อาหารที่เป็น "ราชาโปรตีนพืช" ขุมทรัพย์สุขภาพ แคลเซียมสูงกว่าเนื้อวัว 10 เท่า

อาหารที่ได้ฉายา "ราชาโปรตีนพืช" แคลเซียมสูงกว่าเนื้อวัว 10 เท่า มีประโยชน์กับทุกวัยตั้งแต่วัยรุ่นยันวัยทอง
เมื่อก้าวเข้าสู่วัย 50 ปี ร่างกายเปรียบเสมือนเครื่องจักรที่ใช้งานมาครึ่งค่อนชีวิต อะไหล่เริ่มมีปัญหาที่เห็นชัดที่สุดคือ "แข้งขา" จากที่เคยขึ้นบันไดรวดเดียว 5 ชั้นสบายๆ ตอนนี้เพียง 2 ชั้นก็ต้องพัก แถมเข่ายังมีเสียงดังก๊อบแก๊บ ปวดเอวบ่อยครั้ง ผิวพรรณเริ่มเหลืองซีด ริมฝีปากไม่มีเลือดฝาด และรู้สึกเหนื่อยง่ายไร้เรี่ยวแรง
เมื่อไปพบแพทย์ส่วนใหญ่มักได้รับคำวินิจฉัยว่า "ขาดแคลเซียมและธาตุเหล็ก" หลายคนจึงเลือกซื้อแคลเซียมเม็ดหรือธาตุเหล็กเสริมมาทาน แต่บางครั้งก็เห็นผลไม่ชัดเจนแถมยังระคายเคืองกระเพาะอาหาร แท้จริงแล้ว "ยาดี" ที่สุดอาจซ่อนอยู่ในห้องครัวของเรา นั่นคือ "ฟองเต้าหู้" อาหารที่ให้แคลเซียมสูงกว่าเนื้อวัวถึง 10 เท่า และมีธาตุเหล็กมากกว่าตับหมูถึง 3 เท่า เหมาะอย่างยิ่งสำหรับวัยกลางคนและผู้สูงอายุ
ทำไมฟองเต้าหู้ถึงมีสารอาหารสูง?
ฟองเต้าหู้เกิดจากการต้มน้ำเต้าหู้จนเดือดแล้วช้อนเอาแผ่นฟิล์มที่ผิวหน้ามาตากแห้ง แผ่นฟิล์มนี้คือแหล่งรวมโปรตีน ไขมันดี และแร่ธาตุที่เป็น "หัวกะทิ" ของถั่วเหลือง นอกจากนี้ยังมีสารไอโซฟลาโวน (Isoflavones) ที่ช่วยลดอาการวัยทอง และเลซิติน (Lecithin) ที่ช่วยบำรุงระบบประสาทและหลอดเลือดหัวใจ
ฟองเต้าหู้แห้ง และ ฟองเต้าหู้สด
ฟองเต้าหู้คือ "สารสกัดเข้มข้น" จากถั่วเหลืองที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงอย่างไม่น่าเชื่อ ฟองเต้าหู้แห้ง และ ฟองเต้าหู้สด มีความแตกต่างหลักอยู่ที่ปริมาณน้ำและความเข้มข้นของสารอาหาร โดยฟองเต้าหู้แห้งผ่านการทำให้แห้งจึงมีโปรตีนและแคลเซียมสูงกว่ามาก (ประมาณ 45–55 กรัมต่อ 100 กรัม) และเก็บได้นาน แต่ต้องแช่น้ำก่อนใช้ ขณะที่ฟองเต้าหู้สดยังมีความชื้นสูง ทำให้โปรตีนต่ำกว่า (ประมาณ 12–15 กรัมต่อ 100 กรัม) เนื้อนุ่ม กินง่าย แต่เก็บได้ไม่นาน สรุปคือแบบแห้งเหมาะกับคนที่ต้องการโปรตีนสูง ส่วนแบบสดเหมาะกับการปรุงอาหารทั่วไปและเน้นความนุ่มอร่อยมากกว่า

เปิดคุณค่าทางโภชนาการ: ฟองเต้าหู้ดีกว่าที่คิด
-
แคลเซียม: ในฟองเต้าหู้แห้ง 100 กรัม มีแคลเซียมสูงประมาณ 200–350 มิลลิกรัม ขณะที่เนื้อวัวในปริมาณเท่ากันมีเพียงประมาณ 10–20 มิลลิกรัม ฟองเต้าหู้จึงมีแคลเซียมสูงกว่าเนื้อวัวถึง 10 เท่า
-
โปรตีน: ฟองเต้าหู้แห้งมีโปรตีนสูงกว่าเนื้อวัว 40% จนได้ฉายาว่า "ราชาแห่งโปรตีนพืช"
- ธาตุเหล็ก: ฟองเต้าหู้แห้งมีธาตุเหล็กใกล้เคียงกับตับหมู
นอกจากนี้ แคลเซียมและธาตุเหล็กจากฟองเต้าหู้นั้นร่างกายดูดซึมได้ง่าย ไม่ทำให้ท้องผูกเหมือนแคลเซียมเม็ด และไม่ระคายเคืองทางเดินอาหารเหมือนธาตุเหล็กเสริม จึงปลอดภัยและเห็นผลดีต่อผู้สูงอายุ
ประโยชน์ของฟองเต้าหู้สำหรับผู้สูงวัย
นอกจากการเสริมกระดูกและบำรุงเลือดแล้ว ฟองเต้าหู้ยังมีสรรพคุณตามตำราแพทย์จีนและหลักโภชนาการ ดังนี้
- แก้ร้อนใน ชุ่มคอ: ฟองเต้าหู้มีฤทธิ์เย็นเล็กน้อย รสหวาน ช่วยดับกระหายและลดอาการร้อนในในช่วงอากาศแห้ง
- เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน: โปรตีนคุณภาพสูงเป็นวัตถุดิบหลักในการสร้างเซลล์ภูมิคุ้มกัน
- ปกป้องหลอดเลือด: ปราศจากคอเลสเตอรอลและอุดมด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัว เป็นมิตรต่อหัวใจและสมอง
- บำรุงผิวพรรณ: สารไอโซฟลาโวนช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื้น ดูมีน้ำมีนวล
เทคนิคการเลือกซื้อและปรุงอาหารให้ได้คุณค่าสูงสุด
เพื่อให้ได้ฟองเต้าหู้แห้งคุณภาพดี ควรสังเกตจาก "สี-กลิ่น-เนื้อสัมผัส" โดยของแท้ควรมีสีเหลืองอ่อนเป็นมันวาว มีกลิ่นหอมถั่วเหลืองจางๆ และเนื้อสัมผัสเปราะหักง่าย หากขาวเกินไปอาจมีการฟอกสี หรือถ้าเหนียวเกินไปอาจมีการผสมแป้งหรือเจลาติน
เมนูแนะนำเพื่อสุขภาพ:
- ยำฟองเต้าหู้: แช่ฟองเต้าหู้ในน้ำอุ่นให้นุ่ม ลวกในน้ำเดือด 30 วินาที คลุกเคล้าด้วยกระเทียมสับ น้ำมันงา ซีอิ๊ว และน้ำส้มสายชู เป็นเมนูที่รักษาคุณค่าสารอาหารได้ครบถ้วนที่สุด
- ฟองเต้าหู้ตุ๋นเห็ดหอม: นำฟองเต้าหู้และเห็ดหอมมาตุ๋นรวมกัน เห็ดหอมจะช่วยเพิ่มรสอูมามิ เมนูนี้เคี้ยวง่าย ย่อยง่าย เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องฟัน
- แกงจืดฟองเต้าหู้ใส่ไข่: เมนูทำง่ายที่ได้ทั้งโปรตีนจากไข่ แคลเซียมและเหล็กจากฟองเต้าหู้ เป็นซุปใสที่ทานง่ายและมีประโยชน์สูง
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีภาวะโรคเกาต์ควรจำกัดการบริโภคเนื่องจากมีพิวรีนปานกลาง และควรแช่ฟองเต้าหู้ด้วยน้ำเย็นเพื่อรักษาเนื้อสัมผัสที่เหนียวนุ่ม การหันมาทานฟองเต้าหู้อย่างสม่ำเสมอจะช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง บำรุงเลือดให้ผิวพรรณสดใส และเติมพลังให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า มีแรงเดินเหินได้อย่างมั่นใจ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
