เปิดความลับ! วิธีแยก "น้ำแข็ง" ทำจาก น้ำต้ม vs น้ำกรอง สังเกตแค่จุดเดียว ดูตาเปล่าก็รู้ทันที

เปิดความลับ! วิธีแยก "น้ำแข็ง" ทำจาก น้ำต้ม vs น้ำกรอง สังเกตแค่จุดเดียว ดูตาเปล่าก็รู้ทันที

เปิดความลับ! วิธีแยก "น้ำแข็ง" ทำจาก น้ำต้ม vs น้ำกรอง สังเกตแค่จุดเดียว ดูตาเปล่าก็รู้ทันที
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

แยกให้ออก! น้ำแข็ง "น้ำต้ม" กับ "น้ำดิบ" ต่างกันยังไง? สังเกต 3 จุดง่ายๆ ที่สายดื่มควรรู้

เคยสังเกตไหมว่าน้ำแข็งที่เราทำเองที่บ้าน บางก้อนก็ใสปิ๊งเหมือนแก้ว แต่บางก้อนกลับมีสีขาวขุ่นอยู่ตรงกลาง? รู้หรือไม่ว่า "ความใส-ความขุ่น" ไม่ได้บอกแค่ความสวยงาม แต่ยังสะท้อนถึงคุณภาพน้ำและกระบวนการผลิตที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน!

สำหรับสายปาร์ตี้หรือคนที่รักการดื่มน้ำผลไม้และสมูทตี้ คุณภาพของน้ำแข็งถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะน้ำแข็งที่สะอาดต้องเริ่มจากน้ำที่ผ่านการฆ่าเชื้อมาอย่างดี วันนี้ Sanook จะพาทุกคนไปไขคำตอบว่า เราจะแยกแยะน้ำแข็งจาก "น้ำต้มสุก" และ "น้ำที่ไม่ได้ต้ม" ได้อย่างไรบ้าง?

1. สีและความใส: เคล็ดลับ "น้ำแข็งใส" อยู่ที่การไล่อากาศ

จากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า เราสามารถแยกแยะความต่างได้ง่ายๆ ด้วยตาเปล่าผ่านความใสของก้อนน้ำแข็ง

  • น้ำแข็งจากน้ำต้มสุก: มักจะมีลักษณะ ใสเคลียร์และเรียบเนียน ตลอดทั้งก้อน นั่นเป็นเพราะในขณะที่เราต้มน้ำจนเดือด พลังงานความร้อนจะช่วยขับไล่ก๊าซที่ละลายอยู่ (เช่น ออกซิเจนและไนโตรเจน) รวมถึงฟองอากาศขนาดเล็กให้หลุดออกไป เมื่อนำไปแช่แข็งผลึกน้ำจึงเกาะตัวกันได้อย่างเป็นระเบียบไม่มีฟองอากาศมาแทรก

  • น้ำแข็งจากน้ำทั่วไป (น้ำประปา/น้ำดิบ): มักจะมีลักษณะ ขาวขุ่นอยู่ตรงกลาง เนื่องจากน้ำที่ไม่ได้ผ่านความร้อนจะยังมี "สิ่งเจือปน" (Impurities) และฟองอากาศหลงเหลืออยู่มาก เมื่อน้ำเริ่มแข็งตัวจากภายนอกเข้าสู่ภายใน สิ่งเจือปนเหล่านี้จะถูกผลักให้ไปรวมตัวกันกระจุกอยู่ตรงกลางก้อนนั่นเอง

2. สิ่งเจือปน: ไม่ใช่แค่เชื้อโรค แต่คือ "แร่ธาตุ"

คำว่า "สิ่งเจือปน" ในน้ำแข็งขาวขุ่น ไม่ได้หมายถึงเชื้อแบคทีเรียเสมอไป แต่อาจเป็นแร่ธาตุตามธรรมชาติที่พบได้ทั่วไปในน้ำประปา เช่น:

  • แคลเซียม, ฟลูออไรด์, ไนเตรต และแมกนีเซียม

  • องค์ประกอบอินทรีย์ต่างๆ ที่การกรองแบบธรรมดาเอาไม่ออก

แร่ธาตุเหล่านี้บางชนิดมีประโยชน์ต่อร่างกายและช่วยให้น้ำมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ แต่ในทางกลับกัน มันคือตัวการที่ทำให้ก้อนน้ำแข็งดูไม่ใสเคลียร์

3. ระยะเวลาการละลาย: ใครอึดกว่ากัน?

อีกหนึ่งจุดสังเกตที่น่าทึ่งคือ "ความเร็วในการละลาย" * น้ำแข็งน้ำต้ม: เนื่องจากอากาศและสิ่งเจือปนถูกขจัดออกไป ทำให้โมเลกุลของน้ำจับตัวกันได้ แน่นและแข็งแรงกว่า โครงสร้างที่หนาแน่นนี้เองที่ทำให้นำความร้อนได้ช้ากว่า จึงละลายยากกว่าและคงความเย็นได้นานกว่า

  • น้ำแข็งน้ำดิบ: มีอากาศแทรกอยู่ข้างในเสมือนเป็นโพรงขนาดเล็ก ทำให้โครงสร้างเกาะตัวกันหลวมๆ ส่งผลให้ละลายเร็วกว่าอย่างเห็นได้ชัด

ข้อโต้แย้งจากทางบ้าน: "แช่นานแล้วขุ่น" จริงไหม?

มีชาวเน็ตบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า “ถึงใช้น้ำต้มสุก แต่ถ้าแช่ทิ้งไว้นานๆ น้ำแข็งก็ขุ่นได้เหมือนกัน” ในทางวิทยาศาสตร์อธิบายเรื่องนี้ได้ว่า: แม้จะใช้น้ำต้มที่ไล่อากาศออกไปแล้ว แต่ถ้าช่องแช่แข็งมีอุณหภูมิไม่สม่ำเสมอ หรือน้ำได้รับอากาศกลับเข้าไปในระหว่างรอให้เย็นก่อนแช่ ก็อาจเกิดความขุ่นได้ นอกจากนี้ การแช่นานๆ อาจทำให้ผิวหน้าของน้ำแข็งเกิดการ "ระเหิด" (Sublimation) หรือมีเกล็ดน้ำแข็งจากความชื้นในตู้เย็นมาเกาะ ทำให้ดูขุ่นมัวได้เช่นกัน

สรุปเลือกแบบไหนดี?

หากคุณต้องการน้ำแข็งที่สะอาด มั่นใจเรื่องเชื้อโรค และละลายช้าเพื่อให้เครื่องดื่มไม่เสียรสชาติ "น้ำต้มสุก" คือทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ถ้าเน้นความสะดวก น้ำที่ผ่านเครื่องกรองมาตรฐานสูง (เช่น ระบบ RO) ก็สามารถให้ความใสได้ใกล้เคียงกัน

 

แหล่งอ้างอิงและข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ScienceABC: Why Is Some Ice Clear While Other Ice Is Opaque?

  • ThoughtCo: How to Make Clear Ice Cubes.

  • สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (วว.): ข้อมูลด้านจุลชีววิทยาและความปลอดภัยของน้ำดื่ม

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล