ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน อาจไม่น่ากลัว ถ้าไม่เกิดขึ้นพร้อมกับ 4 อาการนี้

ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน อาจไม่น่ากลัว ถ้าไม่เกิดขึ้นพร้อมกับ 4 อาการนี้

ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน อาจไม่น่ากลัว ถ้าไม่เกิดขึ้นพร้อมกับ 4 อาการนี้
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ตื่นมาปัสสาวะกลางคืนบ่อย ไม่ได้แปลว่า “เป็นโรคไต” เสมอไป เช็ก 4 อาการร่วมที่ไม่ควรมองข้าม

การตื่นมาปัสสาวะกลางคืนหนึ่งครั้งอาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะหลังดื่มน้ำมากก่อนนอน แต่หากต้องลุกเข้าห้องน้ำหลายครั้งเป็นประจำ จนนอนหลับไม่เต็มที่ หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรพบแพทย์เพื่อค้นหาสาเหตุ เพราะปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ไตเพียงอย่างเดียว

หลายคนเรียกอาการนี้ว่า “ไตอ่อนแอ” และหาซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงไตมารับประทานเอง แต่ในทางการแพทย์ การตื่นขึ้นมาปัสสาวะระหว่างช่วงเวลานอนเรียกว่า nocturia หรือภาวะปัสสาวะกลางคืน ซึ่งเป็นเพียงอาการ ไม่ใช่ชื่อโรค และเกิดได้จากหลายระบบในร่างกาย

ปัสสาวะกลางคืนกี่ครั้งจึงเรียกว่า Nocturia?

สมาคมควบคุมการกลั้นปัสสาวะระหว่างประเทศ หรือ International Continence Society นิยามภาวะปัสสาวะกลางคืนว่า การตื่นขึ้นมาปัสสาวะระหว่างช่วงเวลานอนหลัก โดยจำนวนครั้งควรบันทึกและประเมินร่วมกับผลกระทบต่อการนอนและคุณภาพชีวิต 

ตามคำนิยาม การตื่นขึ้นมาปัสสาวะแม้เพียงครั้งเดียวก็นับเป็น nocturia ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคเสมอไป สำหรับบางคน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ การตื่นหนึ่งครั้งอาจไม่สร้างปัญหา แต่หากเกิดตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปเป็นประจำ มักเริ่มกระทบคุณภาพการนอนและการใช้ชีวิตในวันถัดมา

ตัวเลข “มากกว่า 3 ครั้งต่อคืนติดต่อกัน 2 สัปดาห์” ไม่ใช่เกณฑ์สากลตายตัว และไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงจำนวนดังกล่าวจึงไปตรวจ หากอาการเพิ่งเกิดขึ้นอย่างชัดเจน เป็นต่อเนื่อง ทำให้ง่วงหรืออ่อนเพลียในตอนกลางวัน หรือมีอาการเตือนร่วมด้วย ก็ควรปรึกษาแพทย์ได้ทันที

ทำไมอายุมากขึ้นจึงลุกเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้น?

เมื่ออายุมากขึ้น ความจุและการทำงานของกระเพาะปัสสาวะอาจเปลี่ยนแปลง ขณะที่รูปแบบการหลั่งฮอร์โมนซึ่งช่วยลดการสร้างปัสสาวะในเวลากลางคืนอาจไม่เหมือนเดิม ผู้สูงอายุบางคนจึงผลิตปัสสาวะช่วงกลางคืนมากขึ้นและตื่นง่ายกว่าคนอายุน้อย

นอกจากนี้ ผู้สูงอายุยังมีโอกาสพบโรคประจำตัวหลายชนิด ใช้ยาหลายรายการ หรือมีปัญหาการนอนหลับ ซึ่งล้วนมีส่วนทำให้ตื่นมาปัสสาวะได้ อย่างไรก็ตาม อายุที่เพิ่มขึ้นไม่ควรถูกใช้เป็นเหตุผลให้ละเลยอาการ โดยเฉพาะเมื่อจำนวนครั้งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหรือมีอาการอื่นร่วมด้วย

สาเหตุใกล้ตัว อาจไม่ได้มาจากโรค

ภาวะปัสสาวะกลางคืนจำนวนไม่น้อยเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมและเวลาในการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่ม หากเพิ่งเริ่มมีอาการ ควรทบทวนสิ่งที่ทำในช่วงเย็นก่อน โดยไม่จำเป็นต้องด่วนสรุปว่าไตทำงานผิดปกติ

  • ดื่มน้ำหรือเครื่องดื่มปริมาณมากในช่วงก่อนเข้านอน
  • ดื่มชา กาแฟ โกโก้ น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนในช่วงเย็น
  • รับประทานซุป ผลไม้ฉ่ำน้ำ หรืออาหารที่มีน้ำมากใกล้เวลานอน
  • รับประทานอาหารรสเค็มจนกระหายน้ำและดื่มน้ำตามมากขึ้น
  • ใช้ยาขับปัสสาวะหรือยาบางชนิดในช่วงเวลาที่ทำให้ปัสสาวะออกตอนกลางคืน
  • นอนไม่หลับหรือตื่นง่าย จึงรับรู้ความรู้สึกปวดปัสสาวะบ่อยขึ้น

หากสงสัยว่ายาเป็นสาเหตุ ไม่ควรหยุดยา ลดขนาดยา หรือเปลี่ยนเวลารับประทานเอง เพราะยาบางชนิดจำเป็นต้องใช้ตามเวลาที่กำหนด ควรนำรายชื่อยาทั้งหมดไปปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อประเมินอย่างปลอดภัย

4 อาการร่วมที่ควรสังเกต

1. ปัสสาวะลำบาก สายปัสสาวะอ่อน หรือรู้สึกถ่ายไม่สุด

หากปัสสาวะกลางคืนร่วมกับต้องรอนานกว่าปัสสาวะจะไหล สายปัสสาวะอ่อนหรือขาดเป็นช่วง ปัสสาวะหยดหลังถ่าย และรู้สึกว่ายังเหลือปัสสาวะในกระเพาะ อาจเป็นอาการของการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะหรือความผิดปกติของกระเพาะปัสสาวะ

ในผู้ชายวัยกลางคนและสูงอายุ สาเหตุที่พบบ่อยอย่างหนึ่งคือต่อมลูกหมากโตชนิดไม่ร้ายแรง เมื่อต่อมลูกหมากมีขนาดใหญ่ขึ้น อาจกดเบียดท่อปัสสาวะและทำให้กระเพาะปัสสาวะระบายได้ไม่เต็มที่ แต่ยังมีสาเหตุอื่น เช่น ท่อปัสสาวะตีบ การติดเชื้อ ยาบางชนิด หรือความผิดปกติของเส้นประสาท จึงต้องตรวจแยกโรค

หากปวดปัสสาวะมากแต่ปัสสาวะไม่ออกเลย ท้องน้อยตึงหรือปวดรุนแรง ถือเป็นภาวะเร่งด่วนที่ควรไปโรงพยาบาล ไม่ควรรอดูอาการอยู่ที่บ้าน

2. กระหายน้ำมาก ปัสสาวะบ่อยทั้งกลางวันและกลางคืน น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

อาการกระหายน้ำมากผิดปกติ ปัสสาวะบ่อย หิวบ่อย อ่อนเพลีย มองเห็นไม่ชัด หรือมีน้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ อาจสัมพันธ์กับโรคเบาหวาน เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูง ร่างกายจะขับกลูโคสส่วนเกินผ่านปัสสาวะและดึงน้ำออกไปด้วย จึงทำให้ปัสสาวะมากและกระหายน้ำ

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวนหนึ่งอาจไม่มีอาการชัดเจน การวินิจฉัยจึงต้องอาศัยการตรวจเลือด ไม่สามารถตัดสินจากการปัสสาวะกลางคืนเพียงอย่างเดียว 

3. หนังตาหรือขาบวม ร่วมกับปัสสาวะเป็นฟองต่อเนื่อง

ปัสสาวะที่เกิดฟองชั่วคราวอาจมาจากแรงของสายปัสสาวะ น้ำยาทำความสะอาดในโถ หรือภาวะขาดน้ำได้ แต่หากมีฟองมากและเกิดซ้ำต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อมีอาการบวมรอบดวงตา ข้อเท้า เท้า หรือขาร่วมด้วย ควรตรวจหาโปรตีนในปัสสาวะและประเมินการทำงานของไต

โปรตีนรั่วในปัสสาวะอาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติบริเวณหน่วยกรองของไต แต่ลักษณะฟองเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันโรคได้ จำเป็นต้องตรวจปัสสาวะ ตรวจเลือด วัดความดัน และประเมินโดยแพทย์ 

โรคไตเรื้อรังในระยะแรกมักไม่มีอาการ จึงไม่ควรรอให้มีอาการบวมจึงตรวจ ผู้ที่มีเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือประวัติครอบครัวเป็นโรคไต ควรเข้ารับการตรวจตามคำแนะนำของแพทย์

4. กรนดัง สะดุ้งเหมือนขาดอากาศ และง่วงมากในตอนกลางวัน

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น หรือ OSA อาจเกี่ยวข้องกับการปัสสาวะกลางคืน เมื่อทางเดินหายใจปิดกั้นเป็นช่วงๆ ร่างกายจะตื่นตัวซ้ำระหว่างคืนและเกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่ควบคุมสมดุลน้ำ จึงอาจสร้างปัสสาวะเพิ่มขึ้น

อาการที่ควรสังเกต ได้แก่ กรนดังเป็นประจำ มีผู้เห็นว่าหยุดหายใจหรือสะดุ้งเฮือก นอนหลับไม่สดชื่น ปวดศีรษะตอนเช้า สมาธิลดลง และง่วงมากระหว่างวัน หากสงสัยควรพบแพทย์เพื่อประเมินและพิจารณาตรวจการนอนหลับ

