งานวิจัยเผย "แบบทดสอบง่ายๆ" บอกได้ว่าใครจะจากไปใน 24 ชม. แม่นยำถึง 95%

งานวิจัยเผย "แบบทดสอบง่ายๆ" บอกได้ว่าใครจะจากไปใน 24 ชม. แม่นยำถึง 95%

งานวิจัยเผย "แบบทดสอบง่ายๆ" บอกได้ว่าใครจะจากไปใน 24 ชม. แม่นยำถึง 95%
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

งานวิจัยชี้ "การทดสอบง่ายๆ" อาจบอกได้ว่าผู้ป่วยจะเสียชีวิตใน 24 ชั่วโมง หมอยืนยันแม่นยำสูงถึง 95%

การตายอาจเป็นสิ่งที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ แต่ความก้าวหน้าทางการแพทย์กำลังช่วยให้เราเข้าใจช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ล่าสุดมีงานวิจัยที่ชี้ว่า แพทย์อาจสามารถคาดการณ์ได้ว่าผู้ป่วยจะเสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมงหรือไม่ ด้วยการทดสอบอย่างง่ายข้างเตียงผู้ป่วย

ข้อมูลจากการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร BMJ Supportive and Palliative Care ระบุว่า สัญญาณสำคัญอย่างหนึ่งที่บ่งชี้ว่าผู้ป่วยอาจเข้าสู่ช่วงเวลาสุดท้าย คือ “การตอบสนองของกระจกตา” (corneal reflex) ซึ่งเป็นการกะพริบตาโดยอัตโนมัติเมื่อมีสิ่งสัมผัสดวงตา

ทดสอบเพียงเล็กน้อย แต่ให้ข้อมูลสำคัญ

งานวิจัยนี้นำโดย ดร. จอง ฮุน คัง ผู้อำนวยการศูนย์ดูแลผู้ป่วยประคับประคองแห่งของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งชาติกยองซัง ประเทศเกาหลีใต้ โดยทำการติดตามผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายจำนวน 112 ราย ซึ่งก่อนหน้านี้แพทย์ประเมินว่ามีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 2 สัปดาห์

ทีมพยาบาลได้ตรวจสอบสัญญาณใกล้เสียชีวิตในแต่ละวัน เช่น การเปลี่ยนแปลงของการหายใจ สีผิวที่คล้ำลงจากการไหลเวียนเลือดไม่ดี และระดับการรู้สึกตัวที่ลดลง พร้อมทั้งทดสอบการตอบสนองของกระจกตาวันละ 3 ครั้ง

ไม่มีรีเฟล็กซ์ เสี่ยงเสียชีวิตใน 24 ชั่วโมงสูงขึ้น

วิธีทดสอบทำได้โดยการใช้สำลีปลอดเชื้อหรือผ้าก๊อซสัมผัสเบาๆ ที่กระจกตา จากนั้นบันทึกผลว่า ผู้ป่วยยังตอบสนองตามปกติ ลดลง หรือไม่มีการตอบสนองเลย

ผลการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยที่ “ไม่มีการตอบสนอง” มีโอกาสเสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมงมากกว่าผู้ที่ยังมีรีเฟล็กซ์ถึง 5 เท่า โดยมีอัตราการเสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมงสูงถึง 70.7%

iStockphoto

ความแม่นยำสูง แต่ยังต้องศึกษาเพิ่มเติม

ดร. คัง ระบุว่า การหายไปของรีเฟล็กซ์นี้ อาจสะท้อนถึงการเสื่อมลงของก้านสมอง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการเสียชีวิตตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม การยังคงมีรีเฟล็กซ์ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เสียชีวิตในเร็ววัน

เบื้องต้น การทดสอบนี้มีความแม่นยำสูงถึงประมาณ 95% และกำลังมีแผนศึกษาต่อในวงกว้างมากขึ้น เพื่อยืนยันผลในประชากรที่หลากหลาย

อนาคตอาจใช้ AI ช่วยวิเคราะห์สัญญาณชีวิต

ผู้เชี่ยวชาญยังมองว่า ในอนาคตอาจนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยตรวจจับสัญญาณเล็กๆ ที่มนุษย์อาจมองไม่เห็น เช่น การเปลี่ยนแปลงของรีเฟล็กซ์ เพื่อช่วยให้แพทย์ประเมินอาการได้แม่นยำขึ้น

ดร. คัง ย้ำว่า การดูแลผู้ป่วยในช่วงสุดท้ายของชีวิตอย่างเหมาะสม มีความสำคัญไม่แพ้การยืดอายุ เพราะการรับรู้ช่วงเวลาที่ใกล้เสียชีวิต จะช่วยให้ผู้ป่วยและครอบครัวเตรียมตัวและเผชิญช่วงเวลานั้นได้อย่างสงบและมีศักดิ์ศรี

แหล่งอ้างอิง

  1. UNILAD
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล