ช็อก! เด็ก 331 คนติด HIV ปริศนา ก่อนพบต้นเหตุ "เข็มฉีดยา" ใน รพ. สะเทือนทั้งสาธารณสุข

ช็อก! เด็ก 331 คนติด HIV ปริศนา ก่อนพบต้นเหตุ "เข็มฉีดยา" ใน รพ. สะเทือนทั้งสาธารณสุข

ช็อก! เด็ก 331 คนติด HIV ปริศนา ก่อนพบต้นเหตุ "เข็มฉีดยา" ใน รพ. สะเทือนทั้งสาธารณสุข
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ช็อก! เด็ก 331 คนติด HIV พบปม รพ.ในปากีสถาน ใช้เข็มฉีดยาซ้ำ แถมปฏิเสธความรับผิดชอบ อ้างจัดฉาก

กลายเป็นประเด็นสะเทือนวงการสาธารณสุข หลังมีการเปิดเผยกรณีเด็กจำนวนมากในประเทศปากีสถานติดเชื้อเอชไอวี โดยข้อมูลจากสื่ออย่าง BBC ระบุว่า มีเด็กอย่างน้อย 331 คนในเมืองเตาน์ซา ตรวจพบเชื้อ HIV ซึ่งเชื่อมโยงกับการรักษาในโรงพยาบาลของรัฐ

เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลอย่างหนัก เนื่องจากผู้ปกครองของเด็กส่วนใหญ่ไม่ได้ติดเชื้อ ทำให้เกิดข้อสงสัยถึงมาตรฐานความปลอดภัยในการรักษาพยาบาล และนำไปสู่การสืบสวนเชิงลึกเกี่ยวกับกระบวนการทำงานภายในโรงพยาบาล

จุดเริ่มต้นจากความผิดปกติ สู่การสืบสวน 32 ชั่วโมง

รายงานระบุว่า สัญญาณผิดปกติเริ่มปรากฏตั้งแต่ปลายปี 2024 เมื่อแพทย์ในพื้นที่พบว่าเด็กติดเชื้อ HIV เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ก่อนจะมีการตรวจสอบย้อนหลังในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2024 ถึงตุลาคม 2025 พบจำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งสูงผิดปกติ

ทีมข่าวได้เข้าไปบันทึกภาพภายในโรงพยาบาลแบบลับนานกว่า 32 ชั่วโมง และพบพฤติกรรมที่เข้าข่ายเสี่ยงอย่างร้ายแรงต่อการแพร่เชื้อ

เปิดพฤติกรรมเสี่ยง ใช้เข็มซ้ำ-ขวดยาร่วม

หลักฐานจากการสืบสวนเผยให้เห็นการละเมิดหลักสุขอนามัยหลายประการ เช่น การนำเข็มฉีดยามาใช้ซ้ำกับผู้ป่วยหลายราย การใช้ขวดยาร่วมกันจนเกิดการปนเปื้อน รวมถึงการฉีดยาโดยไม่รักษาความสะอาดและไม่สวมถุงมือ

ผู้เชี่ยวชาญด้านจุลชีววิทยาชี้ว่า พฤติกรรมดังกล่าวมีความเสี่ยงสูงอย่างยิ่งต่อการแพร่กระจายของเชื้อ HIV และโรคติดต่อทางเลือดอื่น ๆ โดยเฉพาะการใช้ขวดยาหลายโดสร่วมกัน

เคสสะเทือนใจ เด็กเสียชีวิต-ครอบครัวเชื่อมาจากการรักษา

หนึ่งในกรณีที่สร้างความสะเทือนใจ คือเด็กชายวัย 8 ปี ที่เสียชีวิตไม่นานหลังตรวจพบเชื้อ HIV โดยแม่ของเด็กเล่าว่าลูกต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการป่วยอย่างหนักในช่วงสุดท้ายของชีวิต

หลังจากนั้นไม่นาน น้องสาวของเด็กชายก็ตรวจพบเชื้อเช่นกัน ครอบครัวเชื่อว่าการติดเชื้อของลูกทั้งสองคน เกิดจากการฉีดยาที่ปนเปื้อนระหว่างการรักษาในโรงพยาบาล

ขณะเดียวกัน เด็กอีกจำนวนมากที่ยังมีชีวิตอยู่ ต้องเผชิญกับทั้งโรคเรื้อรัง และการตีตราทางสังคม ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจอย่างรุนแรง

โรงพยาบาลปฏิเสธ อ้างหลักฐานอาจถูกจัดฉาก

แม้จะมีหลักฐานจากการสืบสวนจำนวนมาก แต่ผู้บริหารโรงพยาบาลยังคงปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยระบุว่าภาพวิดีโอที่เผยแพร่อาจถูกจัดฉาก หรือเกิดขึ้นก่อนที่ผู้บริหารชุดปัจจุบันจะเข้ารับตำแหน่ง

อย่างไรก็ตาม รายงานยังระบุว่า แม้จะมีมาตรการควบคุมที่เข้มงวดขึ้นตั้งแต่ปี 2025 แต่การติดเชื้อยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง โดยมีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มเติม และมีเด็กเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 9 ราย

สรุป: วิกฤตสะท้อนปัญหาเชิงระบบ

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงเป็นโศกนาฏกรรมของครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบ แต่ยังสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบสาธารณสุข ทั้งการขาดแคลนอุปกรณ์ บุคลากร และการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ

กรณีดังกล่าวจึงกลายเป็นบทเรียนสำคัญที่ทั่วโลกต้องจับตา โดยเฉพาะในเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยทางการแพทย์ ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับชีวิตของผู้ป่วย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล