มีเหนียง คาง 2 ชั้น ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ หมอเตือนเป็นสัญญาณอันตราย ภัยเงียบตอนหลับ

มีเหนียง คาง 2 ชั้น รอบคอหนา ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ หมอเตือนเป็นสัญญาณอันตรายโรคตับและหัวใจ ภัยเงียบตอนหลับ
คางและลำคออาจเป็นสัญญาณเตือนสุขภาพที่สำคัญกว่าที่คิด นพ.หวัง ซือเหิง (Dr. Wang Szu-heng) ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู ระบุว่าผลการศึกษาทางการแพทย์ชี้ชัดว่า "เส้นรอบวงคอ" เป็นตัวบ่งชี้ปริมาณ "ไขมันพอกตับ" และไขมันในช่องท้องที่แม่นยำยิ่งกว่าการวัดดัชนีมวลกาย (BMI) เสียอีก
นพ.หวัง ซือเหิง ได้ให้ข้อมูลผ่านเพจ "ห้องเรียนฟิตเนส 1 นาที" โดยอ้างอิงจากงานวิจัยที่มีชื่อเสียงอย่าง "Framingham Heart Study" พบว่าทุกๆ 3 เซนติเมตรที่เส้นรอบวงคอเพิ่มขึ้น ระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ในเพศชายจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่ความเสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลในเลือดผิดปกติจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
การสะสมของไขมันบริเวณลำคอสะท้อนว่าร่างกายกำลังอยู่ในสภาวะอักเสบสูง ซึ่งส่งผลให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินที่คอยทำลายหลอดเลือดอย่างเงียบๆ หากปล่อยไว้จะกลายเป็นชนวนเหตุของโรคเรื้อรังตามมาในอนาคต
ภัยเงียบยามค่ำคืน: ไขมันรอบคอกับการหยุดหายใจขณะหลับ
ผลกระทบที่น่ากลัวที่สุดของไขมันบริเวณลำคอจะเกิดขึ้นในช่วงที่เรานอนหลับ ไขมันส่วนเกินนี้จะเข้าไปกดทับท่อลมโดยตรง เปรียบเสมือนการถูกบีบคอในขณะที่กำลังนอนหลับพักผ่อน
งานวิจัยระบุว่าความหนาของเส้นรอบวงคอเป็นหนึ่งในตัวพยากรณ์ที่แม่นยำที่สุดของ "โรคหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น" (Obstructive Sleep Apnea - OSA) หากสามารถลดไขมันบริเวณนี้ลงได้ จะช่วยให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้น เพิ่มคุณภาพการนอนหลับ และส่งผลให้ระดับฮอร์โมนความเครียด (คอร์ติซอล) ซึ่งเป็นต้นเหตุของความอ้วนลดลงตามไปด้วย

ข่าวดีสำหรับคนออกกำลังกาย: คอและหน้าคือส่วนที่ผอมก่อน
แม้ว่าการออกกำลังกายส่วนใหญ่มักจะไม่สามารถเลือกลดไขมันเฉพาะส่วนได้ แต่นพ.หวังชี้ว่า "ลำคอ" คือข้อยกเว้น เนื่องจากเซลล์ไขมันบริเวณใบหน้าและลำคอมี "ตัวรับสัญญาณเบต้า-อะดรีเนอร์จิก" (Beta-adrenergic receptors) มากกว่าบริเวณสะโพกหรือต้นขา ซึ่งตัวรับนี้เปรียบเสมือนสวิตช์หลักในการสั่งเผาผลาญไขมัน
นอกจากนี้ บริเวณลำคอยังเป็นจุดที่มีการไหลเวียนของเลือดหนาแน่น เมื่อเราเริ่มวิ่งหรือทำกิจกรรมที่ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น ฮอร์โมนอะดรีเนอร์จิกในเลือดจะพุ่งสูงขึ้นและมุ่งตรงไปจัดการกับไขมันในบริเวณที่มีการเผาผลาญคึกคักอย่างลำคอก่อนเป็นอันดับต้นๆ
ดังนั้น หากคุณเริ่มออกกำลังกายแล้วรู้สึกว่าใบหน้าเล็กลงหรือคอเรียวขึ้น แม้น้ำหนักบนตาชั่งอาจจะยังไม่ขยับมากนัก แต่นั่นคือสัญญาณแห่งความสำเร็จที่บ่งบอกว่าคุณกำลังถอยห่างจากความเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคหยุดหายใจขณะหลับ
นพ.หวัง ซือเหิง ทิ้งท้ายว่า "อย่าเพิ่งท้อใจหากตัวเลขบนตาชั่งนิ่งสนิท ให้ลองสังเกตที่คางและลำคอ หากเหนียงเริ่มหายไปและคอเล็กลง ขอให้วิ่ง ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยานต่อไป เพราะนั่นคือเครื่องหมายยืนยันว่าสุขภาพของคุณกำลังได้รับการฟื้นฟูอย่างมหาศาล"
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี