แพทย์เผย 1 วิธีทดสอบง่ายๆ บอกได้ว่าผู้ป่วย "กำลังจะตาย" เหลือเวลาแค่ 24 ชั่วโมง

แพทย์เผย 1 วิธีทดสอบง่ายๆ บอกได้ว่าผู้ป่วย "กำลังจะตาย" เหลือเวลาแค่ 24 ชั่วโมง

แพทย์เผย 1 วิธีทดสอบง่ายๆ บอกได้ว่าผู้ป่วย "กำลังจะตาย" เหลือเวลาแค่ 24 ชั่วโมง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

แพทย์เผย 1 วิธีทดสอบง่ายๆ บอกได้ว่าผู้ป่วยระยะสุดท้ายใกล้เสียชีวิต เหลือเวลาอีกแค่ 24 ชั่วโมง 

นักวิจัยเปิดเผยว่า วิธีการตรวจเช็กง่ายๆ ข้างเตียงผู้ป่วย อาจช่วยให้แพทย์สามารถคาดการณ์ได้ว่าผู้ป่วยจะเสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมงหรือไม่ ซึ่งจะช่วยให้ครอบครัวมีเวลาเตรียมใจและเตรียมตัวสำหรับช่วงเวลาสุดท้ายได้อย่างเหมาะสม

เทคนิคการเช็ก "Corneal Reflex"

เทคนิคนี้เรียกว่าการเช็ก "Corneal Reflex" หรือ ปฏิกิริยาสะท้อนกลับของกระจกตา ซึ่งเป็นการกะพริบตาโดยอัตโนมัติเมื่อมีสิ่งสัมผัสที่พื้นผิวดวงตา นักวิทยาศาสตร์พบว่าหากผู้ป่วยสูญเสียปฏิกิริยานี้ไปแล้ว มีโอกาสสูงมากที่จะจากไปภายในหนึ่งวัน

ทำไมการคาดการณ์เวลาจึงสำคัญ?

ดร. จุง ฮุน คัง ผู้อำนวยการศูนย์บริบาลผู้ป่วยประคับประคอง (Hospice) แห่งมหาวิทยาลัยคยองซัง ประเทศเกาหลีใต้ ผู้นำการวิจัยระบุว่า หนึ่งในคำถามที่ญาติมักถามแพทย์บ่อยที่สุดคือ "เหลือเวลาอีกเท่าไหร่?"

"สมาชิกในครอบครัวมักให้ความสำคัญกับการได้อยู่เคียงข้างผู้ป่วยในวินาทีสุดท้ายของชีวิต นั่นจึงนำไปสู่คำถามที่เร่งด่วนและยากลำบากว่ามีเวลาเหลืออีกแค่ไหน"

วิธีการทดสอบและผลลัพธ์

งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารสาร BMJ Supportive and Palliative Care โดยทำการศึกษาจากผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย 112 รายที่เข้าสู่การดูแลแบบประคับประคอง ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้:

วิธีการเช็ก:

พยาบาลจะตรวจสอบวันละ 3 ครั้ง โดยเข้าทางด้านข้าง (เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยตกใจจากการมองเห็น) และใช้สำลีปราศจากเชื้อหรือผ้าก๊อซสัมผัสกระจกตาเบาๆ

ผลการศึกษา:

ผู้ป่วยที่สูญเสียปฏิกิริยาสะท้อนกลับของกระจกตา (Absent) มีโอกาสเสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมงสูงกว่าปกติถึง 5 เท่า

อัตราการเสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมงของผู้ที่ไม่มีปฏิกิริยานี้อยู่ที่ 70.7%

สัญญาณอื่นๆ ที่แพทย์ใช้ประกอบ

โดยปกติ แพทย์และพยาบาลจะสังเกตสัญญาณเตือนอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น:

  • การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการหายใจ
  • ผิวหนังเริ่มมีสีคล้ำหรือเขียวช้ำจากการไหลเวียนเลือดที่แย่ลง
  • ระดับความรู้สึกตัวลดลง

บทสรุปและคำแนะนำ

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าแม้การหายไปของปฏิกิริยากระจกตาจะเป็นสัญญาณบ่งชี้ที่แข็งแกร่ง แต่หากปฏิกิริยายังคงอยู่ก็ไม่ได้แปลว่าจะการันตีว่าผู้ป่วยจะไม่จากไปในเร็ววัน นอกจากนี้ งานวิจัยดังกล่าวยังเป็นกลุ่มตัวอย่างขนาดเล็กและเจาะจงเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย จึงยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในวงกว้าง

หากเทคนิคนี้ได้รับการยืนยันและนำมาใช้จริง จะเป็นเครื่องมือที่มีค่าอย่างยิ่งที่จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ให้คำตอบที่ชัดเจนแก่ครอบครัว และช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลในช่วงสุดท้ายอย่างสงบและสมเกียรติที่สุด

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล