"ตดบ่อย" เสี่ยงมะเร็งลำไส้? หมอตอบให้ ผายลมกี่ครั้งต่อวันถือว่าปกติ : เช็กข่าวชัวร์

"ตดบ่อย" เสี่ยงมะเร็งลำไส้? หมอตอบให้ ผายลมกี่ครั้งต่อวันถือว่าปกติ : เช็กข่าวชัวร์

"ตดบ่อย" เสี่ยงมะเร็งลำไส้? หมอตอบให้ ผายลมกี่ครั้งต่อวันถือว่าปกติ : เช็กข่าวชัวร์
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

Fact Check ตรวจสอบข่าวแชร์ "ตดบ่อย" เสี่ยงมะเร็งลำไส้จริงหรือ พร้อมเช็กจำนวนครั้งการผายลมที่ปกติ

ในโลกออนไลน์มีการส่งต่อข้อมูลที่สร้างความกังวลใจเกี่ยวกับสุขอนามัย โดยเฉพาะประเด็นการผายลมหรือ "ตด" ที่ระบุว่าหากมีอาการตดบ่อยผิดปกติอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายอย่างมะเร็งลำไส้ใหญ่ จนทำให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนกในกลุ่มผู้รักสุขภาพ กองบรรณาธิการ Sanook News จึงได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นนี้เพื่อความกระจ่าง

จากการตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์พบว่า การผายลมเป็นกลไกปกติของร่างกายในการขับก๊าซออกจากระบบทางเดินอาหาร อย่างไรก็ตาม ความถี่และกลิ่นของการผายลมสามารถสะท้อนถึงพฤติกรรมการกินและสภาพภายในลำไส้ได้จริง แต่จะถึงขั้นบ่งบอกว่าเป็นมะเร็งลำไส้ได้ทันทีหรือไม่นั้น มีรายละเอียดที่ต้องพิจารณาประกอบกับอาการอื่นร่วมด้วย ข้อมูล ณ วันที่ 13 เมษายน 2569 พบว่าผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมลำไส้ใหญ่ได้ให้คำอธิบายที่ชัดเจนในเรื่องนี้

คำถาม

การผายลมบ่อยครั้งในแต่ละวัน หรือการที่ผายลมมีกลิ่นเหม็นรุนแรง เป็นอาการที่บ่งชี้ว่ามีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่จริงหรือไม่?

การตรวจสอบ

กองบรรณาธิการ Sanook News ตรวจสอบข้อมูลจากคำชี้แจงของ ดร.จง ยุนหนี่ ศัลยแพทย์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก พบข้อเท็จจริงว่าโดยปกติมนุษย์จะผายลมประมาณ 5-25 ครั้งต่อวัน หรือเฉลี่ยที่ 15 ครั้ง ซึ่งถือเป็นสัญญาณว่าลำไส้มีการบีบตัวและทำงานได้ดี ในทางตรงกันข้ามสำหรับศัลยแพทย์ระบบทางเดินอาหาร "การไม่ผายลมเลย" กลับเป็นสิ่งที่น่ากังวลมากกว่า

กรณีที่มีการผายลมมากกว่า 25 ครั้งต่อวัน อาจเกิดจากปัจจัยด้านอาหารที่ทำให้เกิดก๊าซง่าย หรือการบีบตัวของลำไส้ที่เร็วเกินไป ส่วนเรื่องกลิ่นที่เหม็นรุนแรงนั้น ดร.จง ยุนหนี่ เปรียบเทียบกับ "ทฤษฎีถุงขยะ" ว่าขึ้นอยู่กับสิ่งที่รับประทานเข้าไป หากบริโภคเนื้อสัตว์หรือไขมันมาก และมีอาการท้องผูกสะสมหลายวัน กลิ่นก็จะรุนแรงขึ้น แต่หากรับประทานใยอาหารหรือไฟเบอร์สูง กลิ่นจะลดลงและระบบขับถ่ายจะดีขึ้น

สำหรับการเชื่อมโยงกับโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ศัลยแพทย์ระบุว่าในกลุ่มผู้ที่อายุต่ำกว่า 40 ปี หากมีอาการตดบ่อยหรือกลิ่นเหม็น มักเกิดจากพฤติกรรมการกินและการเปลี่ยนแปลงของแบคทีเรียในลำไส้เท่านั้น แต่หากเป็นผู้ที่อยู่ในวัยกลางคนขึ้นไป แล้วพบว่านิสัยการขับถ่ายเปลี่ยนไปกะทันหัน เช่น ท้องผูกสลับท้องเสีย ถ่ายมีเลือดปนโดยไม่เจ็บปวด หรือไม่ผายลมเลยร่วมกับอาการผิดปกติอื่นๆ จึงจะถือเป็นสัญญาณความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง

ข้อเท็จจริง

การผายลมบ่อยเพียงอย่างเดียว "ไม่ใช่" เครื่องบ่งชี้โดยตรงว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ แต่เป็นสัญญาณของระบบย่อยอาหารและการเลือกรับประทานอาหาร ข่าวที่ระบุว่าตดบ่อยเท่ากับเสี่ยงมะเร็งจึงเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนและสร้างความเข้าใจผิด ความจริงคือควรสังเกตอาการร่วมอื่นๆ เช่น อุจจาระปนเลือดหรือพฤติกรรมการขับถ่ายที่เปลี่ยนไป และควรเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำ

อ้างอิง

  1. คำชี้แจงและบทวิเคราะห์โดย ดร.จง ยุนหนี่ ศัลยแพทย์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
  2. รายงานจากสำนักข่าว CTWANT
  3. กองบรรณาธิการ Sanook News
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล