เข้าห้องน้ำบ่อยแค่ไหนถึงปกติ? หมอเตือนนิสัย "ปวดปั๊บเข้าปุ๊บ" เสี่ยงฉี่เล็ดไม่รู้ตัว

เข้าห้องน้ำบ่อยแค่ไหนถึงปกติ? หมอเตือนนิสัย "ปวดปั๊บเข้าปุ๊บ" เสี่ยงฉี่เล็ดไม่รู้ตัว

เข้าห้องน้ำบ่อยแค่ไหนถึงปกติ? หมอเตือนนิสัย "ปวดปั๊บเข้าปุ๊บ" เสี่ยงฉี่เล็ดไม่รู้ตัว
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ปวดนิดเดียวก็วิ่งเข้าห้องน้ำ? แพทย์อังกฤษเตือน "ปัสสาวะทุกชั่วโมง" พฤติกรรมยอดแย่ เสี่ยงทำปัสสาวะเล็ด

หลายคนคิดว่ามีปวดปัสสาวะเมื่อไรก็ควรรีบเข้าห้องน้ำทันที แต่แพทย์อังกฤษเตือนว่า หากเข้าห้องน้ำถี่ทุกชั่วโมงเป็นประจำ อาจทำให้ร่างกายคุ้นชินกับสัญญาณปวดปัสสาวะที่ไวเกินไป และเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาปัสสาวะเล็ดแบบปวดปัสสาวะฉับพลันได้

เว็บไซต์ ETtoday รายงานคำแนะนำของ นพ. คารัน ราจัน แพทย์จากสหราชอาณาจักร ซึ่งระบุว่า แม้ดื่มน้ำเพียงพอ โดยทั่วไปควรมีระยะห่างของการปัสสาวะเฉลี่ยประมาณ 2-4 ชั่วโมง ขณะที่ข้อมูลจาก NHS ระบุว่า ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่สามารถดูแลได้หลายวิธี เช่น การปรับพฤติกรรม การฝึกกระเพาะปัสสาวะ และการบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน

ปวดปัสสาวะนิดเดียวแล้วรีบไป อาจทำให้สมองจำสัญญาณผิด

นพ. ราจัน อธิบายว่า กระเพาะปัสสาวะกับสมองมีระบบส่งสัญญาณกันอยู่ เมื่อกระเพาะปัสสาวะค่อย ๆ เก็บน้ำปัสสาวะ ผนังกระเพาะปัสสาวะจะยืดออก และตัวรับการยืดตัวจะส่งสัญญาณไปยังสมองให้เริ่มรู้สึกปวดปัสสาวะ

โดยทั่วไป เมื่อกระเพาะปัสสาวะมีน้ำปัสสาวะประมาณ 150-200 มิลลิลิตร หรือราวครึ่งหนึ่งของความจุ ร่างกายอาจเริ่มรู้สึกปวดปัสสาวะเล็กน้อย ซึ่งถือเป็นกลไกปกติ แต่ไม่ได้แปลว่าต้องรีบเข้าห้องน้ำทันทีทุกครั้ง

หากเพียงแค่เริ่มรู้สึกปวดเล็กน้อยก็รีบไปปัสสาวะทุกครั้งเป็นเวลานาน สมองอาจเริ่มปรับตัวและเข้าใจว่า กระเพาะปัสสาวะมีน้ำปัสสาวะเพียง 50-100 มิลลิลิตรก็ควรต้องปัสสาวะแล้ว ทำให้ความรู้สึกปวดปัสสาวะเกิดถี่ขึ้นและแรงขึ้น

ปัสสาวะทุกชั่วโมงเสี่ยงอะไร

ตามคำอธิบายของ นพ. ราจัน เมื่อตัวรับการยืดตัวของกระเพาะปัสสาวะไวเกินไป อาจส่งสัญญาณปวดปัสสาวะทั้งที่น้ำปัสสาวะยังมีปริมาณไม่มาก คล้ายกับการเกิดสัญญาณเตือนผิด ๆ ซ้ำ ๆ

ภาวะนี้อาจเกี่ยวข้องกับอาการปัสสาวะเล็ดแบบปวดปัสสาวะฉับพลัน ซึ่งหมายถึงการเกิดความรู้สึกปวดปัสสาวะรุนแรงขึ้นมาอย่างกะทันหัน และอาจไปเข้าห้องน้ำไม่ทันจนมีปัสสาวะเล็ดออกมา

อย่างไรก็ตาม การปัสสาวะบ่อยไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมเพียงอย่างเดียวเสมอไป อาจเกี่ยวข้องกับการดื่มน้ำมาก คาเฟอีน แอลกอฮอล์ การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เบาหวาน การตั้งครรภ์ ยาบางชนิด หรือโรคประจำตัวอื่น ๆ หากมีอาการผิดปกติร่วมด้วยควรพบแพทย์

iStockphoto

วิธีรับมือเมื่อปวดปัสสาวะฉับพลัน

นพ. ราจัน แนะนำว่า หากเกิดอาการปวดปัสสาวะฉับพลัน ควรหยุดกิจกรรมก่อน อยู่นิ่ง ๆ และพยายามเกร็งกับคลายกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานสลับกันอย่างรวดเร็ว เพื่อส่งสัญญาณไปยังสมองให้ช่วยลดแรงกระตุ้นของการปัสสาวะ

แนวทางนี้สอดคล้องกับคำแนะนำของ NHS ที่ระบุว่า การบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานสามารถช่วยลดปัญหาปัสสาวะเล็ดได้ และการฝึกกระเพาะปัสสาวะเป็นหนึ่งในวิธีดูแลภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่โดยไม่ต้องเริ่มจากยา หรือการผ่าตัดในบางกรณี

ทั้งนี้ ไม่ควรเข้าใจผิดว่าต้องกลั้นปัสสาวะจนปวดมากหรือฝืนจนทรมาน เพราะการฝึกพฤติกรรมควรทำอย่างเหมาะสม และหากมีโรคประจำตัวหรืออาการผิดปกติ ควรขอคำแนะนำจากแพทย์ก่อน

สัญญาณแบบไหนควรไปพบแพทย์

หากปัสสาวะบ่อยมากผิดปกติ ปัสสาวะแสบขัด มีเลือดปน ปวดท้องน้อย มีไข้ กระหายน้ำมากผิดปกติ น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ปัสสาวะเล็ดรบกวนชีวิตประจำวัน หรือปวดปัสสาวะกลางคืนบ่อยจนกระทบการนอน ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุ

การปวดปัสสาวะบ่อยอาจเป็นเรื่องพฤติกรรมได้ในบางคน แต่ก็อาจเป็นสัญญาณสุขภาพที่ต้องได้รับการดูแลเช่นกัน การสังเกตความถี่ของการเข้าห้องน้ำ ลักษณะอาการร่วม และการปรับพฤติกรรมอย่างเหมาะสม จึงเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าการรีบเข้าห้องน้ำทุกครั้งที่รู้สึกปวดเล็กน้อย

แหล่งอ้างอิง

  1. ETtoday
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล