อยู่ยากแล้ว! ผลวิจัยพบ "ไมโครพลาสติก" ในร่างกายคนไทยกว่า 80% ช็อก ตัวการอยู่ใกล้ตัวทั้งนั้น!!

อยู่ยากแล้ว! ผลวิจัยพบ "ไมโครพลาสติก" ในร่างกายคนไทยกว่า 80% ช็อก ตัวการอยู่ใกล้ตัวทั้งนั้น!!

อยู่ยากแล้ว! ผลวิจัยพบ "ไมโครพลาสติก" ในร่างกายคนไทยกว่า 80% ช็อก ตัวการอยู่ใกล้ตัวทั้งนั้น!!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ช็อกผลวิจัย พบไมโครพลาสติกในร่างกายคนไทยกว่า 80% น้ำขวด-อาหารทะเลเสี่ยงใกล้ตัว

สถานการณ์ “ไมโครพลาสติก” ในประเทศไทยกำลังสร้างความกังวลอย่างหนัก หลังหน่วยงานด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมเปิดผลวิจัยล่าสุด พบคนไทยมีอนุภาคพลาสติกสะสมในร่างกายสูงถึงกว่า 80% สะท้อนปัญหาที่ไม่ได้อยู่ไกลตัว แต่แฝงอยู่ในชีวิตประจำวัน ทั้งน้ำดื่ม อาหารทะเล และสิ่งแวดล้อมรอบตัว

ข้อมูลจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสมาคมสถาบันอุดมศึกษาสิ่งแวดล้อมไทย และเครือข่ายนักวิจัย ระบุว่า การปนเปื้อนดังกล่าวเกิดขึ้นจริงแล้วในสังคมไทย และกำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญด้านสาธารณสุขที่ต้องเร่งรับมือ

ตรวจพบในร่างกายจริง ทั้งปัสสาวะและอุจจาระ

รศ.ดร.อุมา ลางคุลเสน คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า จากการตรวจตัวอย่างของเสียในร่างกายประชาชน พบไมโครพลาสติกในสัดส่วนมากกว่า 80% โดยพบในปัสสาวะเฉลี่ย 3.24 ชิ้นต่อ 100 มิลลิลิตร และในอุจจาระเฉลี่ย 3.6 ชิ้นต่อ 20 กรัม

พลาสติกที่พบส่วนใหญ่เป็นชนิดจากขยะใช้ครั้งเดียว เช่น PP, PE และ PET รวมถึงกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงอย่าง PVC, PU และ PS ซึ่งสะท้อนว่าการรับไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกายเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยไม่รู้ตัว

ทั้งนี้ ปัจจุบันยังไม่มีค่ามาตรฐานความปลอดภัยที่ชัดเจน ทำให้เกิดความกังวลถึงผลกระทบระยะยาว เช่น ความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง และพัฒนาการของระบบประสาท

น้ำดื่มขวด-อาหารทะเล ตัวการใกล้ตัว

ผลการศึกษาชี้ว่า แหล่งปนเปื้อนหลักเชื่อมโยงกับพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยเฉพาะน้ำดื่มบรรจุขวดแบบถ้วยที่พบไมโครพลาสติกสูงสุดถึง 382 ชิ้นต่อลิตร และขวดพลาสติกแบบ PET พบสูงสุด 331 ชิ้นต่อลิตร

นอกจากนี้ ยังพบในอาหารที่คนไทยบริโภคเป็นประจำ เช่น ปลาทูเฉลี่ย 78 ชิ้นต่อตัว รวมถึงน้ำแข็ง เกลือ และสัตว์น้ำเศรษฐกิจอย่างกุ้ง หอยแครง และปลากะพง โดยเฉพาะในพื้นที่ปากแม่น้ำภาคตะวันออก ซึ่งเป็นจุดสะสมสำคัญของขยะพลาสติก

ฤดูฝนยิ่งหนัก ไมโครพลาสติกเพิ่มขึ้นชัด

รศ.ดร.รัฐชา ชัยชนะ หัวหน้าโครงการวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุว่า ทีมวิจัยใช้เทคนิคตรวจวัดละเอียดระดับ 50 ไมโครเมตร ทำให้พบไมโครพลาสติกมากกว่าวิธีมาตรฐานถึง 42 เท่า สะท้อนว่าสถานการณ์จริงรุนแรงกว่าที่เคยประเมิน

นอกจากนี้ ยังพบว่าปริมาณไมโครพลาสติกในน้ำเพิ่มสูงในช่วงฤดูฝน ขณะที่สัตว์น้ำบางชนิดมีการสะสมสูงในฤดูแล้ง แสดงให้เห็นถึงความผันแปรตามฤดูกาล

ต้นตอปัญหา อยู่ที่ระบบจัดการขยะ

ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการมูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ชี้ว่า ปัญหาหลักมาจากระบบจัดการขยะที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ ประเทศไทยมีขยะมูลฝอยสูงถึง 27.2 ล้านตันต่อปี หรือเฉลี่ย 1.2 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน แต่ยังขาดการคัดแยกตั้งแต่ต้นทาง

เมื่อขยะพลาสติกหลุดรอดสู่สิ่งแวดล้อม ก็จะค่อยๆ แตกตัวเป็นไมโครพลาสติก และย้อนกลับเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารของมนุษย์ในที่สุด

คนไทยยังรู้ไม่ทัน เสี่ยงสะสมระยะยาว

ผศ.ดร.สตรีไทย พุ่มไม้ นักวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุว่า แม้คนไทยจะใช้พลาสติกจำนวนมากในชีวิตประจำวัน แต่ยังมีความรู้เกี่ยวกับไมโครพลาสติกในระดับต่ำ ไม่สามารถระบุแหล่งที่มาหรือความเสี่ยงได้ชัดเจน ซึ่งเป็นช่องว่างสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข

ผลกระทบไม่ได้จำกัดแค่สิ่งแวดล้อม แต่ยังลามไปถึงความมั่นคงทางอาหาร เศรษฐกิจชุมชน และสุขภาพของประชาชนในระยะยาว

เร่งผลักดันนโยบาย ก่อนปัญหาบานปลาย

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการ สสส. ระบุว่า แนวทางสำคัญคือการ “ป้องกันก่อนเกิดโรค” โดยต้องผลักดันผลวิจัยให้กลายเป็นนโยบายระดับชาติ ทั้งการลดใช้พลาสติก การจัดการขยะ และการเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพ

สถานการณ์ไมโครพลาสติกในไทยจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นวิกฤตเงียบที่กำลังคืบคลานเข้าสู่ร่างกายของคนไทยทุกวัน หากไม่เร่งแก้ไขตั้งแต่วันนี้ อาจกลายเป็นปัญหาสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่ยากจะควบคุมในอนาคต

แหล่งอ้างอิง

  1. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล