DPU จัดใหญ่พัฒนาศักยภาพพิธีกรมืออาชีพ รุ่นที่ 6 “MC DPU Gen 6” ปลุกศักยภาพนักศึกษาสู่พิธีกรมืออาชีพ

DPU จัดใหญ่พัฒนาศักยภาพพิธีกรมืออาชีพ รุ่นที่ 6 “MC DPU Gen 6” ปลุกศักยภาพนักศึกษาสู่พิธีกรมืออาชีพ

DPU จัดใหญ่พัฒนาศักยภาพพิธีกรมืออาชีพ รุ่นที่ 6 “MC DPU Gen 6” ปลุกศักยภาพนักศึกษาสู่พิธีกรมืออาชีพ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ฝ่ายสื่อสารกิจกรรม สายงานกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดกิจกรรมการแข่งขัน Grand Opening MC DPU Gen 6 โครงการพัฒนาศักยภาพสู่การเป็นพิธีกรมืออาชีพ รุ่นที่ 6 รอบชิงชนะเลิศ ภายใต้โจทย์ The Energy of Entertainment ณ ห้องประชุม ดร.ไสว สุทธิพิทักษ์ เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 เพื่อเฟ้นหาสุดยอดพิธีกรหน้าใหม่ที่มีทักษะการสื่อสารเป็นเลิศและเปี่ยมด้วยปฏิภาณไหวพริบ พร้อมก้าวสู่การเป็นตัวแทนสะท้อนภาพลักษณ์และขับเคลื่อนกิจกรรมสำคัญของมหาวิทยาลัย

บรรยากาศภายในงานเริ่มต้นด้วยความคึกคักและเต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์ โดย อาจารย์อานนท์ บัวภา ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารกิจกรรม สายงานกิจการนักศึกษา และหัวหน้าหลักสูตรการสร้างสรรค์ดิจิทัลคอนเทนต์และสื่อ คณะนิเทศศาสตร์  ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการ ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการ เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาที่มีทักษะและความสนใจในด้านการพูด ได้พัฒนาศักยภาพสู่การเป็นพิธีกรที่มีคุณภาพสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย เช่น งานปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ งานพิธีประสาทปริญญาบัตร และงาน Open House เป็นต้น ซึ่งงานเหล่านี้จำเป็นต้องมีตัวแทนนักศึกษาที่ทำหน้าที่เป็นพิธีกรเพื่อเป็นกระบอกเสียงสำคัญ
a-(3)_0
อาจารย์อานนท์ ยังระบุเสริมว่าโครงการพัฒนาศักยภาพสู่การเป็นพิธีกรมืออาชีพ หรือ MC DPU ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่รุ่นแรกในปี พ.ศ. 2560 จนถึงรุ่นที่ 6 เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาที่มีทักษะความสามารถและมีความสนใจในด้านการพูด เข้ามาสมัครร่วมโครงการเพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างจริงจัง โดยในปีนี้มีผู้สมัครเข้าร่วม Workshop และ Audition จำนวน 29 คน ก่อนจะทำการคัดเลือกอย่างเข้มข้นจนเหลือผู้ที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศจำนวนทั้งสิ้น 15 คน เพื่อปฏิบัติหน้าที่บนเวทีจริงภายใต้แนวคิดพลังแห่งความบันเทิง The Energy of Entertainment

ขณะที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทัณฑกานต์ ดวงรัตน์ รองอธิการบดีสายงานกิจการนักศึกษา ซึ่งเป็นประธานในพิธี กล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ ระบุว่ามหาวิทยาลัยมุ่งเน้นการสร้างพื้นที่ให้นักศึกษาได้แสดงออกและพัฒนา "Soft Power" ผ่านทักษะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งโครงการนี้เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมโยงความฝันของนักศึกษาสู่เส้นทางอาชีพในวงการสื่อสารมวลชน
a-(4)_0
รองอธิการบดีสายงานกิจการนักศึกษา ยังให้ทัศนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเติบโตของเยาวชนว่า สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงแค่การคว้าชัยชนะบนเวที แต่คือการได้รับมิตรภาพและการเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกับผู้อื่นภายใต้ความกดดัน ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้นักศึกษา DPU เติบโตไปเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพและมีความเป็นผู้นำในตนเองอย่างยั่งยืน

สำหรับบททดสอบในรอบชิงชนะเลิศถือเป็นบทสรุปของการบ่มเพาะนักศึกษา ผ่านกิจกรรมและเวิร์กช็อปอย่างเข้มข้น โดยกติกาได้แบ่งผู้เข้ารอบ 15 คนสุดท้ายออกเป็น 5 ทีม เพื่อรับโจทย์จับสลากนำเสนอโชว์ร่วมกับศิลปินนักศึกษา DPU พร้อมสื่อสารข้อมูลผู้สนับสนุนโครงการอย่างมีศิลปะ ซึ่งเกณฑ์การให้คะแนนจะมุ่งเน้นทั้งทักษะพิธีกร การตีโจทย์ภารกิจ และพลังในการสร้างสรรค์ความบันเทิงที่เป็นธรรมชาติ
a-(5)_0
บรรยากาศการแข่งขันเต็มไปด้วยความสนุกสนานจากโชว์พิเศษของศิลปินนักศึกษาสาย Influencer สาขา DCM คณะนิเทศศาสตร์ DPU โดย “ซี-ธราธิป” ดาวรุ่งคอนเสิร์ตหมอลำเสียงสะกิดใจ, "นุ่น-เซากุล" ศิลปินจากค่ายเพลงไหทองคำ, “พิ้ง-ปรางทิพย์” รองแชมป์รายการหมอลำไอดอล และ “แป้ง-นราวดี” Influencer & TikToker ที่ผสานโชว์ร่วมกับชมรมเชียร์และชมรมศิลปวัฒนธรรม DPU ร่วมส่งต่อแรงบันดาลใจให้แก่รุ่นน้องว่า ทุกคนสามารถเริ่มต้นจากศูนย์ได้หากมีความกล้าที่จะลงมือทำในสิ่งที่รัก และขยันที่จะพาตนเองไปให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้ โดยมีมหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่แห่งโอกาสในการฝึกฝนทักษะการทำงานจริงอย่างสร้างสรรค์

นอกจากนี้ ตลอดการแข่งขันคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 5 ท่าน ซึ่งประกอบด้วย ดร.ปารินทร์ เจือสุวรรณ์ พิธีกร ดีเจ ผู้ประกาศ และอาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ DPU, คุณวิลาวัลย์ จันทร์ใบเล็ก อดีต MC DPU รุ่นที่ 1 และนักแสดงพิธีกรอิสระ, คุณรณกร พิณธุรักษ์ คณะกรรมการบริหารสมาคมเชียร์แห่งประเทศไทย และผู้จัด Event by TMC, คุณสิรยา แตงดารารัตน์ ผู้ประกาศข่าวเดลินิวส์ออนไลน์ และ คุณจักรกฤษณ์ สุทธิมาลย์ MC of Thammasat 2023 ต่างยอมรับว่าเป็นปีที่ตัดสินใจได้ยากที่สุด เนื่องจากผู้เข้าแข่งขันทุกคนมีระดับความสามารถที่ใกล้เคียงกันและมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่โดดเด่น โดยดร.ปารินทร์ ได้กล่าวชมเชยว่านี่คือเวทีที่สร้างพิธีกรได้สมบูรณ์แบบและเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญให้นักศึกษาได้เอาชนะใจตนเอง ส่วนคุณสิรยา ระบุว่า Energy ของทั้งพิธีกรและกองเชียร์ทำให้งานนี้ไม่ใช่แค่การแข่งขัน แต่เป็นโชว์ที่สร้างความสุขให้กับผู้ชมได้อย่างแท้จริง
b-(11)_0
ทางด้านเสียงสะท้อนจากกลุ่มกองเชียร์และนักศึกษาที่เข้าร่วมอย่าง พิชชากร ประจบจันทร์ (พิชชี่) นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 สะท้อนมุมมองว่าความโดดเด่นของปีนี้คือกลุ่มนักศึกษารหัส 68 ที่ก้าวขึ้นมาแสดงความมั่นใจบนเวที พร้อมมีพัฒนาการอย่างก้าวกระโดดทั้งในด้านการใช้น้ำเสียงและบุคลิกภาพที่เปลี่ยนจากความตื่นเต้นสู่ความเป็นมืออาชีพได้อย่างน่าประทับใจ โดยมองว่าโครงการนี้ส่งผลดีต่อตัวนักศึกษาเพราะเป็นพื้นที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีใจรักด้านการสื่อสารแต่ยังขาดเวที ได้ออกมาแสดงศักยภาพที่ซ่อนอยู่จนเกิดความเชื่อมั่นว่าตนเอง "สามารถทำได้" ซึ่งภาพความสำเร็จดังกล่าวได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เพื่อนนักศึกษาคนอื่นกล้าลงมือทำตามความฝัน

ขณะที่ วัชรพงษ์ อนุภาพ (เฟลม) จากวิทยาลัย CHW-DPU และ สุธิดา ทวีนันท์ (ยุ้ย) จากคณะศิลปศาสตร์ เห็นตรงกันว่า กิจกรรมในวันนี้พิสูจน์ให้เห็นว่านักศึกษา DPU ทุกคน "มีของ" และมหาวิทยาลัยก็พร้อมปลุกศักยภาพเหล่านั้นผ่านประสบการณ์การทำงานจริงที่ "สนุก" และหาไม่ได้จากในห้องเรียน ซึ่งการได้ลงมือทำในสิ่งที่ "สร้างสรรค์จริงๆ" ทำให้การเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยไม่เป็นเรื่องน่าเหนื่อย แต่กลับได้รับประสบการณ์สำหรับการประกอบอาชีพในอนาคต
b-(2)_0
สำหรับผลการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ รางวัลประเภทบุคคล ชนะเลิศ Gold Master of Ceremony ได้แก่ สิริกร จันวิเศษ (กรวย) รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 Silver Master of Ceremony ได้แก่ พิมพ์ลภัส เจริญใจ (แต๊งค์กิ้ว) และ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 Bronze Master of Ceremony ได้แก่ ชยาภรณ์ บุญล้น (เพงเพา) นอกจากนี้ผลการประกาศรางวัลประเภททีมยอดเยี่ยม Outstanding Team Award ได้แก่ ทีมที่ 3 ซึ่งประกอบด้วย จตุรวิทย์ โตลา (โน๊ต) พร้อมด้วย ชัฎปภา พงษ์รชตะ (เบญ) และ พิมพ์ลภัส เจริญใจ (แต๊งค์กิ้ว) โดยบรรยากาศในช่วงการประกาศรางวัลยังเต็มไปด้วยมิตรภาพจากการร่วมแสดงความยินดีของ รุ่นพี่ MC DPU รุ่นที่ 5 ซึ่งเดินทางมาให้กำลังใจและร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานในฐานะรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง เพื่อตอกย้ำการส่งต่อมาตรฐานพิธีกรที่มีคุณภาพของมหาวิทยาลัยจากรุ่นสู่รุ่น 

ภายหลังการประกาศรางวัล สิริกร จันวิเศษ (กรวย) ผู้ชนะเลิศประเภทบุคคล ยังได้กล่าวเปิดใจว่าเพื่อนๆ ทุกคนเก่งมากและเป็นที่หนึ่งในใจเสมอ โดยโครงการนี้ทำให้ได้ช่วยเหลือกันจนก้าวผ่านความกดดันมาได้สำเร็จ ขณะที่ พิมพ์ลภัส เจริญใจ (แต๊งค์กิ้ว) ซึ่งคว้าถึง 2 รางวัลกล่าวด้วยน้ำตาแห่งความภาคภูมิใจว่า ตนเองตั้งใจอยากใช้นามสกุล MC DPU Gen 6 มาโดยตลอด และภูมิใจที่ได้พัฒนาตนเองจากการที่ไม่เคยยืนบนเวทีใหญ่ขนาดนี้จนสามารถทำได้สำเร็จ
b-(3)_0
พิมพ์ลภัส เจริญใจ (แต๊งค์กิ้ว) ยังกล่าวเพิ่มเติมร่วมกับเพื่อนร่วมทีมอีก 2 คน ถึงหัวใจสำคัญของความสำเร็จในครั้งนี้ว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสมาชิกในทีมมีการพูดคุยและปรึกษากันอย่างละเอียดเพื่อให้ผลงานออกมาดูเป็นธรรมชาติและสอดประสานกันได้ดีที่สุด ซึ่งการซ้อมอย่างหนักและการทำงานเป็นทีมคือหัวใจสำคัญที่ทำให้คว้าตำแหน่งมาได้สำเร็จ จากเดิมที่เป็นคนพูดจาวนไปวนมาและไม่มั่นใจ แต่เมื่อผ่านการฝึกฝนก็สามารถนำความสำเร็จไปบอกกล่าวกับครอบครัวได้อย่างภาคภูมิใจ นอกจากนี้โครงการยังทำให้รู้สึกเข้าใกล้ความฝันมากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายอยากทำงานในวงการบันเทิงทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ซึ่งทักษะที่ได้รับสามารถนำไปต่อยอดได้หลากหลาย พร้อมขอบคุณอาจารย์และทีมงานทุกคนที่ให้โอกาสและมอบความรู้ให้ โดยจะพยายามเรียนรู้และพัฒนาตนเองต่อไปให้ถึงที่สุด
b-(7)_0
ขณะที่ จตุรวิทย์ โตลา (โน๊ต) ระบุว่าเวทีนี้คือจุดเริ่มต้นสำคัญในการปลดล็อกตนเอง โดยกล่าวว่า "ตอนแรกเกือบจะไม่ลงแข่งขันเวทีนี้แล้ว แต่พอได้ลองทำสิ่งที่ท้าทาย ก็ทำให้เราเหมือนได้ปลดล็อกตัวเองเพื่อให้รู้จักศักยภาพที่แท้จริง" จากเดิมที่ยังไม่ทราบแนวทางการวางตัวที่เหมาะสม แต่โครงการนี้สอนให้รู้วิธีการ "ปล่อยของ" หรือแสดงศักยภาพออกมาให้เป็นธรรมชาติที่สุด ซึ่งในอนาคตหากมีงานด้านการสื่อสารเข้ามา มั่นใจว่าจะมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น รู้จักวิธีการจัดการกับตัวเองบนเวที และพร้อมที่จะรับงานในฐานะพิธีกรเพื่อสร้างโปรไฟล์ให้กับตนเองต่อไป
b-(6)_0
ด้าน ชัฎปภา พงษ์รชตะ (เบญ) ได้ย้ำถึงพัฒนาการที่ชัดเจนจากการเข้าร่วมโครงการ โดยระบุว่า การเข้ามาในโครงการนี้ทำให้เบญได้เรียนรู้ที่จะพัฒนาตัวเองได้มากยิ่งขึ้น เพราะตลอดระยะเวลาที่เข้าร่วมโครงการได้รู้จักกับมิตรภาพ คอนเนกชัน และเก็บเกี่ยวประสบการณ์มากมาย เพื่อที่จะพัฒนาตัวเองในการเป็นพิธีกรมืออาชีพ เพราะส่วนตัวอยากจะทำงานในด้านของพิธีกร ดังนั้นการได้เข้ามาร่วมโครงการนี้จึงเป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่จะทำให้ไปสู่อาชีพได้ในอนาคต

ในช่วงท้ายของกิจกรรม อาจารย์อานนท์ ได้กล่าวขอบคุณคณะผู้บริหารและทีมงานเบื้องหลังที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันโครงการจนสำเร็จ พร้อมแสดงความยินดีและฝากข้อคิดถึงนักศึกษาว่า รางวัลที่ได้รับในวันนี้เปรียบเสมือนโบนัสจากการทำงานหนัก แต่วัตถุประสงค์ที่สำคัญกว่าคือการที่ทุกคนสามารถก้าวข้ามบททดสอบสุดท้ายในการพูดในที่สาธารณะ และส่งมอบความสุขให้กับผู้ชมได้สำเร็จตลอดการจัดกิจกรรม
b-(8)_0
จากความสำเร็จที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ มหาวิทยาลัยจึงมีแผนที่จะยกระดับโครงการนี้ให้เป็นโครงการประจำระดับสถาบันที่มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยจะเน้นการทำงานที่เป็นระบบรุ่นพี่สอนรุ่นน้อง และเปิดโอกาสให้นักศึกษา MC DPU Gen 6 ได้ปฏิบัติหน้าที่จริงทั้งในงานของมหาวิทยาลัยและกิจกรรมภายนอกร่วมกับสโมสรนักศึกษา เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ความสำเร็จของการเป็น "ครอบครัว MC DPU" ที่จะเติบโตและสร้างชื่อเสียงให้กับวงการสื่อสารมวลชน
b-(9)_0
ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวยังได้รับการสนับสนุนอย่างดีเยี่ยมจากภาคเอกชนที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาเยาวชน ได้แก่ บริษัท โกลบอล กู๊ดส์ จำกัด, บริษัท ไบโอ อินโน เทค (ไทยแลนด์), ผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นแบรนด์ พรีเฟรซ (Prefresh), ชมรมเด็กและเยาวชนดีเด่น สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, สำนักข่าว Jeenthainews – จีนไทยนิวส์ นอกจากนี้ยังมี บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG), ซูเปอร์กรุบ By เถ้าแก่น้อย, บาลิสต้า คอฟฟี่ (Balista Coffee), ชมรมเชียร์, ชมรมศิลปวัฒนธรรม และชมรม Photo Club DPU ที่ร่วมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้เชิงบูรณาการที่หาไม่ได้จากห้องเรียนปกติ และขับเคลื่อนนักศึกษาคุณภาพสู่สังคมตามวิสัยทัศน์ 'Human Potential ปลุกศักยภาพ เปลี่ยนอนาคต' ภายใต้การนำของ ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

อัลบั้มภาพ 18 ภาพ

อัลบั้มภาพ 18 ภาพ ของ DPU จัดใหญ่พัฒนาศักยภาพพิธีกรมืออาชีพ รุ่นที่ 6 “MC DPU Gen 6” ปลุกศักยภาพนักศึกษาสู่พิธีกรมืออาชีพ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล