทรุดโทรม แพทย์ต้องตกตะลึงเมื่อผลการตรวจพบก้อนเนื้อขนาด 30x25 เซนติเมตร หนักถึง 5 กิโลกรัม อัดแน่นอยู่ในช่องท้อง สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว เธอเคยผ่าตัดเนื้องอกแบบเดียวกันนี้ออกไปแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นก้อนเนื้อมีน้ำหนักมากถึง 6 กิโลกรัม

แพทย์วินิจฉัยว่าเธอเป็น Liposarcoma (มะเร็งเนื้อเยื่ออ่อนที่เกิดจากเซลล์ไขมัน) ชนิดกลับมาเป็นซ้ำ ซึ่งเป็นมะเร็งที่อันตรายและมักเติบโตอย่างเงียบเชียบในเนื้อเยื่อส่วนลึกหลังช่องท้อง

การผ่าตัดสุดหิน 4 ชั่วโมงครึ่ง

รศ.ดร.พญ.เหงียน อัญ ตวน ผู้อำนวยการฝ่ายศัลยกรรม โรงพยาบาลเฟืองดง เปิดเผยว่า เคสนี้มีความซับซ้อนสูงมาก เนื่องจากเป็นก้อนเนื้อที่โตซ้ำในตำแหน่งเดิมที่มีพังผืดจากการผ่าตัดครั้งก่อน

  • เบียดทุกอวัยวะ: ก้อนเนื้อขนาดใหญ่ได้ดันตับอ่อน ลำไส้เล็ก และลำไส้ใหญ่ไปกองอยู่ทางขวาจนผิดรูป

  • ตำแหน่งอันตราย: ตัวก้อนเนื้อโอบรัดไตและท่อไตขวาไว้แน่น แถมยังติดหนึบกับเส้นเลือดดำใหญ่และผนังหน้าท้อง หากพลาดเพียงนิดเดียวอาจเกิดการตกเลือดอย่างรุนแรงถึงแก่ชีวิตได้

ทีมแพทย์ต้องใช้ความระมัดระวังสูงสุดในการเลาะพังผืดและประคองอวัยวะสำคัญ โดยใช้เวลาผ่าตัดยาวนานกว่า 4 ชั่วโมงครึ่ง จนสามารถนำก้อนเนื้อหนัก 5 กิโลกรัมออกมาได้สำเร็จ ปัจจุบันผู้ป่วยพ้นขีดอันตรายและอยู่ในช่วงพักฟื้น

คำเตือน! อย่าคิดว่าแค่ "อ้วนขึ้น" หรือ "ท้องอืด"

มะเร็งชนิด Liposarcoma มีลักษณะพิเศษคือ "โตเงียบ" เนื่องจากช่องท้องเป็นส่วนที่ขยายตัวได้มาก ทำให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกเจ็บปวดในช่วงแรก และมักเข้าใจผิดว่าตัวเองแค่พุงโตขึ้นเพราะอ้วน หรือมีปัญหาการย่อยอาหารธรรมดา กว่าจะรู้ตัวก้อนเนื้อก็อาจหนักหลายกิโลกรัมและเข้าไปเบียดระบบหายใจหรือระบบขับถ่ายจนล้มเหลว

กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีว่า อย่าละเลยสัญญาณผิดปกติจากร่างกายเพียงเพราะคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย หากพบว่าหน้าท้องโตขึ้นอย่างรวดเร็ว มีอาการแน่นท้อง อิ่มไว หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียด การตรวจสุขภาพประจำปีและการสังเกตตัวเองคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ตรวจพบโรคร้ายได้ทันเวลา ก่อนที่ก้อนเนื้อขนาดเล็กจะกลายเป็นเพชฌฆาตเงียบที่ย้อนกลับมาทำร้ายเราเป็นครั้งที่ 2

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล