ส่วนนี้ของ "กะหล่ำปลี" มักถูกทิ้งไป! กูรูเผย แท้จริงแล้วมันคือส่วนที่มีคุณค่าสูงที่สุด

ส่วนนี้ของ "กะหล่ำปลี" มักถูกทิ้งไป! กูรูเผย แท้จริงแล้วมันคือส่วนที่มีคุณค่าสูงที่สุด

ส่วนนี้ของ "กะหล่ำปลี" มักถูกทิ้งไป! กูรูเผย แท้จริงแล้วมันคือส่วนที่มีคุณค่าสูงที่สุด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ส่วนที่ "รสชาติแย่ที่สุด" ของกะหล่ำปลีมักถูกทิ้งไป! กูรูเผยแท้จริงแล้วมันคือส่วนที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงที่สุด

เวลาล้างกะหล่ำปลีเพื่อเตรียมอาหาร หลายคนมักจะลอกใบชั้นนอกสุดที่ดูแก่และเหนียวทิ้งไป เพราะเชื่อว่าใบชั้นในที่อ่อนและขาวกว่านั้นอร่อยและดีกว่า แต่ความจริงแล้วพฤติกรรมนี้อาจทำให้คุณพลาดสารอาหารที่สำคัญที่สุดของผักชนิดนี้ไปอย่างน่าเสียดาย

นักโภชนาการ "เพ่ยฉุน" จากไต้หวัน ได้เปิดเผยข้อมูลผ่านนิตยสารสุขภาพ Evergreen Monthly ว่าใบกะหล่ำปลีชั้นนอกสุดที่คนมักมองข้าม แท้จริงแล้วคือส่วนที่มีสารอาหารเข้มข้นและหนาแน่นที่สุดของพืช

ทำไมใบชั้นนอกถึงมีสารอาหารมากกว่า?

ใบชั้นนอกเปรียบเสมือน "ปราการด่านแรก" และ "โรงงานผลิตพลังงาน" ของพืช เนื่องจากเป็นส่วนที่ได้รับแสงแดดโดยตรงเป็นเวลานานที่สุด ทำให้กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงเกิดขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ส่งผลให้เกิดการสะสมสารอาหารในปริมาณสูง ดังนี้

  • วิตามินซี: ช่วยต้านอนุมูลอิสระและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย
  • คลอโรฟิลล์: ช่วยในระบบเผาผลาญและปรับสมดุลของร่างกาย
  • สารพฤกษเคมี: พืชจะสร้างสารนี้ขึ้นเพื่อปกป้องตนเองจากรังสียูวี มลภาวะ และศัตรูพืช ซึ่งสารเหล่านี้มีประโยชน์อย่างมากในการช่วยร่างกายรับมือกับความเครียดจากสภาพแวดล้อม

นักโภชนาการเพ่ยฉุนสรุปใจความสำคัญไว้ว่า "ยิ่งใบอยู่ในตำแหน่งที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากมากเท่าไหร่ สารอาหารก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น"

Gu Bra

ทำไมรสสัมผัสถึงไม่ดีเท่าใบชั้นใน?

สาเหตุที่ใบชั้นนอกมีความแข็งและเหนียวเนื่องจากมี "เส้นใยอาหาร" ที่หยาบและหนากว่าใบชั้นในที่อ่อนนุ่ม แต่ในความเหนียวนั้นกลับเป็นผลดีต่อระบบทางเดินอาหารและลำไส้มากกว่าใบส่วนอื่นๆ

เทคนิคการปรุง "ใบชั้นนอก" ให้ทานง่ายและได้ประโยชน์

หากคุณไม่ชอบทานใบชั้นนอกแบบสดๆ เพราะความแข็ง นักโภชนาการแนะนำ 3 วิธีปรุงที่จะช่วยชูรสชาติและรักษาสารอาหารไว้ได้ดังนี้

  1. การผัดด้วยไฟแรง: หั่นใบให้ละเอียด ผัดกับกระเทียมและน้ำมัน ซึ่งน้ำมันจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารประเภทที่ละลายในไขมันได้ดียิ่งขึ้น
  2. การต้มซุป: นำไปทำซุปไข่หรือแกงจืดเต้าหู้ ความหวานจากใบกะหล่ำจะซึมออกมาในน้ำซุปและช่วยให้ใบนิ่มขึ้น
  3. การตุ๋นหรือเคี่ยว: ใบชั้นนอกมีความทนทานต่อความร้อนสูงและไม่เละง่าย จึงเหมาะสำหรับการปรุงอาหารที่ใช้เวลานาน

ครั้งต่อไปที่ทำอาหาร ลองเปลี่ยนจากการดึงใบนอกทิ้งเป็นการนำมาปรุงอาหารด้วยวิธีที่เหมาะสม เพื่อให้ร่างกายได้รับคุณค่าทางโภชนาการอย่างครบถ้วนจากกะหล่ำปลีทั้งหัว

แหล่งอ้างอิง

  1. ETtoday
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล