นายกฯ ยันขึ้นเงินเดือนสส.หลังลต.

นายกฯ ยันขึ้นเงินเดือนสส.หลังลต.
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี มีมติให้ขึ้นเงินเดือนให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา โดยยืนยันว่า การขึ้นเงินเดือนโดยรวม จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2554 ซึ่งรัฐบาลไม่มีเจตนาที่จะขึ้นให้กับ ส.ส.ชุดปัจจุบัน แต่เป็นการขึ้นให้กับ ส.ส.ชุดต่อไป ภายหลังที่มีการเลือกตั้งครั้งใหม่ ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นไปตามหลักการ ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์เรียกร้องให้มีกฎเกณฑ์ลงโทษหักเงิน ส.ส.ที่ไม่เข้าร่วมการประชุมสภานั้น ก็มีกติกากำหนดไว้อยู่แล้วว่า หากการประชุมจำนวนกี่ครั้งจะต้องมีขาดสมาชิกภาพ แต่ตนยอมรับว่า ปัญหาในกรณีที่ ส.ส.บางคนมาลงชื่อเข้าประชุมแล้วเดินทางกลับก่อน หรือผู้ที่เข้าประชุม แต่ไม่ลงชื่อ ขณะเดียวกันตนมองว่า การทำงานของ ส.ส.ก็ต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบของประชาชนด้วย

นอกจากนี้ นายกฯ กล่าวถึง สวัสดิการและสิทธิประโยชน์ของ ส.ส.ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติให้ทางกระทรวงคลัง และสภาผู้แทนราษฎร ศึกษาเรื่องการจ่ายเบี้ยการประชุมสภา หรือประชุมคณะกรรมาธิการ ร่วมถึงค่าเดินทางเข้าร่วมประชุม และการประกันสุขภาพของ ส.ส.ด้วย


พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึง เรื่องค่าตอบแทนขององค์การบริหารส่วนตำบล หรือ อบต. ว่า คณะรัฐมนตรี มีตั้งข้อสังเกตเรื่องตัวเลขว่า อาจจะกระทบกับงบประมาณที่จัดไว้ เพื่อพัฒนาท้องถิ่น เพราะเป็นงบของ อบต. เอง โดยมีความเป็นห่วงอบต. ที่มีเงินพัฒนาน้อยว่า การเพิ่มค่าตอบแทน จะกระทบหรือไม่ จึงขอให้กระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ หารือกับกระทรวงมหาดไทย ในเรื่องของรายละเอียด และนำกลับเสนอคณะรัฐมนตรีอีกครั้งในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ ตนเชื่อว่า จะไม่มีการปลุกม็อบ อบต. เพื่อมากดดันรัฐบาล ซึ่ง อบต. ก็ต้องชี้แจงกับประชาชนในพื้นที่ ให้ทราบถึงการขึ้นเงินเดือน อบต. ด้วยว่า เป็นเงินที่มาจากงบประมาณการพัฒนาท้องถิ่น

นอกจากนี้ นายกฯ กล่าวถึง การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำว่า เรื่องดังกล่าว ได้ผ่านคณะกรรมการไตรภาคีมาแล้ว ซึ่งบางคน ยังมองว่าขึ้นน้อยเกินไป แต่เมื่อมีพิจารณารอบด้าน เห็นได้จากอัตราเพิ่มแต่ละจังหวัด ที่ดูตามความเป็นจริง ส่วนกรณีที่นายจ้างขู่ปลดพนักงานออกนั้น เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องตัดสินใจ โดยเชื่อว่า สภาพการแข่งขันในตลาดแรงงาน ดูจากตัวเลขการว่างงาน ดูจากแรงกดดันเรื่องค่าจ้าง ปัญหาแรงงานต่างด้าว แสดงให้เห็นว่าตลาดแรงงานจริง ยังอยู่ในภาวะที่ใกล้เคียง การขาดแคลนแรงงาน มากกว่าการว่างงาน


ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ. รายงานตนว่า ไม่สามารถนำเรื่อง การยกเลิกการประกาศใช้ พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) เข้าที่ประชุม เพื่อให้พิจารณายกเลิกได้ เนื่องจาก ต้องรอให้มีการจัดทำแผนความมั่นคงแล้วเสร็จก่อน และจะเสนอพร้อมกันได้ ในวันที่ 21 ธ.ค. นี้ โดยตนจะตัดสินใจ และแผนดังกล่าว ก็จะใช้ดูแลในช่วงเทศกาลปีใหม่ด้วย