ยังมีสาเหตุอื่นที่ไม่ควรมองข้าม

ปัสสาวะกลางคืนไม่ได้มีเพียง 4 สาเหตุข้างต้น แพทย์อาจต้องประเมินภาวะกระเพาะปัสสาวะไวเกิน การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ นิ่ว การตั้งครรภ์ โรคหัวใจ ภาวะบวมน้ำ โรคทางระบบประสาท และความผิดปกติของฮอร์โมนหรือการนอนหลับร่วมด้วย

หากปัสสาวะแต่ละครั้งออกมาในปริมาณมาก อาจหมายถึงร่างกายสร้างปัสสาวะตอนกลางคืนมากผิดปกติ แต่ถ้าออกครั้งละน้อยพร้อมอาการปวดปัสสาวะเร่งด่วน อาจเกี่ยวกับความจุหรือการระคายเคืองของกระเพาะปัสสาวะ ข้อมูลนี้จึงมีประโยชน์ต่อการวินิจฉัย

ปรับพฤติกรรมอย่างไรให้ตื่นเข้าห้องน้ำน้อยลง

  • กระจายการดื่มน้ำตลอดวัน แทนการดื่มปริมาณมากช่วงก่อนนอน
  • ลดเครื่องดื่มคาเฟอีนในช่วงบ่ายแก่และเย็น หากสังเกตว่ากระตุ้นอาการ
  • ลดอาหารเค็มจัดในมื้อเย็น เพื่อลดความกระหายน้ำและการคั่งของของเหลว
  • เข้าห้องน้ำก่อนเข้านอน และไม่กลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน
  • ผู้ที่มีขาบวมอาจปรึกษาแพทย์เรื่องการยกขาหรือใช้ถุงน่องพยุง ไม่ควรเริ่มใช้เองหากมีโรคหลอดเลือด
  • ไม่นำยาขับปัสสาวะหรือยาสมุนไพรมารับประทานเอง
  • ไม่ควรงดน้ำมากเกินไป เพราะเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ

จดบันทึกการปัสสาวะ ช่วยแพทย์หาสาเหตุได้เร็วขึ้น

ผู้ที่มีอาการต่อเนื่องสามารถจดบันทึกอย่างน้อย 3 วัน โดยระบุเวลาและปริมาณเครื่องดื่ม เวลาปัสสาวะ ปริมาณปัสสาวะแต่ละครั้ง เวลาเข้านอนและตื่น รวมถึงอาการปวดปัสสาวะเร่งด่วนหรือปัสสาวะเล็ด

บันทึกดังกล่าวช่วยแยกได้ว่า ปัญหาเกิดจากการสร้างปัสสาวะมากในตอนกลางคืน กระเพาะปัสสาวะเก็บได้น้อย หรือผู้ป่วยตื่นจากปัญหาการนอนแล้วจึงไปปัสสาวะ แพทย์อาจตรวจเพิ่มเติมด้วยการตรวจปัสสาวะ น้ำตาลในเลือด การทำงานของไต ปริมาณปัสสาวะค้าง หรือการตรวจการนอนหลับตามอาการ

อาการแบบไหนควรไปพบแพทย์โดยเร็ว

  • ปัสสาวะไม่ออกหรือปวดท้องน้อยรุนแรง
  • มีเลือดปนในปัสสาวะ แม้ไม่มีอาการปวด
  • ปัสสาวะแสบขัดร่วมกับไข้ หนาวสั่น หรือปวดเอว
  • ขาบวมมาก หอบเหนื่อย หรือนอนราบแล้วหายใจลำบาก
  • กระหายน้ำมาก อ่อนเพลีย หรือมีน้ำหนักลดผิดปกติ
  • กรนดังและมีช่วงหยุดหายใจระหว่างหลับ
  • ตื่นปัสสาวะหลายครั้งจนง่วงมาก เสี่ยงล้ม หรือกระทบการขับรถและการทำงาน

สรุป ปัสสาวะกลางคืนเป็น “อาการ” ที่ต้องดูมากกว่าจำนวนครั้ง

การตื่นมาปัสสาวะหนึ่งครั้งอาจเกิดจากพฤติกรรมหรือการเปลี่ยนแปลงตามวัย และไม่ได้ยืนยันว่าไตเสื่อม ส่วนการตื่นตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปเป็นประจำ โดยเฉพาะเมื่อรบกวนการนอนหรือมีปัสสาวะผิดปกติ กระหายน้ำ บวม ปัสสาวะเป็นฟอง หรือกรนร่วมด้วย ควรได้รับการประเมินหาสาเหตุ

สิ่งสำคัญคือไม่วินิจฉัยตัวเองว่า “ไตอ่อนแอ” และไม่ซื้อยาบำรุงไตหรือยาขับปัสสาวะมากินเอง การจดบันทึกพฤติกรรมการดื่มน้ำและการปัสสาวะ พร้อมนำข้อมูลไปพบแพทย์ จะช่วยแยกสาเหตุและวางแผนรักษาได้ตรงจุดกว่า

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล