แพทย์เตือน 7 พฤติกรรมก่อนนอน เสี่ยง "สมองขาดเลือด" หลายคนทำประจำไม่รู้ตัว!

แพทย์เตือน 7 พฤติกรรมก่อนนอน เสี่ยง "สมองขาดเลือด" หลายคนทำประจำไม่รู้ตัว!

แพทย์เตือน 7 พฤติกรรมก่อนนอน เสี่ยง "สมองขาดเลือด" หลายคนทำประจำไม่รู้ตัว!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หมอเจด เตือน 7 พฤติกรรมก่อนนอน เสี่ยงสมองขาดเลือดไม่รู้ตัว หลายคนทำทุกวัน 

เรื่องใกล้ตัวที่หลายคนมองข้าม อาจกลายเป็นความเสี่ยงต่อสุขภาพแบบไม่รู้ตัว เมื่อ นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ออกมาเตือนผ่านเพจ “หมอเจด” ถึงพฤติกรรมก่อนนอนที่หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องปกติ แต่แท้จริงแล้วอาจส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมองในระยะยาว

ข้อมูลระบุว่า ช่วงเวลาก่อนนอนเป็นช่วงสำคัญที่ร่างกายต้องปรับสมดุล ทั้งลดความดันโลหิต ชะลออัตราการเต้นของหัวใจ และเตรียมเข้าสู่โหมดฟื้นฟู หากพฤติกรรมในช่วงนี้ไปขัดกับกลไกธรรมชาติ อาจทำให้หลอดเลือดหดตัว และส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงสมองลดลงแบบค่อยเป็นค่อยไป

เช็กเลย 7 พฤติกรรมก่อนนอนที่ควรเลี่ยง

  • เล่นมือถือก่อนนอนนาน ๆ แสงจากหน้าจอรบกวนฮอร์โมนการนอน ทำให้ร่างกายไม่เข้าสู่โหมดพักจริง ส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดและคุณภาพการนอน
  • นอนดึกเป็นประจำ ทำให้ฮอร์โมนแปรปรวน ความดันไม่ลดลงตามธรรมชาติ และเพิ่มความเสี่ยงต่อหลอดเลือดในระยะยาว
  • กินมื้อหนักก่อนนอน เลือดไปเลี้ยงระบบย่อยอาหารมากขึ้น ทำให้สมองได้รับเลือดลดลงชั่วคราว และกระทบต่อการฟื้นฟู
  • ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน แม้จะช่วยให้ง่วง แต่กลับรบกวนการนอนลึก และทำให้การไหลเวียนเลือดผิดปกติ
  • เครียดหรือคิดงาน กระตุ้นระบบประสาท ทำให้หัวใจเต้นเร็ว ความดันสูง และหลอดเลือดหดตัว
  • นอนในห้องอากาศไม่ถ่ายเท ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ส่งผลต่อสมองและการพักผ่อน
  • ดื่มคาเฟอีนช่วงเย็น กระตุ้นระบบประสาท ทำให้ร่างกายไม่เข้าสู่โหมดพัก แม้ดื่มเพียงเล็กน้อยก็มีผล

พฤติกรรมเล็ก ๆ แต่สะสมเป็นความเสี่ยง

นพ.เจษฎ์ ระบุว่า ภาวะสมองขาดเลือดไม่ได้เกิดขึ้นทันทีในวันเดียว แต่เป็นผลสะสมจากพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่ทำซ้ำทุกคืน จนทำให้ระบบหลอดเลือดทำงานผิดจังหวะโดยไม่รู้ตัว

หากปล่อยไว้นาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง หรือสโตรกในอนาคตได้

วิธีปรับพฤติกรรมก่อนนอนให้ปลอดภัย

  • งดใช้หน้าจออย่างน้อย 30-60 นาทีก่อนนอน
  • กินมื้อเย็นก่อนเข้านอน 2-3 ชั่วโมง
  • จัดห้องนอนให้มืด เงียบ และอากาศถ่ายเทดี
  • ผ่อนคลายความเครียดด้วยการหายใจลึก หรือยืดร่างกายเบา ๆ
  • เข้านอนให้เป็นเวลา เพื่อให้ร่างกายปรับสมดุล

สรุป

พฤติกรรมก่อนนอนที่ดูเหมือนไม่มีอะไร อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อ “สมองขาดเลือด” ได้ในระยะยาว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะก่อนเข้านอน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้สมองฟื้นฟูได้เต็มที่ นอนหลับมีคุณภาพ และลดความเสี่ยงโรคร้ายในอนาคต

แหล่งอ้างอิง

  1. Facebook: เพจหมอเจด โดย นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล